
'มาร์ค'เยี่ยม'หมอมุก'เจอตีนตบไล่
"อภิสิทธิ์" เยี่ยม "หมอมุก" อาการดีขึ้น ก่อนกลับ เจอตีนตบไล่ ด้านแพทย์ คาด 6 เดือน "หมอมุก" ให้การได้
ช่วงบ่ายวันที่ 5 ก.ค.54 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางไปยังห้อง 1428 ชั้น 14อาคารเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เพื่อเยี่ยมอาการของ พ.ต. พญ. ทหัยพร อิ่มวิทยา หรือหมอมุก โดยมีพญ.พรรณกร อิ่มวิทยา มารดา ให้การต้อนรับ และมี พ.อ.นพ.พีระพล ปกป้อง ผู้อำนวยการกองอุบัติเหตุและเวชกรรมฉุกเฉิน โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เป็นผู้กล่าวรายงานความคืบหน้าของอาการ
โดยหลังจากที่รับทราบรายงานอาการแล้ว นายอภิสิทธิ์ได้จับมือและทักทายพูดคุยกับหมอมุก ซึ่งขณะนั้นหมอมุกอยู่ระหว่างการทดสอบความจำเกี่ยวกับรูปภาพต่าง ๆ อยู่ นายอภิสิทธิ์ ก็ได้ช่วยหยิบภาพมาให้ด้วยพร้อมมีการสอบถามว่า รูปนี้ตรงกับรูปไหน และหยิบภาพที่เหมือนกับที่มีอยู่ยื่นให้หมอมุก โดยเลือกกระดาษสัญลักษณ์ให้ พร้อมทำสัญลักษณ์มือ “ ไอเลิฟยู ” ให้หมอมุก ซึ่งหมอมุกก็ยิ้มตอบรับตลอดเวลา ทั้งนี้ พญ.พรรณกร ระบุว่าอาการทางร่างกายของหมอมุกนั้นไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง สามารถทานข้าวเองได้ มีอาการสดชื่น แต่การรับรู้ไม่ 100%
นายอภิสิทธิ์ กล่าวภายหลังเข้าเยี่ยมหมอมุกว่า ตอนนี้อาการทางร่างกายของหมอมุกไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง โดยอยู่ระหว่างการฟื้นฟูเรื่องของสมอง ในส่วนของคดีก็ให้ทางเจ้าหน้าที่ดำเนินการ ขณะที่อาการของหมอมุกจะกลับมาได้ 100% หรือไม่นั้น ต้องประเมินเป็นระยะ ตอนนี้ก็จะเริ่มด้วยการฝึกพูด ทั้งนี้สำหรับความคืบหน้าของคดีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยืนยันกับตนว่ามีความคืบหน้าส่วนมารดาของหมอมุกก็ไม่ได้บ่นอะไร ตอนนี้ก็ขอดูแลลูกสาวก่อนเท่านั้น
เมื่อถามว่าในส่วนของคดีคิดว่าจะมีการจับแพะอีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ให้เจ้าหน้าที่เขาดำเนินการไปแต่ตนได้กำชับแล้วว่าให้ตรงไปตรงมา วันนี้ถือว่าคดีมีความคืบหน้าไปมาก เพราะทางตำรวจเพราะมีกลายอย่างที่เป็นตัวยันอยู่
หนุ่มใหญ่ชูตีนตบไล่"อภิสิทธิ์"หน้ารพ.พระมงกุฏฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมมนตรี เสร็จสิ้นภารกิจเข้าเยี่ยม พ.ต.พญ.ทหัยพร อิ่มวิทยา หรือหมอมุก ที่รพ.พระมงกุฏเกล้า และกำลังจะเดินไปขึ้นรถออกจากอาคารอาคารเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา โดยที่ทีมรปภ.เดินตามอยู่ห่าง ๆ ปรากฏว่าเมื่อถึงด้านหน้าอาคารได้มีชายอายุประมาณ 50 ปี สวมเสื้อยืดคอปกสีชมพูคาดขาว กางเกงยีนส์ ได้ควักตีนตบสีแดงออกจากกระเป๋าสีดำที่ถือมา พร้อมตะโกนขับไล่ นายอภิสิทธิ์ ที่เดินเกือบจะถึงรถแล้วว่า “ลาก่อน หวังว่าคงไม่เจอกันอีกแล้วน่ะ ไอ้ฆาตกร” ซึ่งทำให้ทีมรปภ.และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลต้องรีบเข้าไปกันตัวไว้ แต่นายอภิสิทธิ์ที่เดินผ่านไปแล้วก็หันมามองแล้วยิ้มและพูดว่า “แล้วจะให้ไปไหนหล่ะ” แล้วก็ขึ้นรถออกไปทันที
โดยระหว่างนั้นได้มีประชาชนผู้หญิงคนหนึ่งอายุกว่า 50 ปี แสดงความไม่พอใจชายคนดังกล่าว และได้ตะโกนต่อว่า “เลิกบ้าได้แล้ว เลิกบ้าได้แล้ว เผาบ้านเผาเมืองยังไม่พออีกเหรอ” และจากนั้นชายคนดังกล่าวก็ยังไม่ยอมหยุดก็ยังกระพือตีนตบและตะโกนอีกว่า “แน่นอนครับ แน่นอน ยิ่งลักษณ์เบอร์ 1 ” จากนั้นเจ้าหน้าที่พากันเชิญตัวออกไปเนื่องจากเขตโรงพยาบาลห้ามส่งเสียงดัง
คาด6เดือน'หมอมุก'ให้ปากคำได้
วันเดียวกัน ที่หอผู้ป่วยศัลยกรรมพิเศษ ชั้น 14 รพ.พระมงกุฏ พ.อ.น.พ.พีระพล ปกป้อง เจ้าของไข้ พ.ต.พญ หทัยพร อิ่มวิทยา หรือ หมอมุก ได้ออกมาแถลงอาการป่วยของ "หมอมุก"ว่า มีพัฒนาการดีขึ้นตามลำดับ วันนี้สามารถใช้มือขวาตักอาหารเองได้ ทางแพทย์ได้ถอดสายอาหารออกทั้งหมด เนื่องจากหมอมุก สามารถทานอาหารเองได้ แปรงฟันบ่วนน้ำเอง และสามารถกินไอศครีม ผลไม้ รวมทั้งสามาถแยกแยะได้ว่าส่วนไหนเป็นเม็ดเป็นเนื้อ และยังใช้มือแสดงสัญญลักษณ์ ไอเลิฟยู ได้อีกด้วย ขั้นตอนต่อไปเป็นขบวนการฝึกพูดภายใน 1 - 2 สัปดาห์นี้ เนื่องจากขณะนี้ หมอมุก สามารถเปล่งเสียงได้บ้างอย่างเสียงหัวเราะ รวมทั้งสามารถลุกขึ้นยืนและเดินโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วย คาดว่าภายใน 6 เดือน หมอมุก จะสามารถพูดได้และให้ปากคำได้ ส่วนอาการบวมของสมองก็ไม่มีแล้ว โดยทางแพทย์จะทำการกระตุ้นความจำของหมอมุกให้คืนกลับมาโดยเร็ว ซึ่งเบื้องต้นหมอมุกสามารถจำแม่ตัวเองได้แล้ว
ด้านพญ.พรรณกร อิ่มวิทยา มารดาของ หมอมุก กล่าวว่า ขอขอบคุณทุกหน่วยงานรวมทั้งสื่อมวลชนที่มีความห่วงใยให้กำลังใจหมอมุกตลอดมา และในเช้าวันนี้ได้มีพระสงฆ์เดินทางมาสวดมนต์ให้พรกับหมอมุก ซึ่งตนยังมีความคาดหวังว่าภายใน 6 เดือน หมอมุก จะกลับมามีชีวิตเป็นปกติ กลับมาทำงานที่รักได้เหมือนเดิม และยังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเชื่อว่าในส่วนของคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีได้ ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจให้ดำเนินการไปตามขั้นตอนของขบวนการ ส่วนตัวเองจะคอยดูแลและติดตามอาการของหมอมุกเป็นหลักไม่ค่อยสนใจยุ่งเกี่ยวกับเรื่องคดี
