
แม่เฒ่าเครียดกินยาดับ!
แม่เฒ่าเครียดโรครุมเร้า กินยาเกินขนาดช็อคเสียชีวิตคาบ้าน
ช่วงเช้าวันที่ 4 ก.ค.54 ร.ต.ท.ชฎากร ช่อลำไย ร้อยเวร สภ.เมืองพิษณุโลก ได้รับแจ้งมีคนกินยาเสียชีวิต ที่บ้านเลขที่ 7 ม.5 ต.บ้านกร่าง จึงรุดไปทำการสอบสวน พร้อมด้วยแพทย์เวร โดยบ้านหลังเกิดเหตุพบศพนางซ้ำ โพธิ์ศรี อายุ 67 ปี เจ้าของบ้าน นอนหงายนุ่งผ้าถุง สวมเสื้อลายดอกสีน้ำเงิน จากการตรวจสอบไม่พบร่องรอยถูกทำร้ายร่างกาย ข้างศพมีตะกร้าใส่ยาของผู้ตาย และมีขวดพลาสติกใส่น้ำดื่ม นอกจากนั้นยังพบผงยาลมที่หกตกอยู่บนเสื่อ คาดว่าเสียชีวิตกว่า 3 ชั่วโมง
จากการสอบสวนนางชะลอ บุญเปี่ยม อายุ 44 ปี ลูกสาว อยู่บ้านเลขที่ 71 ม.11 ต.บ้านกร่าง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ได้ให้การว่า ตนเป็นลูกสาวคนเดียว และบ้านหลังเกิดเหตุมารดาอยู่คนเดียว แต่ทุกวันช่วงเย็น ตนจะมารับมารดาไปนอนที่บ้านด้วยทุกคืนเนื่องจากเป็นห่วง พอเช้ามืดก็จะมาส่งที่บ้าน เพื่อหุงหาอาหารใส่บาตรตอนเช้าทุกวัน แต่มารดานั้นมีโรคประจำตัวหลายอย่างรุมเร้า ทั้งความดัน เบาหวาน และโรคไขมัน ทุก 2 เดือนจะต้องพาไปพบแพทย์ เพื่อเอายามากินเป็นประจำ แต่เมื่อวานมารดาขอนอนที่บ้านคนเดียว ตนจึงไม่ได้มารับไปนอนด้วย กระทั่งเช้าญาติไม่เห็นออกมาใส่บาตร จึงเกิดความสงสัยได้มาดูที่บ้านปิดประตูหน้าต่างปกติ ตะโกนเคาะประตูเรียกก็เงียบ จึงได้งัดฝาบ้านดู ปรากฏว่าเห็นมารดานอนนิ่ง จึงได้รีบเข้าไปเปิดประตูก็พบว่ามารดาเสียชีวิตแล้ว
นางชะลอซึ่งเป็นลูกสาว ให้การต่ออีกว่า ทุกวันตนจะเป็นคนเตรียมยาใส่ถุงเอาไว้ให้กิน เนื่องจากมารดาไม่รู้ว่ามียาอะไรบ้าง เพราะต้องกินหลายขนาน จึงต้องจัดให้ทุกวัน ก่อนเกิดเหตุตนได้จัดยาใส่ถุงพลาสติกเอาไว้ให้มารดาเช่นเคย เพราะต้องกินทั้ง 3 เวลาอาหาร แต่จากการตรวจพบว่ายาอยู่ในถุงหายไปหมด คาดว่ามารดาคงจะกินยาครั้งเดียวหมดถุงจึงทำให้ใจสั่น เลยต้องหยิบยาลมมากินและทำหกเอาไว้บนเสื่อ ในที่สุดก็เกิดอาการช็อคเสียชีวิต ซึ่งก่อนหน้าประมาณ1ปี มารดาเคยกินยานอนหลับถึง 60 เม็ด เพื่อฆ่าตัวตาย แต่ตนพาไปล้างท้องทัน เพราะเคยบ่นเบื่อชีวิตมีโรคประจำตัวหลายอย่าง
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สันนิษฐานว่าผู้ตายคงจะกินยาเกินขนาด เนื่องจากยาที่ลูกสาวเตรียมเอาไว้ให้กินจำนวน 3 มื้อ มีจำนวนหลายสิบเม็ดหายไปหมดทั้งถุง หลังผู้ตายกินยาเกินขนาด อาจมีอาการใจสั่น จึงได้หายาลมมากิน และทำหกเอาไว้ แต่อาการไม่ดีขึ้น เพราะร่างกายอ่อนแอประกอบกับอายุมากแล้ว จึงทำให้เสียชีวิตดังกล่าว หากทางญาติไม่ติดใจก็จะมอบศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป



