ข่าว

ตท.10-สุเมธ-บุญสร้างจะเป็นรมว.กลาโหมปรองดองได้ไหม?

ตท.10-สุเมธ-บุญสร้างจะเป็นรมว.กลาโหมปรองดองได้ไหม?

05 ก.ค. 2554

แม้พรรคเพื่อไทยจะชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย "เกินครึ่ง" ทะลุ 250 เสียงอย่างที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ โดยเบื้องต้นมี 4 พรรคตั้งโต๊ะแถลงร่วมรัฐบาลแล้ว ทำให้รัฐบาล "ยิ่งลักษณ์ 1" มีเสถียรภาพในการบริหารงาน และมีความชอบธรรมในการสถาปนาอำนาจอย่างเต็มที่

         วันนี้ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่โฉมหน้าคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ 1 ว่า จะมีหน้าตาหล่อเหลา หรือยี้แค่ไหน กระทรวงที่ถูกจับตามากคงหนีไม่พ้นกระทรวงด้านเศรษฐกิจที่จะเข้ามาขับเคลื่อนการแก้ปัญหาปากท้องอันเป็นจุดขายของเพื่อไทย

         อย่างไรก็ตาม อีกกระทรวงที่มีความสำคัญมากกับความอยู่รอดของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ 1 ในระยะยาว คือ "กระทรวงกลาโหม" ที่จะมาทำหน้าที่บังคับบัญชาและประสานงานกับกองทัพโดยตรง
 โดยเฉพาะกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่ถูกจัดวางเป็น "ขั้วตรงข้าม" กับระบอบทักษิณ เพราะเป็นหนึ่งในคณะนายทหารที่ร่วมทำการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 และเป็นแบ็กอัพให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ ยาวนานถึง 2 ปีเศษ

         ดังนั้น แม้สถานะในวันนี้ของพรรคเพื่อไทยจะมีทั้งเสถียรภาพด้านเสียงโหวตในสภา และความชอบธรรมที่ประชาชนเลือกมาเกินครึ่ง แต่ "กองทัพ" ก็ยังเป็นหนึ่งในพลังอำนาจสำคัญที่อาจโยกคลอนบัลลังก์อำนาจของ "ทายาททักษิณ" ได้ทุกวินาที
 

        การก้าวขึ้นมาครองอำนาจในครั้งนี้ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 28 จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในการจัดระยะห่างความสัมพันธ์กับกองทัพ

         อย่างไรก็ตาม จากท่าทีที่อ่อนลงของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในการพยายามเชื่อมสะพานปรองดองกับกองทัพ ก็ดูเหมือนว่าความขัดแย้งระลอกใหม่ ยากที่จะเกิดขึ้น
 

        ประกอบกับเมื่อพิจารณาจากท่าทีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก่อนเลือกตั้งที่ประสงค์จะขอเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ มารอบหนึ่งแล้ว โฉมหน้าของ รมว.กลาโหม คนใหม่ จึงน่าจะมุ่งเข้ามาเป็นสะพานสร้างความ "ปรองดอง" มากกว่าจะมาประสานงา และจ้อง "ปลด" ผบ.ทบ.
 

        ถึงแม้ว่าจะมี "คนเสื้อแดง" ที่ยังฝังใจกับเหตุการณ์ 19 พฤษภาคม มุ่งหวังให้เช็กบิลทั้ง ผบ.ทบ.และเสธ.ทบ. ผู้ที่ควบคุมกำลังในเหตุการณ์กระชับพื้นที่ แต่ความรู้สึกตรงนี้อาจทดแทนได้ ด้วยการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ อาจมอบตำแหน่งทางการเมืองให้แก่แกนนำเสื้อแดง

         อย่างไรก็ตาม สเปกของ รมว.กลาโหม ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ จึงต้องเป็น "มือประสานสิบทิศ" ที่สามารถสานสัมพันธ์กับกองทัพได้อย่างราบรื่น โดยมีรายชื่อแคนดิเดตถูก "โยนหินถามทาง" มาหลายคน

         ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะที่เป็น "พี่ใหญ่" ของ "บูรพาพยัคฆ์" และได้รับการยอมรับทั้งจาก พล.อ.ประยุทธ์ และกองทัพโดยรวม

         อีกชื่อที่น่าสนใจคือ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด และญาติผู้พี่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ที่เป็นคำถามคือ การเป็น "สายตรงชินวัตร" จะเป็นผลดีต่อการสานสัมพันธ์กับกองทัพหรือไม่
 

        ส่วนอีกคนที่มาแรงคือ พล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี อดีตผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน และเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 10 หรือ "ตท.10" รุ่นเดียวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ผู้ที่พาเพื่อนร่วมรุ่นตบเท้าเข้าพรรคเพื่อไทยมาตั้งแต่ต้น

         ที่ฮือฮาคือ ชื่อเพื่อน ตท.10 ที่ยังเป็น "ผู้บัญชาการเหล่าทัพ" ในปัจจุบัน คือ พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และพล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ ที่ต่างก็เหลืออายุรับราชการเพียงแค่ 3 เดือน

         ขณะที่ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด ก็ฮือฮาได้อีก เนื่องจากพล.อ.บุญสร้าง ไม่ได้ร่วมเป็นหนึ่งใน "คณะรัฐประหาร"
 

        แต่ พล.อ.บุญสร้าง เข้ามาเป็นคมช.โดยตำแหน่ง หลังจาก พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ในขณะนั้น) เกษียณอายุราชการ

         สำหรับชื่อของ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผอ.รมน. ที่เข้ามาเป็นมือไม้ในช่วงการเลือกตั้งครั้งนี้ได้อย่างโดดเด่นก็ถูกจับตามองเช่นกัน เพียงแต่เจ้าตัวชิงปฏิเสธไปก่อนหน้าแล้ว

         แต่ตัวเลือกที่น่าจะทำให้ยอมรับกันได้ก็น่าจะเป็น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา แม้จะเป็นกำลังสำคัญในการยึดอำนาจรัฐบาลทักษิณ แต่ด้วยความเป็น ตท.10 และเป็นตัวเชื่อมของทักษิณ ผ่าน ยิ่งลักษณ์ ในครั้งนั้น ชื่อของพล.อ.อนุพงษ์ ก็ไม่ได้หลุดไปจากความน่าจะเป็น

         ทั้งนี้ รายชื่อข้างต้นยังไม่ตกผลึก แต่ที่แน่ๆ สเปกสำคัญคือ จะต้อง "ปรองดอง" กับ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ และต้องมี "บารมี" ในกองทัพ เพราะนอกจาก "การเมืองบนท้องถนน" แล้ว "กองทัพ" ถือเป็นพลังอำนาจที่เป็นอันตรายต่อบัลลังก์ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์มากที่สุด

ทีมข่าวความมั่นคง