ข่าว

ปชป.ดันก้น'มาร์ค'นั่งหน.สู้'ปู'

ปชป.ดันก้น'มาร์ค'นั่งหน.สู้'ปู'

04 ก.ค. 2554

"อภิสิทธิ์" ลาออกหัวหน้า ปชป. รับผิดผลไม่เข้าเป้า "ชวน" บอกยังไม่ถึงเวลา ขณะที่ "ปชป." ยังหนุนนั่งต่อ แย้มระเบียบพรรคมีช่องรีเทิร์น “บุญยอด” เชื่อพรรคพร้อมเสนอชื่อแข่ง “ปู” ชิงนายกฯ

          หลังจากผลการเลือกตั้งที่ทำหน้าพรรคประชาธิปัตย์พ่ายแพ้ ส่งผลให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคได้ประกาศลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคแล้วตั้งแต่เช้าของวันที่ 4 ก.ค. โดยได้ยืนยันผ่าน Facebook ผ่าน Abhisit Vejjajiva ว่า "คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลาออกจากหัวหน้าพรรค ปชป แล้ว"

           ทั้งนี้ตั้งแต่ช่วงเช้านายอภิสิทธิ์ได้เก็บตัวอยู่ที่บ้านพักในซอยสุขุมวิท 31 จนถึงเวลา 09.30น. จึงได้เดินทางออกจากบ้านพักด้วยรถฟอร์ด เอฟเวอร์เรส ทะเบียน ฌฌ 1777 กรุงเทพมหานคร เดินทางเข้าไปยังที่ทำการพรรค โดยได้เข้าไปยังอาคาร 100 ปี ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เพื่อพูดคุยกับนางอาภรณ์ รองเงิน รองผอ.พรรค และนายอนุชา บูรพชัยศรี ว่าที่ส.ส.กทม.พร้อมได้นำสมุดรายชื่อและรูปของผู้สมัครของพรรคมาดูและโทรศัพท์ตรวจสอบผลคะแนนอย่างเป็นทางการด้วยสีหน้าปกติ

           จากนั้นนายชำนิ ศักดิ์เศรษฐ์ รองเลขาธิการพรรคได้เข้าไปสมทบพร้อมลูบแขนเพื่อปลอบโยน เมื่อพูดคุยกันสักครู่หนึ่ง นายอภิสิทธิ์ก็ได้เดินเข้าไปทักทายบรรดาเจ้าหน้าที่ของพรรคที่ได้มอบแจกันดอกไม้ให้กำลังใจพร้อมปรบมือและถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

           ต่อมาเวลา 10.40 น. นายอภิสิทธิ์ ได้เปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการที่ห้องแถลงข่าวของพรรคด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า ขอนุญาตถือโอกาสนี้เรียนประชาชนทุกคน เมื่อคืนที่ผ่านมา( 3 ก.ค.) ต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนจำนวนมากที่ให้กำลังใจตนและพรรคประชาธิปัตย์( ปชป.) โดยเฉพาะผู้ที่ให้การสนับสนุนพรรคในการเลือกตั้ง อยากขอเรียนว่าตนยังทำหน้าที่เป็น ส.ส.และเป็นสมาชิกของพรรค ปชป. ถ้าหากคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.) รับรองผลการเรียกตั้งเป็นที่เรียบร้อย ถือเป็นหน้าที่ในการที่จะต่อสู้เพื่อประชาชนก็จะเดินหน้าทำเต็มที่เต็มความสามารถต่อไป

           "โดยเฉพาะจุดยืนที่ได้ประกาศไว้เมื่อวันที่ 3 ก.ค. คือต้องการเห็นบ้านเมืองสงบ จะเป็นฝ่ายค้านที่ทำหน้าที่อย่างสร้างสรรค์ให้บ้านเมืองมีความสามัคคีกัน แต่จะคัดค้านอย่างถึงที่สุด ข้อเสนอใดๆก็ตามที่เป็นการทำลายหลักของบ้านเมือง ทำลายหลักของหลักนิติรัฐ"
 

          นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในฐานะหัวหน้าพรรคปชป. ซึ่งได้นำพรรคลงสู่สนามเลือกตั้งครั้งนี้ และเมื่อการเลือกตั้งออกมาโดยเฉพาะเมื่อเทียบเคียงปี 2550 พบว่าพรรคได้คะแนนเสียงน้อยลง ได้จำนวนที่นั่งน้อยลง จึงคิดว่า การเป็นผู้นำที่ดีขององค์กรต้องแสดงความรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นวันนี้ เขาจึงได้ตัดสินใจที่จะลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค และก็เป็นหน้าที่ของพรรคซึ่งมีข้อบังคับและกระบวนการอย่างชัดเจนอยู่แล้วที่จะจัดให้มีการประชุมใหญ่ภายใน 90 วัน

           "ผมถือโอกาสนี้ขอขอบคุณทั้งสมาชิก ผู้สนับสนุนพรรค เพื่อนส.ส.เจ้าหน้าที่ของพรรคทุกคนที่ได้เหน็ดเหนื่อยให้การสนับสนุนในการทำงานอย่างดีมาโดยตลอด และขอย้ำอีกครั้งว่าผมยังเดินหน้าในการทำงานให้ประชาขนต่อไปแต่เป็นเรื่องของสมาชิกพรรคที่จะได้มีอากาสในการที่จะทบทวนแนวทางต่างๆของพรรคในช่วงที่ผ่านมาเพื่ที่จะได้ดินหน้าอย่างดีที่สุดสำหรับพรรค สำหรับบ้านเมือง สำหรับประเทศชาติ ผมขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกคนและประชาชนอีกครั้งสำหรับกำลังใจ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

           ผู้สื่อข่าวถามว่า หากที่ประชุมใหญ่ของพรรคเสนอชื่อให้กลับมารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคจะรับหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ไม่ตอบคำถามดังกล่าวก่อนจะเดินลงจากโพเดี้ยมแถลงข่าวทัน เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามถามว่า คณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ทั้ง 19 คน จะต้องพ้นจากตำแหน่งด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวยอมรับว่า พ้น  เมื่อถามย้ำอีกว่า มีโอกาสจะกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคอีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์เพียงแต่ยิ้ม ก่อนตอบว่า อยู่ที่สมาชิกพรรค

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายอภิสิทธิ์เดินกลับไปยังอาคาร 100 ปี ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช อีกครั้ง โดยมีสีหน้าที่ผ่อนคลายมากขึ้น โดยมีแกนนำปชป.หลายคนทยอยเข้ามาพูดคุยกับนาอภิสิทธิ์ หลังทราบข่าวเรื่องการลาออก ไม่ว่าจะเป็นนพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรค นายวิทยา แก้วภราดัย นายกษิต ภิรมย์ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ประธานคณะทำงานด้านยุทธศาสตร์และนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้ง นายอิสรา สุนทรวัฒน์ โดยเมื่อนายอภิสิทธิ์เจอหน้านายกอร์ปศักดิ์ ก็ได้แจ้งทันทีว่าได้แถลงข่าวออกแล้ว

           นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า ก่อนการแถลงข่าวนายอภิสิทธิ์พยายามโทรศัพท์เพื่อแจ้งการตัดสินใจดังกล่าว ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาปชป.แต่นายชวนไม่ได้รับสาย จากนั้น เวลา 11.20 น. นายอภิสิทธิ์ เดินทางออกจากที่ทำการพรรคโดยแจ้งว่าจะกลับไปพักผ่อนที่บ้าน และในวันที่ 5 ก.ค.จะเดินทางเข้าไปยังทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากมีภารกิจอยู่ อย่างไรก็ตาม ก่อนที่นายอภิสิทธิ์จะขึ้นรถได้มีสมาชิกพรรคหลายคนได้เดินมาส่งและโผเข้ากอด บางคนถึงกับร้องไห้ออกมา

