ข่าว

เฉลิมลั่นโกงทำ'วัน'ตกร้องกกต.'พ.ต.ท.'ขนคน

เฉลิมลั่นโกงทำ'วัน'ตกร้องกกต.'พ.ต.ท.'ขนคน

05 ก.ค. 2554

“เฉลิม” ร้อง กกต. "วัน" สอบตกเพราะถูกโกง ตำรวจยศ "พ.ต.ท." ขนคนลงคะแนน โวยไม่เคยขอตำแหน่งชี้คนในที่ปล่อยข่าว ชม ปชป. มีมาตรฐาน โฆษกตร.ยันถอดยศ”ทักษิณ”เป็นไปตามขั้นตอนไม่เกี่ยวเปลี่ยนรัฐบาล ปชป.ยื่นกกต.สอบ “จตุพร” หมดสิทธิ์เป็นส.ส. เหตุติดคุก

           (5ก.ค..) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย(พท.) แถลงที่บ้านพักย่านบางบอนถึงกรณีที่นายวัน อยู่บำรุง ผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย (พท.) เขต 28 สอบตก ว่า ตนได้ไปยื่นร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) 2 ประเด็นคือ ให้นับคะแนนใหม่ เพราะผลการนับคะแนนมีบัตรเสีย 4 พันเศษ จากจำนวน 158 หน่วยเลือกตั้ง ซึ่งถือว่ามีบัตรเสียจำมากเกินกว่าเหตุ ขณะที่นายวัน มีคะแนนแพ้ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เพียง 1,136 คะแนนเท่านั้น

            โดยในวันเลือกตั้งมีผู้สังเกตการณ์จากมีหลักฐานชัดเจนว่ามีการทำผิดกฎหมายการเลือกตั้ง มีการขนคนไปเลือกตั้ง โดยมีตำรวจ ยศ พ.ต.ท.คอยอำนวยความสะดวก ซึ่งถือว่าไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม จึงได้แจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินการตำรวจผู้นี้ที่ สน.บางขุนเทียนไว้แล้ว นอกจากนี้ยังมี 3 - 4 เรื่อง จะมีการร้อง กกต.ให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเขต 28 กทม. รวมถึงให้มีการพิจารณาใบแดงมากกว่าใบเหลือง ในเมื่อมีประชาชนได้เลือก พท.มาเป็นจำนวนมาก และใครที่ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นธรรมต้องหมดไป

            ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า การที่ปชป.ชนะพท.ในพื้นที่กทม. เพราะ ปชป.บริหารราชการในพื้นที่กทม.มานาน มี สก. สข. เป็นจำนวนมาก และแต่งตั้งข้าราชการไว้อย่างครบถ้วน ที่สำคัญจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา 2 ครั้งมีเอ็กซิตโพล รายงานพท.จะชนะปชป. ดังนั้น ทาง ปชป.จึงออกมาแถลงสวนทางเอ็กซิตโพล ซึ่งเป็นไปตามคำแถลงปชป. รวมถึงในเขตเลือกตั้งที่ 28 นายวันอยู่บำรุง อย่างไรก็ตาม ตนไม่เสียใจที่นายวัน ไม่ได้รับการเลือกตั้ง เพราะถือว่ายังไม่แพ้

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแถลงข่าว ร.ต.อ.เฉลิม ได้นำภาพถ่ายที่กล่าวอ้างมาแสดงให้ผู้สื่อข่าวได้ชมด้วย

โวยไม่เคยขอตำแหน่งชี้คนในที่ปล่อยข่าวหวังชิงเก้าอี้

            ร.ต.อ.เฉลิม ถึงกรณีข่าววิ่งเต้นเพื่อขอตำแหน่งสำคัญในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรีว่า นับตั้งแต่เลือกตั้งเสร็จมีข่าวสารที่เผยแพร่ จะมีชื่อ ร.ต.อ.เฉลิม เข้าไปเกี่ยวข้องในตำแหน่งทางการเมืองซึ่ง ตนขอยืนยันว่าไม่เคยเคลื่อนไหวและไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าทางเปิดเผยหรือทางลับ เพราะรู้ดีควรทำตัวอย่างไร และความเป็นจริงหากพรรคหรือนายกฯคนใหม่ จะพิจารณาตำแหน่งใดหรือไม่พิจารณาตำแหน่งใด ตนไม่มีสิทธิ์เรียกร้อง

            ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวต่อว่า อยากฝากไปถึงใครก็ตามที่อกมาเคลื่อนไหวเรื่องตำแหน่งหน้าที่ นับแต่บัดนี้ถือว่าจะทำให้เกิดความเสียหายต่อพรรค เพราะประชาชนจะมีความรู้สึกว่ายังไม่ทันไร ก็มาแย่งชิงตำแหน่งกันแล้ว ไม่ว่าเป็นตำแหน่งประธานรัฐสภา หรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับตน เป็นการสร้างข่าวของคนที่ไม่หวังดี เป็นการทำลายตน และทำลายพรรค ใครก็ตามคิดแบบนี้อย่าทำลายตนเลย เอาตนไว้รับใช้พรรคดีกว่า

            ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าได้ทำหน้าที่สมาชิกพรรค และอยากขอร้องคนที่เคลื่อนไหวควรยุติได้แล้ว ตำแหน่งหน้าที่ต่าง ๆ ควรเป็นดุลพินิจของนายกฯ คนใหม่ และคณะกรรมการบริหารพรรค ดังนั้น จากนี้ต่อไปหากมีการพาดพิงถึงตน ไม่ว่าใครที่ประสงค์ดีปรารถนาร้าย ไปให้สัมภาษณ์ว่าตนจะเป็นตำแหน่งใดก็ตาม ขอยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น ยืนยันว่าตนไม่มีข้อเรียกร้องใด หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ กับคณะกรรมการบริหารพรรคมีมติอย่างไรตนก็ปฏิบัติตาม ถึงไม่มีตำแหน่งก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องเสียใจ

            "ข่าวที่ออกมาแบบนี้ต้องเป็นคนภายใน พท. มีทั้งการรายงานข่าวแบบนั้นแบบนี้ แต่ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้มีความขัดแย้ง แต่วันนี้มีคนอยากได้ตำแหน่งก็เป็นเรื่องธรรมดาที่มีการปล่อยข่าวกันแบบนี้ ทั้งนี้ตนให้สัมภาษณ์วันนี้ไปแล้วต่อไป ข่าวสารที่พาดพิงถึงตนก็ต้องจบ เพราะในเรื่องนี้ออกจากปากตนไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ที่ไม่ได้เข้าพรรคไม่ได้มีสาเหตุเรื่องใด เพราะมั่นใจว่าชนะแน่ "ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว

โบ้ยแค่ทริกปราศรัยจะไม่รับตำแหน่งหาก"วัน"สอบตก

            ผู้สื่อข่าวถามว่า ในช่วงการปราศรัยหาเสียง ได้ระบุขอเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อเข้ามาดูแลข้าราชการ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ช่วงนั้นผู้ว่าราชการจัหงวัดเอนเอียง ตนเลยต้องสวมวิญญาณรัฐมนตรีนอกกระทรวง หากไม่ขู่ก็แย่ จึงต้องขู่ไปก่อน ซึ่งเราก็ไม่ได้ทำจริง ส่วนกรณีที่เคยประกาศว่าหาก นายวัน อยู่บำรุง ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 28 (ลูกชาย) หากสอบตกจะไม่รับตำแหน่งทางการเมืองนั้น ตนไม่ได้ประกาศ แต่เป็นเทคนิคการปราศรัย โดยตนปราศรัยว่าพี่น้องในพื้นที่ถ้าลูกแพ้ ตนจะรับตำแหน่งยังไง พี่น้องต้องช่วยกัน ก็เป็นเทคนิครัฐธรรมนูญไม่ได้ห้ามไว้

            ผู้เมื่อถามอีกว่า อยากทำงานที่ถนัดตรงจุดใด ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่ได้หรอก ทหารที่ดีมีค่าเขาไม่ให้ราคาตัวเอง เมื่อถามย้ำว่า พร้อมเป็นประธานสภา รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ตามที่เป็นข่าวใช่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่พร้อมเลย เว้นแต่พรรคมีมติหรือนายก ฯ คนใหม่เห็นว่าเหมาะสม ก็ค่อยสัมภาษณ์อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้ที่ตนไม่แสดงความเห็น แล้วใครที่มาเคลื่อนไหวก็ไม่ดี ประชาชนจะตั้งข้อกังขา เพราะเราได้ศรัทธาจากประชาชน ต้องรักษาศรัทธาตรงนี้เอาไว้ในระยะยาว

            ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังการเลือกตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้ติดต่ออย่างไรบ้าง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่ได้ติดต่อเลย  ส่วนภาคอีสานที่ได้คะแนนมากเพราะประชาชนศรัทธา พ.ต.ท.ทักษิณ และนโยบายเดิมของพรรคไทยรักไทย รวมถึงชื่นชม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตนเป็นเพียงส่วนประกอบเล็กๆ เพราะถ้าตนไปปราศรัยให้พรรคอื่นคนคงไม่มาฟัง ทั้งนี้ 5 พรรคการเมืองที่ร่วมจัดตั้งรัฐบาล มี ส.ส.รวม 299 ที่นั่ง น่ามีเสถียรภาพที่แข็งแรง อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีความรู้ความสามารถ เพียงพอในการพิจารณา ครม. เพราะมีประสบการณ์ทางการเมือง ที่สำคัญพ่อเคยเป็น ส.ส.และพี่ชาย เป็นอดีตนายกฯ โดยคลุกคลีการเมืองมานาน “Put the right man on the right job”

ชมปชป.มีมาตรฐาน

            เมื่อถามว่า มองสปิริต ปชป.อย่างไร ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่กล้าวิจารณ์เพราะเขาเป็นพรรคการเมืองที่มีมาตรฐาน โดยเฉพาะปชป.เมื่อทำหน้าที่ฝ่ายค้าน จะทำหน้าที่ได้ดีกว่าเป็นรัฐบาล ส่วนพรรคภูมิใจไทยมีผู้คนที่เป็นทรัพยากรหลายคน ทั้งนี้ ฝ่ายค้านจะมี ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ หัวหน้าพรรครักษ์สันติ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย บุคคลเหล่านี้ถือเป็นนักพูดนักแสดงความคิดเห็น

 ปชป.ยื่นกกต.สอบ“จตุพร”หมดสิทธิ์เป็นส.ส.เหตุติดคุก
 
 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายบุญยอด สุขถิ่นไทย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ภายหลังการประชุมทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ตนได้รับมอบหมายจากให้เข้ายื่นหนังสือถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติการเป็นผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ของนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ขณะนี้ถูกคุมขังอยู่ เพราะทีมกฎหมายของพรรคเห็นว่านายจตุพร น่าจะขาดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส ตามมาตรา 101 ของรัฐธรรมนูญ ที่ระบุว่า ผู้มีสิทธิ์สมัครส.ส.จะต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง และเมื่อไปดูข้อบังคับพรรคเพื่อไทย ที่มีการประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษาจะมีการระบุไว้ในส่วนที่ 2 เรื่องการสมัครเป็นสมาชิกและการสิ้นสุดสมาชิกภาพ ข้อที่ 13 ที่ระบุว่าสมาชิกภาพของสมาชิกพรรคเพื่อไทยจะสิ้นสุดลงเมื่ออยู่ระหว่างการถูกเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง หรือต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้นเมื่อนายจตุพรพ้นจากสมาชิกพรรคย่อมหมายถึงไม่มีสิทธิ์ลงสมัครส.ส. ด้วย

