ข่าว

ปูปัดโผครม.10:1มาร์คเหน็บอย่าเพื่อแม้ว

ปูปัดโผครม.10:1มาร์คเหน็บอย่าเพื่อแม้ว

05 ก.ค. 2554

"ยิ่งลักษณ์" ปัดข่าวจัดโผ ครม. อ้างรอ กกต.รับรองผลก่อน ยันไม่มีสูตร ส.ส.10 คน ต่อ รมต.1 "เติ้ง" ยันรัฐบาลมั่นคง ชทพ. เผยขอรมช.แทนรองประธานสภาฯ "อภิสิทธิ์" เหน็บอย่าเป็นนายกฯเพื่อพี่ชายคนเดียว ย้ำนิรโทษกรรมไม่ใช่การปรองดอง แนะแก้ปัญหาให้ประชาชนดีกว่า

          หลังจากมีความชัดเจนที่พรรคเพื่อไทยจับมือกับอีก 4 พรรคการเมืองจัดตั้งรัฐบาลและมีโผ่รายชื่อคณะรัฐมนตรีออกมา ทำให้วันนี้(5ก.ค.) น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่ออันดับ 1 พรรคเพื่อไทยได้ออกมาปฏิเสธว่า รอให้ทางพรรคร่วมรัฐบาลพิจารณาตามกระบวนการของแต่พรรคก่อน  ขณะนี้ไม่มีการจัด ครม.อย่างที่เป็นข่าวออกไป  

           เมื่อถามว่า กังวลกับการต่อรองภายในพรรคเพื่อไทยหรือไม่เนื่องจากมีหลายกลุ่ม น.ส.ยิ่งลักษณ์  กล่าวว่า เชื่อว่าสุดท้ายจะคุยกันได้ เพราะเราอยากเห็นครม.ชุดที่ทำงานได้ และมีประสิทธิภาพในการทำงาน แต่ต้องมีการพิจารณาคนในด้วย และขอปฏิเสธเรื่องการกำหนดอัตราส่วน ส.ส.10 คน ต่อ รัฐมนตรี 1 คน

           เมื่อถามว่า จะมีการพิจารณาแต่งตั้งแกนำเสื้อแดงมาเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์  กล่าวว่า ยังไม่มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้  และต้องหารือในพรรคร่วมรัฐบาลและจะต้องนำกลับไปหารือแกนนำแต่ละพรรคอีกครั้ง  ขอยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีแกนนำ นปช. เข้ามาเป็นรัฐบาล

           "ลักษณะของครม.ชุดนี้ ต้องมีความรู้ความสามารถที่ตรงกับงาน ซึ่งเราไม่ได้ปิดกั้น ทั้งคนในและคนนอก และเร็วไปที่จะบอกว่าให้คนนอกมาเป็นรัฐนตรี ในกระทรวงสำคัญ ๆ โดยภาพรวมของครม.จะทำอย่างดีที่สุด บางครั้งการพิจารณาไม่ได้อยู่ที่หน้าตาอย่างเดียว แต่สำคัญคือผลวงานต้องออกมาปรากฎชัดกับประชาชนไ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
 
           ส่วนกรณีการให้สัมภาษณ์ของ น.ส.ยิงลักษณ์ กับสำนักข่าว CNN ที่ระบุว่าหากจะนำ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับประเทศจะต้องมีการรื้อฟื้นคดีใหม่ นั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ในลักษณะเช่นนั้น เพราะการนำพ .ต.ท.ทักษิณ กลับมาไม่ใช่ประเด็นหลัก และพรรคเพื่อไทยมีนโยบายไม่ได้ทำเพื่อคนๆเดียว ทั้งหมดต้องรอคณะกรรมการอิสระตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) โดยจะทำอย่างไรให้เกิดความปรองดอง และให้การทำงานของ คอป.เป็นอิสระ

           เมื่อถามว่า สื่อต่างประเทศแนะนำว่าถ้าพรรคเพื่อไทยแก้ปัญหาเรื่องนิรโทษกรรมเป็นอันดับแรก หรือตั้งครม.ที่สังคมไม่ยอมรับจะบริหารงานได้ไม่เกิน 3 เดือน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ขอให้รอประกาศนโยบายก่อน ยืนยันจะไม่ทำเพื่อคนๆ เดียว

           ส่วนกรณีรัฐบาลกัมพูชา ส่งสารแสดงความยินดีที่พรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล  น.ส.ยิ่งลักษณ์  กล่าวว่า จุดยืนของพรรคต้องรักษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และกับประเทศเพื่อนบ้านและที่สำคัญไม่ทำให้ประเทศชาติเสียผลประโยชน์  และต้องทำงานร่วมกับผู้ที่มีความรู้ความสามารถที่เกี่ยวข้องโดยตรง และจะต้องคิดอย่างรอบคอบ โดยไม่ทำให้เกิดผลเสียและสิ่งสำคัญคือการสร้างความยอมรับของคนในชาติอย่างไรก็ตาม สารที่กัมพูชาส่งมาเป็นเพียงการแสดงความยินดีเหมือนกับสถานทูตอื่นๆ  ไม่ได้มีการพูดถึงในเรื่องเขาพระวิหาร ส่วนการช่วยเหลือนายวีระ สมความคิด กับ น.ส.ราตรี  หลังจากตั้งรัฐบาลเรียบร้อยแล้วจะนำข้อมูลกลับมาพิจารณาอีกครั้ง เพื่อหาแนวทางเจรจากับกัมพูชา