"ชวน"ระบุยังไม่ถึงเวลาที่"มาร์ค"จะลาออก

           เมื่อเวลา 09.30 น. นายชวนได้ให้สัมภาษณ์ที่บ้านพักจังหวัดตรังถึงการที่นายอภิสิทธิ์ลาออกจากหัวหน้าพรรคว่า นายอภิสิทธิ์เป็นผู้ใหญ่ที่รักษาคำพูด ไม่พูดเหลวไหล ไม่เหมือนคนอื่นที่ดีแต่พูด แต่ด้วยความเห็นของตนเห็นว่ายังไม่มีเหตุผลที่นายอภิสิทธิ์จะลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

          ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเห็นอย่างไรที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย สามารถมาเจาะฐานคะแนนแบบบัญชีรายชื่อในจังหวัดตรังได้คะแนนมาเป็นลำดับ 3 จำนวน 7,410 คะแนน นายชวนกล่าวว่า นายชูวิทย์ นำวิธีการหาเสียงทำให้คนชอบได้ ในจังหวัดตรังได้คะแนนมากถึงขนาดนี้ คิดว่านายชูวิทย์คงจะพอใจ ส่วนที่นายชูวิทย์ร่วมเป็นฝ่ายค้านกับพรรคประชาธิปัตย์นั้น ตนยังไม่ทราบ


"สุเทพ"ลั่นไม่กลับมารับตำแหน่งเลขาฯพรรคอีก

          นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเหตุผลของความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า เป็นเพราะคนเขาไม่เลือก แล้วจะไปทำอย่างไรได้ เมื่อถามย้ำว่าเป็นเพราะยุทธศาสตร์ใช่หรือไม่ เพราะพรรคเองเคยบอกว่า หากจะแพ้ก็แพ้ไม่มาก เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่ใช่ ทั้งนี้เพราะฝ่ายพรรคเพื่อไทยใช้กระบวนการเสื้อแดงซึ่งเป็นมวลชนจัดตั้งที่ได้ผล และทำจัดตั้งทั่วถึงทั้งในภาคอีสานและภาคเหนือตอนบน ทำให้สามารถปลุกสร้างกระแสได้ พรรคเองไม่ค่อยผิดหวังเท่าไหร่ในพื้นที่เหล่านั้น เพราะเป็นพื้นที่ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ทำงานยากอยู่แล้ว แต่คิดว่าเราน่าจะได้ส.ส.มากกว่านี้ เช่นภาคอีสานที่คิดว่าจะได้มากกว่า 10 คน พอเอาเข้าจริงๆกลับได้มาแค่ 4 คน อย่างนี้ก็เป็นปัญหา หรือภาคเหนือคิดว่าน่าจะได้ 21 ที่นั่ง แต่เอาเข้าจริงก็ได้มาแค่ 13 ที่นั่ง

          ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้ยกหูโทรศัพท์พูดคุยกับนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทยแล้วหรือไม่ ว่าทำไมผลการเลือกตั้งจึงออกมาเช่นนี้ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การจัดตั้งของพรรคเพื่อไทยเขาดี ใช้การตลาดที่ดีมาก มีการโหมโฆษณาเหมือนสินค้าตัวใหม่ที่ไม่เคยออกสู่ตลาดเลย 6 สัปดาห์ติดตลาดเป็นสินค้าที่ขายดีที่สุดไป
วอนยิ่งลักษณ์อย่าเอาอย่างพี่ชาย

           ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมามีการประเมินหรือไม่ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาเป็นนายกฯแล้วรัฐบาลจะอยู่นานหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนขอเอาใจช่วย ขอให้เป็นนายกฯให้นานๆ แล้วทำสิ่งดีๆ ให้ชาติบ้านเมือง อย่าเอาตัวอย่างที่ไม่ดีที่พี่ชายทำเอาไว้มาทำซ้ำอีก ในพื้นที่ ที่ไม่มีมวลชนจัดตั้งของคนเสื้อแดง เช่น ภาคใต้หรือใน กทม. พรรคเพื่อไทยเองก็ได้ส.ส.น้อย หรือ ไม่ได้คะแนนเลย

          ผู้สื่อข่าวถามว่า  จำป็นต้องทบทวนยุทธศาสตร์ที่ใช้หรือไม่นายสุเทพ กล่าวว่า คณะกรรมการบริหารประชาธิปัตย์ชุดใหม่คงจะต้องทบทวน สำหรับตนก็ต้องลาออกจากตำแหน่งตามหัวหน้าพรรคไปอยู่แล้ว เพราะมาด้วยกันก็ต้องไปด้วยกัน เพราะต้องรับผิดชอบ เนื่องจากนายกฯเป็นหัวหน้าพรรค ตนเป็นเลขาธิการพรรค เมื่อทำให้ผลการเลือกตั้งไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ก็ต้องรับผิดชอบ เพราะจุดนี้เป็นวัฒนธรรมของพรรคประชาธิปัตย์

          “ คงไม่ไปโทษใคร คงมีปัจจัยประกอบกันหลายอย่าง เพราะมาถึงขั้นนี้แล้ว เราทุกคนควรทำใจยอมรับผลการเลือกตั้ง ประชาธิปไตยก็เป็นแบบนี้ ต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน เมื่อผลการเลือกตั้งออกมาว่า เขาต้องการให้พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล เขาก็ไปเป็นรัฐบาล พวกเราก็เป็นฝ่ายค้าน และอยากบอกพี่น้องประชาชนว่า พวกตนจะไม่ลุกขึ้นมาเผาบ้าน เผาเมืองเหมือนพวกเสื้อแดง ไม่เหมือนพวกเพื่อไทยแน่นอน จะไม่ทำให้บ้านเมืองยุ่งเหยิงวุ่นวาย เพราะพรรคประชาธิปัตย์ มีวัฒนธรรมทางการเมือง ก็จะปฏิบัติตามกฏเกณฑ์ กติกาในระบอบประชาธิปไตย จะทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านที่แข็งแรงคอยตรวจสอบรัฐบาล ตามกฏกติกา ไม่ใช่เล่นทั้งในสภาและนอกสภา ชี้ “หน.ปชป.คนใหม่” เป็นใคร ขึ้นอยู่กับ “กก.บห.” ยัน ไม่ขอกลับมารับตำแหน่งอีก เพราะทำงานไม่สำเร็จต้องรับผิดชอบ

          ส่วนการแถลงลาออกของนายอภิสิทธิ์และการคัดเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่นั้น เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ทางพรรคต้องปรึกษากันก่อน แต่จะจัดให้มีการประชุมใหญ่ใน 90 วันตามข้อบังคับ ซึ่งระหว่างนี้สมาชิกพรรคคงปรึกษากัน

          ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมานายสุเทพเคยออกมาระบุว่าหากไม่ใช่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แล้ว ก็ยังมี นายกรณ์ จาติกวณิชและนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน นายสุเทพ กล่าวว่า มาถึงเวลานี้แล้วอาจมีคนเพิ่มขึ้นมาใหม่ก็ได้


ลั่นไม่กลับมารับตำแหน่งเลขาฯพรรคอีก

          ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า  หากที่ประชุมเสนอให้นายอภิสิทธิ์และท่านกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคอีกครั้งจะรับตำแหน่งอีกหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวย้อนว่า “ ถ้าผมคิดจะรับตำแหน่งเลขาธิการพรรคต่อไป แล้วผมจะต้องลงออกไปทำไม ผมคงต้องแสดงความรับผิดชอบ ในการที่ทำให้พรรคไม่ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง

          ผู้สื่อข่าวถามว่า การลาออกของนายอภิสิทธิ์ส่งผลให้คนในพรรคตกใจ เพราะเห็นว่านายอภิสิทธิ์ยังเหมาะสม นายสุเทพ กล่าวว่า ตนเห็นว่านายอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าพรรคที่เพียบพร้อม และเป็นนายกฯที่ดีของไทยคนหนึ่ง แต่เมื่อคนเขาไม่เลือกแล้ว ก็ต้องยอมรับ ส่วนมติของพรรคจะออกมาอย่างไรหลังการประชุมคัดเลือกผุ้บริหารพรรคชุดใหม่ นั้น ยังไม่ได้คุยกัน ตนเป็นเพียงเลขาธิการพรรค ก็ต้องทำตามหัวหน้าพรรค ตนคิดอะไรก็ต้องให้ช้าไปจังหวะหนึ่งให้หัวหน้าเขาคิดและตัดสินใจก่อน เลยยังไม่ได้ซักซ้อมกันและก่อนที่นายอภิสิทธิ์จะลาออก ท่านก็บอกว่าจะแถลงลาออกวันนี้ ตนจึงรอให้ท่านแถลงให้เสร็จก่อน


