ข่าว

ลูกจ้างทวงถามค่าจ้างขั้นต่ำ300บาท

ลูกจ้างทวงถามค่าจ้างขั้นต่ำ300บาท

05 ก.ค. 2554

ลูกจ้างทวงถามค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทตามนโยบายหาเสียงรัฐบาลใหม่ บอร์ดค่าจ้างฯ เลื่อนถกปรับค่าจ้าง รอหารือ รมว.แรงงานคนใหม่ นักวิชาการเตือนปรับค่าจ้างก้าวกระโดด ธุรกิจเจ๊ง กระทบเลิกจ้าง

           นพ.สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาค่าจ้างกลาง เปิดเผยว่า คณะกรรมการยังคงประชุมในวันที่ 6 กรกฎาคม ตามกำหนดการเดิม โดยเป็นการพิจารณาปัญหาเรื่องค่าครองชีพและค่าจ้างตามปกติ อย่างไรก็ตาม ยังไม่รู้ว่าจะมีวาระเรื่องการปรับค่าจ้างขั้นต่ำเสนอเข้ามาหรือไม่ ส่วนนโยบายของพรรคเพื่อไทยซึ่งจะมีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาทต่อวันเท่ากันทั่วประเทศนั้น จะต้องรอหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนใหม่ ว่าจะมีนโยบายให้ดำเนินการอย่างไร
 

           รศ.ดร.ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผอ.วิจัยการพัฒนาแรงงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า การปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาทต่อวันเท่ากันทั่วประเทศ หากปรับในงวดเดียวจะเกิดผลกระทบต่อนายจ้างและระบบเศรษฐกิจโดยรวมอย่างมาก ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ธุรกิจล้มละลาย เกิดปัญหาการเลิกจ้าง ตลอดจนบริษัทต่างชาติไม่กล้าเข้ามาลงทุน รวมทั้งปัญหาอัตราเงินเฟ้อที่จะเพิ่มขึ้น ซึ่งรัฐบาลใหม่จะต้องตามแก้ปัญหาเหล่านี้

            ทั้งนี้หากรัฐบาลใหม่จะปรับค่าจ้างให้ได้ตามนโยบายที่ประกาศไว้ก็ไม่ควรปรับในอัตราที่เท่ากันทั่วประเทศ เพราะแต่ละพื้นที่มีต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพต่างกัน จึงควรปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเปอร์เซ็นต์ และแบ่งเป็น 2 งวด จะมีผลกระทบน้อยกว่า และถ้าจะให้ค่าจ้างขั้นต่ำเท่ากันทั่วประเทศ เห็นว่าควรใช้วิธีปรับโครงสร้างค่าจ้างทั้งระบบ โดยไล่เรียงจากค่าจ้างขั้นต่ำไปสู่ค่าจ้างแรกเข้า และค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงานตามลำดับ ซึ่งจะช่วยให้อัตราค่าจ้างเข้าสู่อัตราเดียวกันทั่วประเทศ

            “คนที่จะมานั่งเป็นรัฐมนตรีแรงงานคนใหม่ควรเป็นนักเศรษฐศาสตร์แรงงาน ไม่ใช่นักสังคมแรงงาน และต้องมีความรู้ความเข้าใจ มีจิตวิญญาณเป็นนักแรงงาน ที่สำคัญจะต้องมองกระทรวงแรงงานในเชิงมิติเศรษฐกิจ ทำงานเป็นทีมและประสานเชื่อมโยงหน่วยงานด้านเศรษฐกิจอื่นๆ เพื่อทำให้แรงงานเกือบ 40 ล้านคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เช่น ควรเพิ่มสิทธิประโยชน์ประกันสังคมให้ดีกว่านี้” รศ.ดร.ยงยุทธ กล่าว

            นายทวี เตชะธีราวัฒน์ ประธานสภาองค์การลูกจ้างสมาพันธ์แรงงานแห่งประเทศไทย (สมท.) กล่าวว่า การปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวันเท่ากันทั่วประเทศ และให้เงินเดือนเริ่มแก่คนที่จบปริญญาตรีรุ่นใหม่ 1.5 หมื่นบาทต่อเดือน ตามนโยบายของพรรคเพื่อไทย คิดว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก เนื่องจากสถานประกอบการต้องแบกภาระต้นทุนสูงขึ้น คงจะไม่เอาด้วย ซึ่งดูจากการประชุมบอร์ดอนุกรรมการวิชาการและกลั่นกรองค่าจ้างครั้งล่าสุด พบว่าตัวแทนนายจ้างทั้ง 5 คนก็ไม่ได้เข้าร่วม อย่างไรก็ตาม ทราบว่านายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตปลัดกระทรวงแรงงาน และเลขาธิการพรรคเพื่อไทยได้ประกาศว่า ขอปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวันในวันที่ 1 มกราคม 2555 นั้น ถ้ารัฐบาลใหม่สามารถดันค่าจ้างขั้นต่ำขึ้นไปถึง 300 บาทต่อวันได้ก็เป็นเรื่องที่ดี ทั้งนี้ สมท.จะเข้าพบรมว.แรงงานคนใหม่เพื่อทวงถามในเรื่องนี้

            “อยากได้รัฐมนตรีที่เป็นอดีตข้าราชการกระทรวงแรงงาน เพราะจะเป็นคนที่มีความรู้ความเข้าใจด้านแรงงาน และไม่ต้องมาเริ่มนับหนึ่งใหม่ ส่วนงานเร่งด่วนที่อยากให้รัฐบาลใหม่ทำ คือเรื่องปรับค่าจ้างขั้นต่ำ ค่าจ้างวุฒิปริญญาตรี ผลักดันอนุสัญญา ไอแอลโอ 87, 98 เพื่อหนุนแรงงานตั้งสหภาพแรงงานตลอดจนแก้ไข พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ และดำเนินการตามมาตรา 11 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน โดยดูแลแรงงานเหมาจ่ายรายวันได้รับสวัสดิการเท่าเทียมแรงงานรายเดือน” นายทวี กล่าว

            ส่วนนายชาลี ลอยสูง ประธานคณะกรรมกรรมการแรงงานสมานฉันท์ (ครสท.) กล่าวว่า เมื่อพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลควรรีบดำเนินการนโยบายด้านแรงงานให้เป็นรูปธรรมเช่น ปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน เพราะประชาชนที่เทคะแนนให้นั้นต่างมีความหวังในนโยบายที่รัฐบาลหาเสียงไว้ หากไม่รีบทำ ประชาชนจะตั้งคำถาม และเป็นแรงกดดันในการทำงานของรัฐบาลแน่นอน

            “เกรงว่านโนยบายขึ้นค่าจ้าง 300 บาททั่วประเทศ จะทำได้จริงหรือไม่ เพราะจากการพูดคุยกับนักธุรกิจระบุว่าทำไม่ได้ ประเด็นเหล่านี้รัฐบาลจะตอบอย่างไร ซึ่งในภาคของแรงงานก็ไม่ได้คาดหวังกับนโยบายเหล่านี้เพราะวิเคราะห์แล้วทำได้ยากมาก นักธุรกิจคงไม่เอาด้วย และถ้าทำไปแล้วกระทบกับภาคธุรกิจ รัฐบาลก็อยู่ไม่ได้" นายชาลี กล่าว