           เมื่อถามว่า การพิจารณาบุคคลเข้ามาดำรงตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ ต้องมีความเข้าใจปัญหาในกัมพูชาหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์  กล่าวว่า บุคคลที่พรรคจะคัดเลือกต้องเป็นผู้มีความสามารถในการทำงาน ต้องเป็นผู้ที่มีการยอมรับในต่างประเทศ และเข้าใจพื้นที่ของประเทศไทยและระบบของเรา อีกทั้งต้องรักษาผลประโยชน์ของประเทศด้วย

           เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะมีพรรคการเมืองอื่นเข้าร่วมรัฐบาลอีกหรือไม่ เพื่อให้รัฐบาลชุดนี้มีเสถียรภาพมาขึ้น น.ส.ยิ่งลักษณ์  กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มี แต่ก็ยังไม่ปิดกั้นบุคคลอื่น ที่จะเข้ามาร่วมรัฐบาล ซึ่งแกนนำพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมอื่นๆ ก็คงจะมีการพิจารณาร่วมกัน

"อองซาน ซูจี"ยินดีกับ"ยิ่งลักษณ์"

           นิตยสารอิระวดี รายงานว่า นางออง ซาน ซู จี ผู้นำการเรียกร้องประชาธิปไตยในพม่า แสดงความยินดีกับผลการเลือกตั้งของไทย ด้วยเหตุผล 2 ประการ คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นผู้หญิงเหมือนกัน จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย และในฐานะที่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศรวมทั้งประชาชนของทั้งไทยกับพม่ามีความแน่นแฟ้นต่อกัน

           นอกจากนี้ นางซู จี ยินดีกับรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ด้วยคะแนนเสียงของประชาชน พร้อมทั้งแสดงความหวังว่าความสัมพันธ์ระหว่างพม่ากับไทยภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะยังคงแข็งแกร่งแน่นแฟ้นสืบ ทั้งนี้ นางซูจี ยังเรียกร้องให้รัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ร่วมผลักดันกระบวนการปองดองแห่งชาติและประชาธิปไตยในพม่า รวมไปถึงมีนโยบายช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวพม่า เพราะในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มีนโยบายถยอยปิดศูนย์พักพิงผู้ลี้ภัยที่ตั้งอยู่ในจังหวัดชายแดนไทย-พม่าทั้งหมด

"เลขาฯยูเอ็น"แถลงยินดีเลือกตั้งไทยเรียบร้อย

           ขณะที่เว็บไซต์สหประชาชาติ หรือยูเอ็น ในวันนี้ (5 ก.ค.) ได้เผยแพร่แถลงการณ์ของนายบัน คี-มูน เลขาธิการยูเอ็น มีใจความสำคัญว่า ว่า ขอแสดงความยินดีที่การเลือกตั้งทั่วไปในไทยเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย และขอให้ทุกพรรคการเมืองแสดงคำสัญญา ที่จะเคารพในเจตนารมณ์ของประชาชนได้แสดงผ่านกระบวนการประชาธิปไตย นอกจากนี้ เลขาธิการยูเอ็น ยังแสดงความหวังว่า การเลือกตั้งจะเป็นก้าวที่สำคัญที่มุ่งไปสู่การปรองดองอย่างแท้จริง เสถียรภาพในระยะยาวและเป็นบรรทัดฐานประชาธิปไตยที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวในประเทศไทย

"บรรหาร"เผยชทพ.ไม่รับตำแหน่งรองปธ.สภาฯ

           นายบรรหาร ศิลปะอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงการจัดตั้งรัฐบาล 299 เสียงของพรรคเพื่อไทย ว่า เชื่อว่าน่าจะมีความมั่นคงพอสมควร เพราะถือเป็นความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ที่เขาต้องการให้ใครเป็นคนจัดตั้งรัฐบาล ส.ส.แต่ละคนกว่าจะฝ่ามาได้ ดังนั้นต้องพยายามรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน ตามที่แต่ละพรรคการเมืองปราศรัยหาเสียงกับประชาชนไว้อะไรบ้างที่บอกประชาชนไว้ก็ต้องทำ และต้องดำเนินการเรื่องความสามัคคีของคนในชาติให้เกิดขึ้นให้ได้ โดยการทำตรงนี้ต้องมีความจริงใจเกิดขึ้นทั้งสองฝ่ายด้วยกัน และเรื่องต่างๆที่มีความขัดแย้งกันตอนหาเสียง หรือปราศรัยก็ควรจะเลิกได้แล้วไม่ควรจะนำมาพูดกันอีก แต่ต้องไปดูว่ารัฐบาลทำงานอย่างไร เช่นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ การเมือง สังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการปราบปรามยาเสพติด

           เมื่อถามต่อว่าแสดงว่าตำแหน่งประธานสภาฯครั้งนี้มีความสำคัญมาก นายบรรหาร กล่าวว่า ใช่ มีความสำคัญมาก เมื่อถามว่า ดังนั้นคนเลือกคนที่มีคุณสมบัติแบบไหน นายบรรหาร กล่าวว่า อย่ามาถามตน เพราะเดี๋ยวจะถูกว่าตนเข้าไปยุ่ง เพราะเป็นเรื่องของพรรคใหญ่เขา เราไม่เกี่ยวข้อง แต่อย่างไรก็ตามคนในพรรคเพื่อไทยมีมากที่เหมาะเท่าที่ตนดูจากข่าว อยู่ที่พรรคเขาจะเลือกอย่างไร

           เมื่อถามว่ามีเสียงวิจารณ์ว่ารัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ อาจจะอยู่ได้เพียง 6-8 เดือน นายบรรหาร กล่าวว่า ใครเป็นคนวิจารณ์ แต่ตนคิดว่าอยู่ได้ ถ้าทำดีก็อยู่ได้นาน แต่ถ้าทำไม่ดีก็อีกเรื่องหนึ่ง เมื่อถามต่อว่า คิดว่าอยู่ได้มากกว่าครึ่งเทอมหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ครึ่งเทอมนั้นกี่ปี เมื่อถามย้ำว่า มากกว่า 2 ปีหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า   เอาเป็นว่าทำดีก็อยู่ได้นาน และผมเองในฐานะเป็นที่ปรึกษาก็จะพยายามดูอะไรต่างๆและจะให้ข้อคิดข้อเสนอแนะไปที่รัฐบาล ในฐานะที่พอจะรู้ๆอะไรบ้าง

           ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่จัดโควตารัฐมนตรีให้พรรคร่วมรัฐบาล นายบรรหาร กล่าวว่า ตนว่าจะเร็วไปหรือไม่ถ้าพูดเรื่องนี้ เพราะหลังเลือกตั้งรัฐบาลก็เพิ่งจะเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง รวมกันได้ 5 พรรค ดังนั้นเชื่อว่าตำแหน่งต่างๆคงยังไม่มีการคุยกัน เป็นเพียงการเดากันไปเท่านั้นว่าพรรคโน้นได้อย่างนั้น พรรคนี้ได้อย่างนี้ ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนาก็คงยังไม่ได้พูดอะไร คงต้องหารือกันว่ามีอะไรบ้างที่พรรคแกนนำจะให้มา ซึ่งตนทราบว่าในวันพุธที่ 6 ก.ค.นี้ เวลา 10.00 น. ที่พรรคชาติไทยพัฒนา นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาจะเรียกประชุมกรรมการบริหารพรรคเพื่อพูดคุยในเรื่องนี้

           เมื่อถามว่า พรรคชาติไทยพัฒนาน่าจะได้ดูกระทรวงเดิมที่ถนัด อย่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงเกษตร หรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า หากตนพูดไปก็จะถูกโจมตีอีก ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร แต่ตามธรรมดาแล้วหากเรามีงานอะไรค้างอยู่ก็อยากจะทำต่อเท่านั้นเอง เพราะงานค้างก็ยังไม่เสร็จสิ้น เช่นปัญหาเรื่องน้ำที่ต้องเร่งรัดแก้ไขปัญหาให้ได้ น้ำมากชะตามไหล่เขาทั้งภาคเหนือ และภาคใต้ ซึ่งกรมชลประทานน่าจะต้องเข้าไปวางรูปแบบในการแก้ปัญหา เพื่อไม่ให้น้ำเซาะ ซึ่งคราวที่แล้วนายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรก็กำลังแก้ไขอยู่ นี่เป็นเพียงความคิดเห็นของตน แต่จะได้ดูงานอะไรบ้างก็แล้วแต่พรรคแกนนำจะหารือ ส่วนกระทรวงที่เกี่ยวกับกีฬานั้นทุกพรรคต่างมีความถนัดทั้งพลังชล ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ดังนั้นต้องมาว่ากันอีกที กับนายสนธยา คุณปลื้ม แกนนำพรรคพลังชลคุยกันง่าย อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่าการแบ่งงานให้พรรคร่วมรัฐบาลนั้นไม่น่าจะมีปัญหา

           เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่าพรรคแกนนำจะให้ตำแหน่งรองประธานสภานกับพรรคชาติไทยพัฒนาด้วยนายบรรหาร กล่าวว่า หารือแล้วตำแหน่งรองประธานฯคงไม่รับ เพราะคงไม่มีตัวบุคคล เพราะต้องเก่งด้านกฎหมาย เมื่อถามว่า อาจจะเปลี่ยนมาเป็นตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยแทน นายบรรหาร กล่าวว่า รัฐมนตรีช่วย 1 ที่นั่งนั้นต้องได้อยู่แล้ว ไม่ต้องมาเพิ่ม แค่นั้นก็พออยู่แล้ว เมื่อถามว่า แสดงว่าพรรคชาติไทยพัฒนาได้ 2 รัฐมนตรีว่าการ กับ 1 รัฐมนตรีช่วย ใช่หรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ตนไม่ทราบ สื่อคิดและคาดคะเนเอาเอง รอถามหัวหน้าพรรคเอาดีกว่า ตนมันแค่ที่ปรึกษาเท่านั้น

"วรรณรัตน์"ยัน"ชพน."ไม่ต่อรองเก้าอี้ในครม.

 นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน (ชพน.) กล่าวถึงการจับมือร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ว่า จำนวนเสียงของรัฐบาลที่มี 299 เสียงนั้น เชื่อว่าทำให้รัฐบาลมีเสถียรเพียงพอทำงานได้ และไม่น่าจะมีเหตุอะไรที่ทำให้ไร้เสถียรภาพในการทำงาน ส่วนเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรีนั้น ตนยืนยันว่าพรรคไม่ได้มีการต่อรองตำแหน่งใดๆ รวมถึงเก้าอี้ประธานหรือรองประธานสภา

"อภิสิทธิ์"เหน็บ"ยิ่งลักษณ์"อย่าเป็นนายกฯเพื่อพี่ชายคนเดียว

           ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและรักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะให้ความไว้ใจกับคณะกรรมการชุดของนายคณิต ณ นคร ทำงานต่อไปว่า ก็ดีใจที่รัฐบาลจะไว้วางใจคณะกรรมการของนายคณิตฯ เพราะวันที่ตนตั้งขึ้นมาก็มีหลายฝ่ายบอกว่าไม่เป็นกลาง ซึ่งนายคณิตและคณะได้ทำงานไประดับหนึ่งก็ได้รับการยอมรับและตอนนี้ถ้าสนับสนุนให้ทำงานอย่างอิสระก็จะเป็นเรื่องที่ดี

           เมื่อถามถึงกรณีที่นายแพทย์เหวง โตจิราการ ว่าที่ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทยระบุว่าจะต้องการนำคนผิดกรณีจราจลและคนที่ติดคุกต้องออกมาทั้งหมด นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีสองเรื่องที่จะฝากเป็นข้อคิดถึงรัฐบาลใหม่คือ 1. เรื่องการปรองดองไม่ใช่เรื่องของการนิรโทษกรรม ซึ่งนายคณิตก็พูดชัดเจนว่าการปรองดองไม่ใช่การนิรโทษกรรม ฉะนั้นอย่าเอาสองเรื่องนี้มาปะปนกัน

           “บังเอิญผมไปเห็นข่าวใน CNN ว่าคุณยิ่งลักษณ์พูดถึงความเป็นไปได้ในการที่จะไปรื้อคดีของคุณทักษิณ ผมอยากจะฝากบอกว่าอย่าทำเลยครับ วันนี้ประชาชนให้ความไว้วางใจคุณยิ่งลักษณ์มาแก้ปัญหาอื่น ถ้าเอาเรื่องนี้กลับเข้ามามันก็จะเป็นปมความขัดแย้งต่อประเทศชาติบ้านเมือง”นายอภิสิทธิ์ กล่าว

           เมื่อถามว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์บอกว่าจะต้องกลับไปสู่จุดเริ่มต้นของคดีเพื่อความเป็นธรรม นายอภิสิทธ์ กล่าวว่า ความจริงมันสำคัญที่จุดสุดท้ายของคดีคือศาลยุติธรรมเป็นผู้ตัดสิน อันนี้จึงคิดว่าอย่าไปทำเลย ส่วนเรื่องที่ 2 .คือเรื่องที่จะไปค้นหาความจริง ความรับผิดชอบในเหตุการณ์ต่างๆ คิดว่าก็เป็นหลักการซึ่งรัฐบาลตนก็ให้เอาไว้อยู่แล้ว แต่ต้องเข้าใจว่าที่ตนทำเรื่องนี้ตนไม่เคยมีธง แต่หากรัฐบาลชุดใหม่มีแกนนำเสื้อแดงเป็นส.ส. มาชี้ธงตลอดเวลาว่าต้องสรุปอย่างนั้นอย่างนี้มันจะทำลายกระบวนการที่จะหาความจริง อย่างไรก็ตามความจริงก็เป็นความจริง ฉะนั้นไม่ควรมีใครไปชี้นำชี้ธง เพราะหากชี้ธงกันทุกฝ่ายก็ชี้ธงได้บ้านเมืองก็จะขัดแย้งไปอีก จึงต้องให้คนกลางเป็นคนทำ ส่วนที่น.ส.ยิ่งลักษณ์จะไม่นิรโทษกรรมให้คนใดคนหนึ่งตามนโยบายของพรรคเพื่อไทยนั้นก็อย่าไปเล่นคำเลย เพราะในเมื่อการปรองดองที่แท้จริงมันไม่ใช่การนิรโทษกรรมคดีทุจริตคดีอาญา ก็อย่าไปทำ

           “ถ้าบอกว่าอยากจะช่วยคนหนึ่งแล้วบอกว่าไม่ทำเพื่อคนใดคนหนึ่ง ก็เลยไปช่วยอีกสักคน มันก็ไม่ได้ต่างจากเดิม เพียงแต่ลากคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องเท่านั้นเอง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

           เมื่อถามถึงการโยกย้ายข้าราชการหลังจากเปลี่ยนรัฐบาล อย่างกรณีที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ( DSI )ที่เตรียมใจไว้แล้ว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าจะโยกย้ายอะไรก็ต้องมีเหตุมีผล และขณะนี้อย่าไปสรุปล่วงหน้า อยากจะฝากข้อคิดว่าปัญหาของประชาชนเป็นเรื่องอื่น ขณะนี้ถ้าจะปล่อยให้คณะกรรมการอิสระเดินหน้าต่อในเรื่องนี้ก็ดีที่สุด ซึ่งเรื่องที่รัฐบาลน่าจะใส่ใจเป็นเรื่องเศรษฐกิจและปากท้อง