จี้หัวหน้าสำนักโพลล์รับผิดชอบหลังทำสังคมสับสน

          ผู้สื่อข่าวถามถึง กรณีเอ็กซิทโพลล์ที่มีความผิดพลาด นายสุเทพกล่าวว่า ตนคงไม่กล้าเพราะแพ้แล้วไปพูดอะไรมากไม่ได้ แต่ในขณะที่โพลเหล่านั้น เขาออกมาสอดรับกับการโหมกระแสโฆษณาของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งตนก็คอยเถียงช่วยเขาไว้ วันนี้โพลที่ตนพยายามจะไปเถียงกับเขาตัวเลขก็ยังขัดแย้ง ก็ได้แสดงความรับผิดชอบแล้ว หัวหน้าสำนักโพลทั้งหลายก็ควรแสดงความรับผิดชอบบ้างว่า ทำให้สังคมสับสนหลงทางไปมาก และไม่ขอวิจารณ์หรือพูดถึงโพลทำเพราะเมื่อแพ้ก็ต้องยอมรับความพ่ายแพ้ ไม่ใช่พวกขี้แพ้แล้วชวนทะเลาะ แพ้ก็ต้องยอมรับความพ่ายแพ้จะไปโกรธคนนั้น คนนี้ไม่ได้


ไม่หวั่น"เพื่อไทย"เช็คบิล

          ส่วนที่พรรคเพื่อไทยระบุว่าถ้าเป็นรัฐบาล ก็จะเช็คบิลในฐานะที่เคยสั่งสลายการชุมนุม นายสุเทพกล่าวว่า ตนให้ทำอยู่แล้ว และยืนยันว่าจะไม่หนีออกนอกประเทศเหมือน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เพราะตนเป็นคนไทยก็ต้องเคารพกฎหมายไทย ถ้ากระบวนการยุติธรรมในไทยตัดสินลงโทษ ตนก็จะก้มหน้าก้มตารับโทษ แต่ก็จะพิจารณาความถูกผิด ตามกระบวนการยุติธรรม เพราะตนทำให้แล้วว่า กระบวนการของคนพวกนี้จะพลิก จะแก้ จะบิดเบือนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เขาจะทำทุกอย่างซึ่งตนก็เข้าใจเขาดี ทำอย่างไรได้เมื่อเกิดมาในประเทศนี้ ก็ต้องเผชิญกับสิ่งเหล่านี้ ส่วนที่เขาบิดเบือนข้อมูล หลักฐานนั้น มองว่าเขาโกหกอยู่ทุกวัน เพราะตอนเป็นฝ่ายค้านเขาก็ยังโกหกไฟแลบเลย และเมื่อเขามาเป็นรัฐบาลก็พอคาได้เลยว่าเขาจะทำอะไรบ้าง


ยันเริ่มทำการบ้านไม่ยอมให้นิรโทษกรรม

          ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังยืนยันที่จะต่อสู้กรณีการนิรโทษกรรมและขอเงินคืนอีก 4.6 หมื่นคืนให้พ.ต.ท.ทักษิณ อีกหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า “ ผมลงมือทำการบ้านตั้งแต่เมื่อคืน และ ปรากฏว่าไม่เคยมีประเทศไหนในโลก ที่เขาจะออกกฏหมายนิรโทษกรรมให้บรรดาผู้ทำผิดอาญา ก่อการร้ายเผาบ้านเผาเมือง และคิดว่าเขาคงทำเมื่อมีโอกาส เขาฉลาดคงทำตอนมีจังหวะวัดและโอกาส หลอกล่อประชาชนคนไทยไประยะก่อน

