ข่าว

"จัดระเบียบแดง"ยุคปรองดอง

"จัดระเบียบแดง"ยุคปรองดอง

05 ก.ค. 2554

เห็นโฉมหน้า "รัฐบาล" ชัดเจนแล้ว หลังจาก "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ว่าที่นายกรัฐมนตรี แถลงร่วมงานกับ 4 พรรคการเมือง ประกอบด้วย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน พรรคพลังชล และพรรคมหาชน รวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล 5 พรรค มีทั้งหมด 299 เสียง ขณะที่ฝ่ายค้านมี

          ส่วนรายละเอียดการจัดสรรตำแหน่งทางการเมืองของพรรคร่วมรัฐบาลอยู่ระหว่างการหารือ แนวโน้มส่วนใหญ่อาจให้บริหารตามความถนัด หรือกระทรวงที่เคยบริหารสมัยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลในชุดที่ผ่านมา

           การต่อรองตำแหน่งทางการเมืองของ "พรรคร่วมรัฐบาล" ในครั้งนี้มีไม่มาก เนื่องจาก "พรรคเพื่อไทย" มีเสียงส.ส.ในสภาเบ็ดเสร็จเด็ดขาดถึง 265 ที่นั่ง
 

          ดังนั้นกระทรวงสำคัญๆ จึงน่าจะอยู่ภายใต้กำกับดูแลของ "พรรคเพื่อไทย"
 

          การฟอร์มทีมรัฐบาลระหว่างพรรคร่วมของ "พรรคเพื่อไทย" ดูทิศทางแล้วไม่น่ามีปัญหาเรื่องการเจรจา "ตำแหน่ง" แต่เรื่องที่จะทำให้ "แกนนำพรรคเพื่อไทย" อาจต้องมานั่งคิดหนักกับการบริหารจัดการเก้าอี้รัฐมนตรีภายในพรรคเพื่อไทย

           เพราะชัยชนะของ "พรรคเพื่อไทย" ในครั้งนี้ บางพื้นที่ "แลนด์สไลด์" ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยได้รับชัยชนะยกจังหวัดมาจากการสนับสนุนของ "กลุ่มคนเสื้อแดง"
 

          ทุกเวทีที่ "ยิ่งลักษณ์" และพรรคเพื่อไทยไปหาเสียง "คนเสื้อแดง" จะเดินทางมานั่งฟังการปราศรัยทุกเวที

           ที่สำคัญการเลือกตั้งครั้งนี้ "หัวคะแนน" คนสำคัญของพรรคเพื่อไทยก็คือ "กลุ่มคนเสื้อแดง" ที่อาสาเป็นหัวคะแนนโดยที่พรรคไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย คนเสื้อแดงอาสาเดินหาเสียงให้มีลักษณะคล้ายเครือข่ายลูกโซ่ ปากต่อปาก ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่การเมืองไทยชนิดไม่เคยมีมาก่อน

           ดังนั้นสิ่งที่น่าจับตามองคือ การจัดสรรตำแหน่ง "รัฐมนตรี" ให้แก่ "แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง" ที่เป็นผู้สมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อกว่า 20 คน และหลังการเลือกตั้ง "แกนนำคนเสื้อแดง" สามารถผ่านเข้ามาเป็น "ว่าที่ส.ส."

           เช่น "จตุพร พรหมพันธุ์, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, เหวง โตจิราการ, สุนัย จุลพงศธร, ระพิพรรณ พงศ์เรืองรอง (ภรรยาอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง), ขัตติยา สวัสดิผล, วิภูแถลง พัฒนภูมิไทย, เยาวนิตย์ เพียงเกษ (ภรรยาอดิศร เพียงเกษ), พายัพ ปั้นเกตุ, ก่อแก้ว พิกุลทอง, เวียง วรเชษฐ์ และวิเชียร ขาวขำ"

           บุคคลเหล่านี้ถือเป็น "หัวขบวน" ที่สำคัญในการขับเคลื่อน "คนเสื้อแดง" เมื่อพรรคเพื่อไทยได้รับคะแนนเสียง โดยเฉพาะในพื้นที่อีสานถึง 100 ที่นั่ง จึงเป็นเรื่องยากที่ "กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย" จะมองข้ามในการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีให้
 