           “และวันนี้คุณยิ่งลักษณ์ต้องมาเป็นรัฐบาลของคนทั้งประเทศ ไม่ใช่รัฐบาลของพี่ชาย” นายอภิสิทธ์ กล่าวและว่าส่วนการจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนั้นผลการเลือกตั้งอย่างนี้มันควรจะเร็ว ตนก็อยากให้ตั้งรัฐบาลโดยเร็วเพราะว่าประเทศไม่ควรจะอยู่ในสภาพที่ไม่มีรัฐบาลอำนาจเต็มเป็นเวลานาน

เผยทูตสหรัฐสนใจความสัมพันธ์"รบ.ใหม่"กับ"ทักษิณ"

           อย่างไรก็ตามความเคลื่อนไหวของนายอภิสิทธิ์วันนี้ได้เดินทางเข้ามาปฏิบัติภารกิจในฐานะนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล โดยเมื่อเวลา 08.30 น. คณะเยาวชนไทยพร้อมผู้ปกครองและสื่อมวลชนไทยในสหรัฐอเมริกา จำนวน 200 คน เข้าเยี่ยมคารวะในฐานะนายกรัฐมนตรี ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล และต่อจากนั้นเวลา 09.00 น. นางคริสตี้ เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยได้เดินทางเข้าเยี่ยมคารวะที่ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า โดยใช้เวลาเข้าพบนาน 30 นาที

          จากนั้นนายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ถึงการเข้าพบของเอกอัคราชทูตอเมริกาว่า ท่านมาแสดงความขอบคุณในการทำงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับช่วงที่เป็นรัฐบาลและได้ดูแลความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และประเด็นเกี่ยวกับภูมิภาคและการเลือกตั้ง ซึ่งผ่านพ้นไปดด้วยดีทำให้เกิดความมั่นใจในกระบวนการประชาธิปไตยของไทย ซึ่งเขาก็เชื่อมั่นในกระบวนการประชาธิปไตยของไทย ซึ่งตนก็ได้ยืนยันว่าทีตัดสินใจยุบสภาก็เพื่อให้กระบวนการนี้ปรากฏชัดต่อชาวโลกว่าประเทศไทยสามารถเดินไปได้และในภาพรวมก็ดูว่าเป็นการเลือกตั้งที่มีความเรียบร้อยผลการเลือกตั้งก็มีความชัดเจนก็จะทำให้บ้านเมืองเดินไป

          “อย่างไรก็ตามเขาก็สอบถามว่าผมห่วงใยอะไร ผมก็บอกว่าก็คงมีแค่ว่าถ้ารัฐบาลใหม่ไม่เดินหน้าในสิ่งที่พี่น้องประชาชนต้องการ หรือไปทำอะไรที่ทำให้ไม่มีเสถียรภาพหรือมีความวุ่นวายได้ โดยเฉพาะปัญหาที่เกี่ยวกับคุณทักษิณก็ดี หรือความพยายามที่จะไปเปลี่ยนแปลงลบล้างคำพิพากษาศาลก็ดีก็จะเป็นความเสี่ยงของประเทศ เพราะฉะนั้นเราก็หวังว่ารัฐบาลจะไม่ทำสิ่งเหล่านั้น แต่จะเดินหน้าแก้ปัญหาของประชาชนมากกว่า” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

          เมื่อถามว่าเอกอัคราชทูตอเมริกาให้ความเห็นเรื่องนี้ยังไงบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เขาก็ไม่ได้ให้ความเห็นเท่าไร แต่ว่าเขาก็บอกว่าเขาจับตาเพราะเป็นประเด็นที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในแง่ความสัมพันธ์กับทางอดีตนายกฯทักษิณ และส่วนหนึ่งเขาก็คงเฝ้าดูในแง่ของกระบวนการที่จะทำให้เกิดความปรองดองซึ่งตนก็บอกว่าอันนี้จะต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาลด้วยว่าจะพยายามเดินหน้าหรือว่ามีความจำเป็นที่จะต้องไปโอนอ่อนตามแกนนำเสื้อแดงมากน้อยแค่ไหน
 
          เมื่อถามว่าต่างประเทศมีความเป็นห่วงในเรื่องของการรัฐประหารหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มี มันเป็นเรื่องที่คนกุกันขึ้นมา เพราะตนบอกตั้งแต่ต้นแล้วว่าเลือกตั้งก็เลือกตั้งเลือกตั้ง เสร็จก็มีรัฐบาลหลังการเลือกตั้งซึ่งเขาก็เห็นตรงกับตน

"ทูตสหรัฐ”ยินดีทำงานกับ“ฝ่ายค้าน”อย่างแข็งแกร่ง

นางคริสตี้กล่าวภายหลังเข้าพบนายอภิสิทธิ์ว่า ตนได้พูดคุยกับนายอภิสิทธิ์   โดยได้แสดงความยินดีที่ประเทศไทย ได้จัดการเลือกกตั้งอย่างสงบราบรื่น นอกจากรัฐบาลอเมริกาจะทำงานร่วมกับรัฐบาลชุดใหม่ของไทยแล้ว ยังจะทำงานร่วมกับฝ่ายค้านด้วย   อย่างไรก็ตามเมื่อวานนี้ตนได้พูดโทรศัพท์กับน.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า ขอแสดงความยินดีและรัฐบาลสหรัฐจะทำหน้าที่มิตรประเทศกับรัฐบาลใหม่ของไทย

          ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้ท่านทูตเคยระบุ กับน.ส.ยิ่งลักษณ์ว่ามีความเป็นห่วงเรื่องการปฏิวัติ   ทำไมถึงเป็นห่วงในเรื่องนี้   ออท.สหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย กล่าวว่า ตอนนี้มีความยินดีอย่างยื่งที่การเลือกตั้งดำเนินไปได้อย่างสงบ และจะทำงานใหม่ต่อไป   ผู้สื่อข่าวย้ำว่า แสดงว่า ณ ตอนนี้มั่นใจแล้วว่าจะไม่มีอำนาจนอกระบบเข้ามาในประเทศไทย   นางเคนนี่ กล่าวว่า คนไทยก็น่าจะยินดีและภาคภูมิใจกับการเลือกตั้ง   ขณะนี้เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องจัดตั้งรัฐบาลใหม่ให้ได้ก่อน ซึ่งสหรัฐอเมริกา ตั้งตาคอยที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลชุดใหม่ และฝ่ายค้านรวมทั้งภาคประชาสังคม เพราะทั้ง 3 ส่วน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้

          ผู้สื่อข่าวถามว่า จะไปคุยกับกองทัพบ้างหรือไม่ ออท.สหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย กล่าวว่า ตนพูดกับคนไทยทุกพรรคทุกคน  เมื่อถามว่า คาดหวังอย่างไรกับการเดินหน้าของประเทศไทย นางเคนนี่ กล่าวว่า คาดหวังว่าประเทศไทยจะเดินหน้าไปได้อย่างแข็งแกร่งพร้อมกัน ทั้งประเทศและประชาชน รวมทั้งพัฒนาเศรษฐกิจต่อไปได้ด้วย ในส่วนของสหรัฐก็จะตั้งตาคอยที่จะทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศให้ดีขึ้น

“ชูวิทย์”หอบดอกไม้ให้กำลังใจ“อภิสิทธิ์"

          เมื่อ 11.00 น. นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์​ หัวหน้าพรรครักประเทศไทยเดินทางมาพร้อมกระเช้าดอกไม้เพื่อให้กำลังใจแก่นายอภิสิทธิ์ โดยมีนายเชน  เทือกสุบรรณ ว่าที่ ส.ส.สุราษฏร์ธานี เป็นผู้รับดอกไม้แทนเนื่องจากนายอภิสิทธิ์ติดภารกิจอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล 
 
          นายชูวิทย์ กล่าว​ว่า ตนมาเพื่อจะขอคำปรึกษาในฐานะที่เป็นฝ่ายค้านด้วยกัน ​ซึ่งถือว่าการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เพราะการเป็นฝ่ายค้านไม่ได้เสียหายอะไร และยังสามารถทำประโยชน์ให้กับประชาชนและประเทศชาติได้ ถึงจะมีคนจะกระแนะกระแหนอย่างไรตนไม่สนใจ ทั้งนี้งานแรกในการทำหน้าที่่ฝ่ายค้านของตนคือการตรวจสอบคุณสมบัติคณะรัฐมนตรีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ขอเรียกว่าครม.“ปูจ๋า” ว่าจะมีการนำเอาคนในครอบครัวมาเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ เองก็ควรจะตั้งครม.ชุดนี้ตามความรู้ความสามารถเป็นหลัก ไม่ใช่ใช้ระบบโควต้า 7 ส.ส. ต่อ 1 เก้าอี้รัฐมนตรี และทันทีที่ใช้ระบบนี้ตนจะเจาะลึกรัฐมนตรีเรียงตัว โดยเฉพาะกระทรวงพลังงานของชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน กระทรวงเกษตรของพรรคชาติไทยพัฒนา ทั้งนี้เชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์สามารถทำหน้าที่ฝ่ายค้านได้ดี และบางที “ครม.ปูจ๋า” อาจอยู่ไม่ถึง 6 เดือนก็ได้

          นายชุูวิทย์ กล่าวว่า ภาระกิจเร่งด่วนในการทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านคือการตั้งคำถามต่อรัฐบาลชุดใหม่ว่า 1.จากที่พรรคเพื่อไทยเคยพูดเรื่อง 91 ศพ ถามว่าวันนี้ทำไมเงียบอย่าไปโยนให้คณะกรรมการชุดของนายคณิต ณ นคร ​เพียงอย่างเดียว เพราะที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยได้จี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ​(ดีเอสไอ) ให้ทำเรื่องนี้ วันนี้ก็ต้องจี้ดีเอสไอให้ทำเรื่องนี้​ 2.ควรจะสลายเสื้อแดงไม่ให้มีสีเสื้ออีกต่อไป เพราะเพื่อไทยก็ชนะการเลือกตั้งเข้ามาแล้ว 3.ต้องเอาเร่งนโยบายมาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและเรื่องปากท้องของประชาชน ไม่ใช่รอ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้การรับรองถึงค่อยทำ เพราะขนาดตั้งครม.ยังไม่รอกกต.รับรองเลย