          ส่วนที่พ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาระบุว่า ถ้ากลับมาประเทศไทยแล้ว จะต้องไม่ได้รับการลงโทษ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้วิเศษกว่าคนไทยอีก 65 ล้านคน คน ไทยทุกคนต้องอยู่ใต้กฎหมาย แต่พ.ต.ท.ทักษิณคิดว่า ไม่ต้องอยู่ใต้กฏหมาย ก็ไม่เป็นไร และคิดว่าเมื่อพรรคเพื่อไทยมีเสียงข้างมากก็สามารถออกกฎหมายได้ แต่พวกตนก็ต้องสู้ตามเหตุผล หลักฐานและข้อเท็จจริง

"บรรหาร"เชื่อปชป.หนุนกลับมาเป็นเหมือนเดิม

           ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อการพ่ายแพ้การเลือกตั้ง นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนากล่าวว่า ถ้าให้ตนเดาขอเดาว่า เดี๋ยวพรรคประชาธิปัตย์ก็จะมีมติเลือกนายอภิสิทธิ์กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคอีก เพราะลาออกได้ก็กลับเข้าไปใหม่ได้ เพราะพรรคประชาธิปัตย์คงจะหาคนมาแทนได้ลำบาก หรือจะให้นายสุเทพเป็นหัวหน้าพรรคแทนได้หรือไม่ แต่ตนเดาว่า พรรคประชาธิปัตย์คงมีมติให้นายอภิสิทธิ์กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคอีก

           เมื่อถามว่า ขณะนี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ได้โทรศัพท์หาบ้างแล้วหรือยัง นายบรรหาร กล่าวว่า ตนจะนัดทานข้าวกับนายสุเทพในอีก 1-2 วันนี้ เพราะบังเอิญในวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา ร้อยวันพันปีไม่เคยคุยโทรศัพท์กัน แต่ในวันดังกล่าวนายอภิสิทธิ์ โทรมาหาตนทำเอาตนตกใจหวิดตกจากเก้าอี้ คุยกันถึงประมาณห้าทุ่ม กำลังนอนหลับนายสุเทพก็โทรมาอีกทำเอาตนตื่นจากที่นอน จนนอนไม่หลับทั้งคืนตนให้กำลังใจทุกคนไม่ว่าใครโทรมาก็ให้กำลังใจทั้งนั้นขอให้อดทน ได้รับชัยชนะ ส่วนจะได้ชัยชนะแค่ไหนก็ตอบไม่ได้ และตนยังได้ถามนายอภิสิทธิ์ด้วยว่า แล้วท่านนายกฯยุบสภาทำไม พวกตนลำบาก ถ้าอยู่จนครบเทอม งบประมาณผ่านสภาก็จะค่อยยังชั่ว แต่นี้ต้องมาแก้ไขมาจัดทำงบประมาณกันใหม่ ซึ่งนายอภิสิทธิ์ก็บอกว่า ขอให้เห็นใจเพราะเขาไม่ไหวแล้ว

           น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าเรื่องนี้ตนไม่ขอแสดงความคิดเห็นเพราะเป็นเจตนารมณ์ของนายอภิสิทธิ์

"ปชป."ยังหนุน“อภิสิทธิ์”นั่งหัวหน้าพรรคต่อ

           เมื่อเวลา 11.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า  กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ได้หารือกันอย่างไม่เป็นทางการเมื่อวันที่ 3 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยทั้งหมดยังมีความมั่นใจในการทำหน้าที่ของนายอภิสิทธิ์ตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง

           ทั้งนี้เมื่อนายอภิสิทธิ์ได้แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่งแล้ว กรรมการบริหารพรรคอีก 18 คน ก็พ้นจากตำแหน่งโดยสภาพตามไปด้วย ดังนั้นขณะนี้จึงอยู่ในช่วงรักษาการตามระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) จนกว่าจะมีการยืนยันจำนวน ส.ส.อย่างเป็นทางการ รวมถึงการรายงานบัญชีค่าใช้จ่ายการเลือกตั้งต่อกกต. จากนั้นจะมีการประชุมสมาชิกพรรคเพื่อคัดเลือกคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ภายใน 90 วัน