          ในส่วนของ "แกนนำคนเสื้อแดง" ก็เชื่อว่า "ผู้ใหญ่ในพรรค" จะไม่มองข้ามบทบาทการทำงานให้แก่พรรคในครั้งนี้

           "พายัพ ปั้นเกตุ" แกนนำกลุ่มเสื้อแดง บอกว่า ภายในกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันถึงตำแหน่งในรัฐบาล เพราะอยากให้ผู้ใหญ่จัดตั้งรัฐบาลให้เสร็จเรียบร้อยก่อน และเชื่อว่าหลังจากคุยเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคร่วมเสร็จแล้วกรรมการบริหารพรรคคงจะมีการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องการจัดสรรตำแหน่งภายในพรรค

           ที่ผ่านมา "คนเสื้อแดง" มักถูกคนในพรรคและนอกพรรคมองว่าเป็น "จุดอ่อน" ของพรรคเพื่อไทย และพยายามให้พรรคแยกบทบาทระหว่างพรรคกับคนเสื้อแดงออกจากกันให้ชัดเจน
 โดยเฉพาะสมาชิกพรรคในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพราะการขับเคลื่อนทางการเมืองของ "กลุ่มคนเสื้อแดง" ส่งผลกระทบต่อคะแนนเสียง "คนกรุง"
 

          แต่หลังการเลือกตั้งครั้งนี้ได้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า การขับเคลื่อนของ "กลุ่มคนเสื้อแดง" ได้กลายเป็น "ตัวแปรสำคัญ" ที่ทำให้ "พรรคเพื่อไทย" ชนะยกจังหวัดในหลายพื้นที่ภาคอีสาน ทำให้พรรคคู่แข่งอย่าง "ภูมิใจไทย" สอบตกในหลายพื้นที่
 

          "โดยหลักการแล้วเชื่อว่าผู้ใหญ่คงไม่มองข้ามบทบาทการทำงานของแกนนำคนเสื้อแดง เพราะที่ผ่านมาพวกเราทำงานกันหนักมาก เสียสละกันค่อนข้างมาก เมื่อเทียบกับส.ส.บัญชีรายชื่อคนอื่นอาจต้องพิจารณาเป็นพิเศษ ที่ทุ่มเททำงานเพื่อพรรคจนได้รับชัยชนะขนาดนี้" พายัพ หนึ่งแกนนำคนเสื้อแดง กล่าว
 

          ส่วนกระแสคนในพรรคและคนนอกพรรคไม่เห็นด้วยที่จะให้ "แกนนำคนเสื้อแดง" มารับตำแหน่ง "ฝ่ายบริหาร" โดยเฉพาะเก้าอี้ "รัฐมนตรี" ในช่วงการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ๆ "พายัพ" เองก็ยอมรับว่าได้ยินข่าวมาเหมือนกัน แต่เห็นว่า เมื่อแกนนำคนเสื้อแดงขับเคลื่อนบทบาททางการเมืองจนส่งผลให้ "พรรคเพื่อไทย" ได้รับชัยชนะยกจังหวัดก็ถือว่าคนเสื้อแดงเป็นที่ยอมรับของประชาชน เมื่อเสียงประชาชนส่วนใหญ่เทคะแนนจนทำให้แกนนำคนเสื้อแดงผ่านเข้ามเป็นส.ส. แสดงว่าประชาชนให้การยอมรับบทความของคนเสื้อแดง จึงไม่มีเหตุผลใดที่จะตัดสิทธิพวกเขาไม่ให้เข้าไปเป็นฝ่ายบริหาร
 

          "การที่เราเป็นคนเสื้อแดงไม่ใช่เหตุผลหรือข้ออ้างในการถูกตัดสิทธิไปนั่งฝ่ายบริหาร เพราะพวกเราผ่านการยอมรับจากประชาชนแล้ว"
 

          เมื่อ "พรรคเพื่อไทย" เป็นรัฐบาล "พายัพ" ยังยืนยันว่า จะทำกิจกรรมควบคู่กันไปทั้งในสภาฐานะ "ส.ส." และนอกสภาฐานะ "แกนนำคนเสื้อแดง"
 

          ท้ายที่สุดแล้วคงต้องติดตามการตัดสินใจของ "กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย" ในการกำหนดบทบาท "แกนนำคนเสื้อแดง" ทั้งในสภาและนอกสภาระหว่างเริ่มกระบวนการที่เรียกว่า "ปรองดอง" !


สมถวิล เทพสวัสดิ์