          "การทำอย่างนี้เป็นลีลาเดิมๆ ไม่ใช่วิสัยทัศน์  2020 แต่เป็นวิสัยทัศน์ 1990 ฉะนั้นท่านต้องเปลี่ยนวิสัยทัศน์และคัดเลือรมต.ที่มีความรู้ความสามารถอย่าเอากลุ่มก๊วน นอมินีตัวแทน เอาลูกเอาผัวเอาเมียมา เพราะถ้าทำอย่างนั้น ประชาชนที่เลือกท่านไปจะผิดหวัง" นายชูวิย์กล่าว

          ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดอย่างไรกับการนิรโทษกรรมและคืนเงิน 4.6 หมื่นล้านบาท นายชูวิทย์ ​กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ต้องพูดถึง สำหรับตนมันเป็นไปไม่ได้ แต่เห็นด้วยกับนิรโทษที่พรรคเพื่อไทยบอกว่าไม่ต้องการเงินคืน แต่ที่เป็นปัญหาคือเรื่องคนตายที่พรรคเพื่อไทยทวงตลอดเวลา เมื่อมาเป็นรัฐบาลแล้วก็ไม่ควรลืม ควรจะให้นายธาริต เพ็งดิษฐ์​ อธิบดีดีเอสไอ จัดการไม่ควรโยนเรื่องให้คณะกรรมการชุดนายคณิต

          เมื่อถามว่า​เกรงหรือไม่ว่ารัฐบาลชุดใหม่จะย้ายนายธาริต นายชูวิทย์ กล่าวว่า เป็นตนจะไม่โยกย้าย แต่จะใช้งานให้มากขึ้น เพราะถ้าไปโยกย้ายเขาถือเป็นการกลั่นแกล้ง

          เมื่อถามว่า เมื่อเข้าสภาแล้วต้องไปปะทะฝีปากกับ นปช.​ไม่ว่าจะเป็นนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หรือ นายจตุพร พรหมพันธุ์ หนักใจหรือไม่ นายชูวิทย์ กล่าวว่า สมัยตนที่เป็นฝ่ายค้าน 2548 นายณัฐวุฒิ ยังอยู่ในสภาโจ๊กอยู่ นายจตุพรยังเป็นวุ้น ไม่รู้ขี่รถกระบะอยู่หรือเปล่า แต่ตนเป็นถึงดาวสภา วันนี้เมื่อคุณได้เข้ามาเป็นส.ส.​ตนขอเตือนและเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยคงไม่เอาเสื้อแดงมาเป็นรัฐมนตรี

          เมื่อถามว่าจะทำงานเป็นฝ่ายค้านร่วมกับประชาธิปัตย์อย่างไร  นายชูวิทย์ กล่าวว่า ประชาธิปัตย์ต้องเข้มแข็งเสียกำลังใจไม่ได้ เราต้องมาร่วมภาระกิจฝ่ายค้านด้วยกัน และตนก็มาให้กำลังใจนายอภิสิทธิ์ ไม่มีเจตนาอื่นใด ใครจะดูถูกตนก็ไม่เป็นไร ตนเห็นหลายครั้งแล้ว คนที่ดูถูกตนบอกขำๆ แล้วเป็นอย่างไร วันที่ 3 ก.ค. ตนได้สส.มา 4 ที่นั่ง แล้วจะขำอยู่อีกหรือไม่ และคิดว่าพรรคร่วมรัฐบาลขอให้มีจุดยืนบ้าง วันก่อนเพิ่งไปจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์ แต่วันนี้กลับมาเปลี่ยนขั้วถือว่าไม่มีจุดยืน 

          จากนั้นเมื่อนายชูวิทย์ ไม่พบนายอภิสิทธิ์ แต่ทราบว่านายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์อยู่ในที่ทำการพรรค จึงตรงดิ่งไปพบนายชวนที่ห้องทำงานชั้น 3  ตึก ควง อภัยวงศ์​ โดยนายชูวิทย์ได้กล่าวกับนายชวน ว่า ตนมาให้กำลังใจกับนายอภิสิทธิ์ ในการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เพราะตนตั้งใจมาเป็นฝ่ายค้าน เพราะสามารถมาทำประโยชน์ให้กับประชาชนได้ และนายอภิสิทธิ์​ ก็เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถที่จะทำประโยชน์ให้กับประเทศอีกมาก ซึ่งที่ผ่านมาตนก็ข้องใจว่าพรรคที่เคยจับมือกับประชาธิปัตย์ วันนี้กลับไปร่วมรัฐบาลไม่เข้าใจว่าเขาจะเป็นแต่ฝ่ายรัฐบาลอย่างไร ซึ่งการจะมาทำหน้าที่ฝ่ายค้านร่วมกันก็จะต้องมาหารือกันว่าจะทำอย่างไร

          ทั้งนี้ นายชวน ได้กล่าวแสดงความยินดีที่นายชูวิทย์ได้มาเป็นส.ส. และเห็นว่าพรรคการเมืองต้องเป็นได้ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ซึ่งสามารถทำประโยชน์ให้กับประชาชนได้ พรรคที่ได้เสียงข้างมากก็เป็นรัฐบาล พรรคที่ได้เสียงน้อยก็เป็นฝ่ายค้านก็ธรรมดา แต่เราควรทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ซึ่งการทำงานร่วมกันต้องรอให้สภาเปิดก่อน อย่างไรก็ตามตนเห็นด้วยที่นายอภิสิทธิ์ ลาออกจากหัวหน้าพรรค แต่คนที่จะเป็นผู้นำฝ่ายค้านควรจะเป็นนายอภิสิทธิ์