" รู้สึกดีใจที่อาการหมอมุกดีขึ้นตามลำดับ และตอนนี้ก็สามารถทานข้าวต้มหมูหยองไข่เค็ม และกินน้ำโดยไม่มีอาการอาเจียรแล้ว และดีใจที่หมอมุกจำแม่ได้ ส่วนญาติสนิทและคนใกล้ชิดอื่น ๆ คงจะจำได้ตามลำดับต่อไป และเวลาแม่เรียกก็จะยิ้ม ซึ่งหมอมุกมีเสียงจากการหัวเราะและอารมณ์ดี แม่มั่นใจว่าหมอมุกจะกลับมาพูดได้ในเร็ว ๆ นี้ " พญ.พรรณกร กล่าว
นายก่อสล้าง วรรณรสพากย์ ญาติสนิทหมอมุก กล่าวว่า ตอนนี้ทางญาติจะเริ่มดำเนินการแต่งตั้งทนายความเพื่อให้มาดูเรื่องคดีให้เกิดความชัดเจนในการต่อสูคดี โดยจะตั้งทนายภายนในอาทิตย์นี้ ขณะเดียวกันทางพล.ต.ท.จรัมพร สุรมณี ผบช.พฐ.ก็ติดต่อมาเพื่อให้แม่หมอมุกไปให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับลำดับเหตุการณ์ให้ถูกต้อง รวมถึงดูหลักฐานเพื่อยืนยันลักษณะบุคคล
โดยพล.ต.ท.จรัมพร บอกว่า มีหลักฐานซึ่งเป็นลำดับเหต์การณ์ลักษณะภาพเเอนิเมชั่นให้ดู โดยเบื้องต้นทาง พฐ.แจ้งว่ามีเค้าโครงหน้าพอสมควรลักษณะคล้ายผู้ชาย ซึ่งแม่หมอมุกจะสามารถเข้าไปดูและให้ข้อมูลได้ภายในสัปดาห์หน้าก่อนวันพุธที่ 13 ก.ค.ที่จะถึงนี้ อย่างไรก็ตามต้องดูความพร้อมของแม่หมอมุกเป็นสำคัญ
ทางด้าน พ.ต.ท.โชติ สุวรรณจุณีย์ รอง ผกก.สส.สน.พญาไท กล่าวถึงความคืบหน้าทางด้านคดี ภายหลังบุตรสาวของ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ภู่กลั่น ได้เข้าให้การเพิ่มเติมว่า ในวันนี้ยังไม่มีความคืบหน้าทางคดีอะไรมาก โดยได้ให้พนักงานสอบสวนทำหนังสือเร่งรัดผลจากทางกองพิสูจน์หลักฐาน ซึ่งว่าเหลือรายละเอียดปลีกย่อยที่ยังไม่เสร็จ รวมทั้งผลตรวจ ดีเอ็นเอ ที่ระบุการนั่งของบุคคลต่าง ๆที่อยู่ภายในรถยนต์คันก่อเหตุ ซึ่งน่าจะได้ผลในสัปดาห์นี้
ส่วนการสอบปากคำหมอมุกผู้เสียหาย ถึงแม้จะยังให้ปากคำไม่ได้ก็ไม่ส่งผลต่อรูปคดี เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีข้อมูลจากพยานแวดล้อมและพยานวัตถุ เพียงรอผลทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างเดียวก็พอที่จะสามารถระบุตัวผู้กระทำผิดได้ หากผลจากการพิสูจน์หลักฐานออกมาก็จะมีผู้บังคับบัญชาร่วมพิจารณาก่อนจะเรียกผู้กระทำผิดจากหลักฐานที่มีมารับทราบข้อหาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้หมอมุกมีลักษณะสีหน้าที่สดใสทำให้ทีมแพทย์ที่รักษารวมทั้งแม่และญาติ ต่างมีกำลังใจและไม่เป็นกังวลดูมีกำลังใจ เชื่อว่าหมอมุกจะกลับมาเป็นปกติ



