ข่าว

ปาฏิหาริย์จากการ "คิดบวก"

ปาฏิหาริย์จากการ "คิดบวก"

05 ก.ค. 2554

มรสุมชีวิต...มักเดินทางมาทักทายมนุษย์อย่างไม่คาดฝันเพื่อเป็นบททดสอบให้เรารู้จักเข้มแข็งและยืนหยัดอยู่บนโลกใบนี้ และเป็นที่รู้กันอยู่ว่า การ "คิดบวก" เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เรื่องร้ายผ่านไปเร็วขึ้น และผลของการคิดบวกเช่นนี้ เครื่องสำอางบีเอสซี คอสเมโทโลจี

        พร้อมกันนี้ยังมีการเสวนาในหัวข้อ "ผู้หญิงคิดบวก...ยิ่งสวยขึ้น" จากผู้ได้รับรางวัล 3 ท่านในปีนี้ ได้แก่ อ.เรียม สิงห์ทร ครูดอย โรงเรียนบ้านขอบด้ง จ.เชียงใหม่ ดร.เกล้าสรวง สุพงษ์ธร กรรมการผู้จัดการ คีรีมนตรา รีสอร์ท หัวหิน และ พรวรินทร์ นุตราวงศ์ พยาบาลคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล ด้วยบรรยากาศขณะเสวนาที่อบอวลไปด้วยความซาบซึ้งและคราบน้ำตาของผู้ร่วมงานที่มีต่อเรื่องราวชีวิตอันยิ่งใหญ่ของผู้ถ่ายทอดบนเวที
  
          เริ่มจากครูดอยใจดี อ.เรียม เล่าทั้งน้ำตาว่าที่ทำงานเป็นครูบนดอยจนถึงทุกวันนี้ เพราะมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นแรงบันดาลใจ เริ่มเป็นครูดอยบริเวณชายแดนไทย-พม่า ตั้งแต่อายุ 24 ปี ชีวิตอยู่ในเมืองมาตลอด ไม่คุ้นกับถิ่นทุรกันดาร แรกๆ รู้สึกท้อจนอยากจะเลิก แต่เมื่อเหลือบขึ้นไปเหนือกระดานดำ เห็นพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำให้นึกขึ้นได้ว่า เราทำงานอยู่ใต้โครงการหลวง เราจะท้อไม่ได้เพราะสิ่งที่เราทำอยู่ไม่ได้เศษเสี้ยวของสิ่งที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อแผ่นดินเลย
 
          "มีวันหนึ่งในหลวงเสด็จฯ มาที่โรงเรียน แล้วพระราชทานเงินส่วนพระองค์ให้โรงเรียน 3,000 บาท พอพระองค์ท่านเสด็จฯ กลับก็สัญญากับตัวเองเลยว่าจะทำงานจนกว่าจะเกษียณ เงินจำนวนนั้นก็เป็นจุดเริ่มของโครงการเกษตรและอาหารกลางวันของนักเรียนมาจนถึงทุกวันนี้ ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ จึงมุ่งมั่นตั้งใจอุทิศตนเพื่อพัฒนาการศึกษาของเด็กชาวเขาเป็นเวลากว่า 27 ปี" ครูเรียม กล่าว
  
          ยังไม่ทันจะปาดน้ำตาก็ต้องซึ้งต่อกับเรื่องราวของ "ดร.ก้อย" เกล้าสรวง เล่าถึงชีวิตตัวเองบ้างว่า ตั้งแต่สามีเสียชีวิตก็บอกกับตัวเอง "เราจะแพ้ไม่ได้" จึงมุ่งมั่นทำงาน ทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองร่ำรวย เพราะคิดว่าการมีเงินสามารถซื้อความสุขได้ และก็ประสบความสำเร็จในการทำงานเสมอมา จนวันนึงพบว่าตัวเองเป็นโรค "หัวใจโต" เลยคิดว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่จะมีเงินล้านๆ แต่ใช้ไม่ได้ จากนั้นตัดสินใจเลิกทุกอย่างแล้วหันหน้าเข้าหาพระพุทธศาสนา จนทุกวันนี้พบว่าโรคร้ายได้หายไปอย่างปาฏิหาริย์
 
          มาถึงคนสุดท้าย พยาบาลอารมณ์ดีที่รักษาคนไข้ด้วยการกอด พรวรินทร์ นุตราวงศ์ ค้นพบมหัศจรรย์แห่งการกอดเมื่อตอนสามีป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง หมอเผยอยู่ได้ไม่นาน รักษาอยู่สักพักสามีเครียดจะกระโดดตึก เธอไม่รู้จะทำอย่างไรได้แต่กอดและบอกรักสามี พร้อมดูแลอย่างเต็มที่และรอดมาจนถึงทุกวันนี้ ตั้งแต่เหตุการณ์ครั้งนั้นจึงพบว่าการถ่ายทอดความรู้สึกให้คนที่รักได้รับรู้เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างกำลังใจให้แก่ผู้ป่วย ปัจจุบันจึงได้ใช้ "การกอด" เพื่อดูแลรักษาคนไข้แล้วเกิดปาฏิหาริย์มานับไม่ถ้วน !
 
          และผู้หญิงทั้ง 3 คนนี้ล่ะค่ะ...ที่เป็นต้นแบบของการคิดบวกจนทำให้เกิดผลดีต่อตัวเองและคนรอบข้าง
 
เรื่อง... "พชรมน พรมลังกา"