“ชวน”ปัดนั่งหัวหน้าปชป.ซ้ำสอง

           นายชวน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมานายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โทรศัพท์มาหาตนก่อนที่จะประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรคแต่ตนไม่ได้รับสาย เนื่องจากอยู่ระหว่างขึ้นรถแห่ขอบคุณชาวบ้านอยู่ แต่ได้พูดคุยทางโทรศัพท์กันอีกครั้งในตอนกลางคืน โดยตนได้ให้กำลังใจและแสดงความเห็นใจนายอภิสิทธิ์ ที่รู้สึกผิดหวังกับผลการเลือกตั้ง แต่ผลการเลือกตั้งในภาคใต้ก็ถือว่าควรจะดีใจเพราะได้ส.ส. มากกว่าเดิม โดยเพิ่มในจ.นราธิวาสและยะลา ทั้งนี้ตนเห็นด้วยที่นายอภิสิทธิ์ได้ลาออกจากหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพราะการเป็นนักการเมืองอาชีพจะต้องรักษาคำพูด ส่วนหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนต่อไปจะเป็นใครนั้น คงขึ้นอยู่กับสมาชิกพรรค แต่ตนเห็นว่าแม้จะมีผู้เหมาะสมหลายคน แต่คนที่เหมาะสมที่สุดในขณะนี้ยังเป็นนายอภิสิทธิ์ และเชื่อว่าจะไม่เกิดปัญหารอยร้าวในพรรคเหมือนในอดีต เพราะคนส่วนใหญ่ในพรรคต่างเห็นใจหัวหน้าพรรคที่ทำงานอย่างเต็มที่

           เมื่อถามว่า หากมีการเสนอชื่อรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคอีกครั้งจะรับหรือไม่ นายชวน กล่าวว่า “ ไม่รับครับ ผมชัดเจน ไม่มีเงื่อนไข จ้างก็ไม่รับ ส่วนตำแหน่งเลขาธิการพรรคผมยังไม่ได้พูดคุยกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ จึงไม่อยากพูด ควรให้กรรมการตอบดีกว่า แต่เลขาธิการพรรคไม่ใช่ตำแหน่งที่เราจะไปกำหนดได้ ตามข้อบังคับจะให้หัวหน้าพรรคเสนอตัวบุคคลเข้ามา ”  เมื่อถามว่า มีคำแนะนำถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์หรือไม่ นายชวนกล่าวว่า “ ไม่มีอะไรแนะนำครับ ” เมื่อถามว่า รัฐบาลใหม่จะอยู่ครบเทอม 4 ปีหรือไม่ นายชวน กล่าวเลี่ยงว่า สภามีวาระ 4 ปี

โยนเรื่องของศาลพิจารณาปล่อยตัว“แดง ”

           เมื่อถามว่า น.พ.เหวง โตจิราการ ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยและแกนนำนปช. ระบุแกนนำคนเสื้อแดงและแนวร่วมที่ถูกจองจำในคุกควรได้ออกมา นายชวน กล่าวว่า อยู่ที่อำนาจศาล ไม่ได้อยู่ที่อำนาจรัฐบาล ที่ผ่านมาในสมัยของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์เราก็ได้ย้ำว่าอย่าทำอะไรนอกกฎหมาย ต้องเคารพกระบวนการยุติธรรม ดังนั้นหากมีใครละเมิดกฎหมายหน้าที่ของรัฐบาลใหม่ไม่ถือว่าเป็นการไล่ล่า แต่เป็นการจัดการให้ถูกต้อง ถ้ามีคนทำผิดก็ต้องจัดการ เมื่อถามว่า รัฐบาลใหม่ได้ส่งสัญญาณเช็คบิลข้าราชการที่เคยทำงานให้รัฐบาลประชาธิปัตย์แล้ว เป็นการกลั่นแกล้งหรือไม่ นายชวน กล่าวว่า เป็นอำนาจของฝ่ายรัฐบาลที่จะดูถึงความเหมาะสมว่าข้าราชการฝ่ายไหนเป็นอย่างไร แต่ตนก็ไม่เห็นว่ามีข้าราชการคนใดไปกลั่นแกล้งเขาโดยเห็นว่าแต่ละคนก็ทำตามหน้าที่ เพราะรัฐบาลนายอภิสิทธิ์เราเคยพูดว่ารัฐบาลจะอยู่ได้ จะต้องไม่ทำอะไรนอกกฎหมาย ดังนั้นถ้าใครไปละเมิดกฎหมายให้ร้ายกล่าวหาคนโดยไม่มีความผิด เขาก็จัดการได้ ซึ่งตอนนี้ก็เป็นโอกาสอันดีของผู้ที่ตั้งประเด็นกล่าวหาไว้หลายเรื่อง จะได้พิสูจน์ว่าความจริงเป็นอย่างไร

"หมอตุลย์"เดินหน้าต้าน"ยิ่งลักษณ์"นั่งนายกฯ

           น.พ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน เดินเข้าให้การพร้อมยื่นหลักฐานให้พ.ต.ท.พเยาว์ ทองเสน รักษาการผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 3  กรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้ตรวจสอบคดีกรณีน.ส.