            “การที่นายจตุพร ถูกจำคุกมาตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค. 54 และพรรคเพื่อไทยได้ยื่นรายชื่อผู้สมัครส.สในระบบบัญชีรายชื่อต่อกกต.ในวันที่ 19 พ.ค. 54 เท่ากับว่าพรรคเพื่อไทยต้องรับรู้ว่านายจตุพรถูกจำคุก และถือว่านายจตุพร สิ้นสุดสมาชิกภาพ ตามข้อบังคับพรรคเพื่อไทยไปโดยปริยาย ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์ จึงมอบหมายให้ผมเข้ายื่นต่อ กกต.เพื่อตรวจสอบถึงเรื่องดังกล่าวตามระเบียบของกกต.ภายใน 7 วัน เพื่อให้ กกต.ระงับการประกาศรับรองให้นายจตุพร เป็นส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ นอกจากนายจตุพรแล้ว ยังมีบุคคลที่เข้าข่ายในลักษณะเกียวกับนายจตุพรอีก อาทิ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นพ.เหวง โตจิราการ นายก่อแก้ว พิกุลทอง เป็นต้น ซึ่งพรรคจะทำการศึกษาหากเข้าข่ายก็จะยื่นเรื่องให้ กกต.ตรวจสอบต่อไป ” นายบุญยอด กล่าว

            นายบุญยอด กล่าวอีกว่า หาก กกต.เห็นว่านายจตุพรมีความผิด นายจตุพรก็อาจถูกลงโทษด้วยการถูกเพิกถอนสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี และเรื่องนี้ต้องโยงถึงพรรคเพื่อไทยและหัวหน้าพรรคเพื่อไทยด้วยว่าทำไมจึงเอาผู้ที่ไม่มีสิทธิ์สมัครส.ส.มาสมัคร เป็นส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ

แฉรบ"48ชม.เพื่อไทยเริ่มลุอำนาจปิดวิทยุชุมชนขั้ว“เนวิน”

 นายบุญยอด กล่าวด้วยว่า ตนได้รับรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. มีการดำเนินการจากเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งไม่ชัดว่าสังกัดใด ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นสถานีวิทยุชุมชนปกป้องสถาบัน คลื่นความถี่ 90.25 ซึ่งมีที่ตั้งอาคารบริเวณย่านประตูน้ำ มีนายสมพร หลงจิ เป็นผู้ดำเนินรายการ พร้อมตรวจยึดเสาเครื่องส่งสัญญาณไว้ ซึ่งการกระทำดังกล่าวนี้ถือเป็นกรณีแรกที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่เพิ่งได้รับการเลือกตั้งใช้อิทธิพลคุกคามสื่อที่ไม่ใช่ข้างของตัวเอง เพราะเป็นที่เข้าใจตรงกันว่าสถานีวิทยุชุมชนแห่งนี้มีนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทยสนับสนุนอยู่ ทั้งนี้หมายความว่าพรรคเพื่อไทยเพิ่งได้เข้ามาเป็นรัฐบาลได้ไม่ถึง 48 ชั่วโมงก็เริ่มปฏิบัติการปิดสื่อที่ไม่อยู่ข้างตัวเอง

โฆษกตร.ยันถอดยศ”ทักษิณ”เป็นไปตามขั้นตอน

 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร) - วันที่ 5 กรกฎาคมพล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการถอดยศพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สอบถามไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าการถอดยศผู้ที่ไม่อยู่ในราชการแล้วทำได้หรือไม่เพราะการปฏิบัติเดิมเราถอดยศผู้ที่อยู่ในราชการเท่านั้นซึ่งทางกฤษฎีกายังไม่ส่งกลับมา หากส่งกลับมาเราก็ต้องเข้าก.ตร.เพื่อพิจารณา เรายืนยันว่าทุกอย่างทำไปตามขั้นตอนตามกฎหมาย ไม่เกี่ยวกับการที่จะมีการเปลี่ยนรัฐบาลแต่อย่างใด ไม่เกี่ยวว่าจะทำให้ช้าลง ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนตามกฎหมาย

 ส่วนบรรยากาศที่สำนักงานพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รองผบ.ตร.บริเวณชั้น 1 ด้านขวามือ อาคาร 1 ยังเป็นไปด้วยความปกติ และยังไม่ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว เจ้าหน้าที่ในสำนักงานแจ้งว่าต้องการพักผ่อน หลังประชุมบริการสำนักงานงานตำรวจแห่งชาติ