           เมื่อถามถึงการตัดสินใจลาออกของนายอภิสิทธิ์ได้ปรึกษาผู้ใหญ่ของพรรคหรือไม่ นพ. บุรณัชย์ กล่าวว่า ส่วนตัวแล้วไม่ทราบ ต้องถามนายอภิสิทธิ์เอง  เมื่อถามอีกว่าขั้นตอนการเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่มีขั้นตอนอย่างไร นพ. บุรณัชย์ กล่าวว่า  ขณะนี้ต้องปฎิบัติตามกฎของกกต.ที่ว่าด้วยการเลือกตั้ง เพื่อให้ได้ข้อยุติในจำนวนส.ส.ก่อน ซึ่งวันนี้ทางกกต.ได้เปิดรับเรื่องราวร้องทุกข์เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง

           เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่กรรมการบริหารจะเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคอีกครั้ง นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า แล้วแต่ที่ประชุมของกรรมการบริหารพรรค ซึ่งตามระเบียบข้อบังคับสามารถทำได้ ทั้งนี้ขอบคุณทุกคนที่มีส่วนร่วมครั้งสำคัญให้ประเทศเดินหน้าต่อไปตามระบอบประชาธิปไตย และก้าวพ้นความขัดแย้งวิฤติทางการเมืองโดยพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันที่จะทำหน้าที่ต่อไปอย่างเต็มความสามารถเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ
 

          นายบุญยอด สุขถิ่นไทย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงระเบียบข้อบังคับของพรรคประชาธิปัตย์ว่า ในข้อ 24 ที่ระบุถึงการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคคนใหม่ก่อนครบวาระนั้น พรรคสามารถกำหนดวันเลือกตั้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วัน ดังนั้นกรรมการบริหารพรรคชุดของนายอภิสิทธิ์จึงต้องรักษาการต่อไปอีก 60 วัน ทั้งนี้ส่วนตัวแล้วมีความเชื่อว่าเมื่อมีการเปิดประชุมรัฐสภา พรรคประชาธิปัตย์จะเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์เข้าแข่งขันในตำแหน่งนายกฯกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่ออันดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย เพราะนายอภิสิทธิ์ยังรักษาการตำแหน่งหัวหน้าพรรคในขณะที่ยังไม่มีหัวหน้าพรรคคนใหม่ 

           ด้านนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้อำนวยการเลือกตั้งกรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ ที่ถูกมองและเคยมีชื่อเป็นว่าที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนต่อไปต่อจากนายอภิสิทธิ์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามถึงโอกาสที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคคนต่อไป โดยบอกเพียงว่า ขณะนี้เร็วไปที่จะพูด กรณีการหาตัวหัวหน้าพรรคคนใหม่พรรคมีระเบียบข้อบังคับอยู่ โดยที่ประชุมพรรคจะเป็นผู้เสนอและมีการลงคะแนนเลือก

"สุขุมพันธุ์"ยินดี"พท."ได้เป็นรัฐบาล

           ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) ในฐานะแกนนำพรรคประชาธิปัติย์ (ปชป.) กล่าวว่า ก่อนอื่นตนขอแสดงความยินดีกับพรรคเพื่อไทย(พท.) ที่ชนะการเลือกตั้ง และหากเป็นรัฐบาลตนก็พร้อมที่จะทำงานกับรัฐบาลชุดนี้ทำงาน เพื่อดูแลทุกข์สุขและเห็นประโยชน์ของประชาชนคนกรุงเทพฯเป็นหลัก ไม่ใช่เป็นการเล่นการเมือง ก็ไม่มีอะไรที่จะต้องเป็นกังวล และมีความมั่นใจว่ารัฐบาลจะให้ความสำคัญกับการทำงานเช่นกัน ทั้งนี้ในส่วนที่เกี่ยวกับการทำงานตนไม่มีข้อกังวลหรือข้อเสนอแนะใดๆ อีก

           ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการประสานงานเพื่อเดินหน้าโครงการที่เป็นนโยบายของรัฐบาลชุดเก่า เช่น โครงการประชาวิวัฒน์ ต่าง ๆ นั้น ก็ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะโครงการประชาวิวัฒน์ที่รัฐบาลมอบหมายให้กทม.ดำเนินการส่วนใหญ่ก็เป็นโครงการที่เป็นพื้นฐานมาจากกทม.อยู่แล้ว จึงไม่มีปัญหาและเดินหน้าต่อไปได้ ทั้งวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง หรือจุดผ่อนผันหาบเร่ก็ตาม ส่วนโครงการติดกล้องวงจรปิดที่ กทม.ดำเนินการอยู่นั้นหากเดินหน้าตามงบประมาณของ กทม. ก็จะติดตั้งได้ 20,000 ตัวตามที่ได้สัญญากับประชาชนไว้ แต่หากจะขยายผลให้ครบ 200,000 ครอบคลุมพื้นที่ก็คงจะต้องดูว่ารัฐบาลชุดใหม่จะมีงบประมาณสนับสนุนให้หรือไม่ และสำหรับการเช่าพื้นที่ตลาดนัดสวนจตุจักรและระบบขนส่งมวลชน ทั้งรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายและโมโนเรลนั้น ก็คงอยู่ที่ คณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงมติ ครม.เดิมที่ยึดเป็นหลักอยู่หรือไม่ หรือโครงการใดที่ต้องผ่าน ครม.เพื่อเดินหน้าก็อยากให้ทุกฝ่ายทำหน้าที่ของตน ไม่อยากให้มองในแง่การเมือง ส่วนโครงการที่ กทม.สามารรถดำเนินการต่อได้ ตนก็จะเดินหน้าเหมือนเดิมทุกอย่าง

           ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับผลคะแนน ส.ส.ในพื้นที่กรุงเทพฯนั้น ตนคิดว่าประชาชนยังมีความผูกพันกับพรรคปชป.เหมือนเดิม แต่ก็พบว่าในหลายเขตเลือกตั้งมีผลการไม่ลงคะแนนหรือโนโหวตและบัตรเสียอยู่จำนวนมาก บางพื้นที่สูงถึง 12% ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นคะแนนของคนที่เคยลงให้ปชป. ซึ่งนำคะแนนโหวตโนมารวมกับคะแนนของปชป.ก็น่าจะสูงขึ้นมาก แต่ก็ไม่เป็นไรถือว่าเป็นการตัดสินใจของประชาชน อย่างไรก็ตามแม้คะแนนในพื้นที่กรุงเทพฯจะยังมากอยู่ถึง 23 ที่นั่ง แต่ก็ลดลงจากแต่ก่อนที่เคยได้ 27 ที่นั่ง จาก 36 เขตในปี 2550 จากนี้ไปคงจะต้องมีการระมัดระวังมากขึ้น ดังนั้นคงจะต้องมีการทำงานให้หนักขึ้นไปอีก ไม่ว่าจะเป็นคณะผู้บริหาร กทม. ส.ส. ส.ก. และส.ข. เพื่อให้ประชาชนเห็นว่าคุ้มค่าแล้วที่เลือกเรามาและจะมาคิดว่าคนกรุงเทพฯยังมั่นใจ ปชป.อยู่ตลอดไม่ได้

           ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการประกาศลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หากมีการทาบทามให้เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่มีความพร้อมหรือไม่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนใด ๆ ในเรื่องนี้ และก็ขอให้เป็นเรื่องการตัดสินใจของพรรค ซึ่งตนยังไม่มีความคิดเห็นใดๆ

 

“เสื้อแดง”ขี่มอไซค์ป่วนปชป.เย้ย“อภิสิทธิ์”ไขก๊อก

           ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศจากที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ ว่า เมื่อเวลา 12.35น. หลังจากที่นายอภิสิทธิ์ได้แถลงข่าวลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมเดินทางกลับบ้านพักไปในช่วงก่อนเที่ยงแล้วนั้น ขณะที่บรรดาแกนนำพรรคบางส่วน   เจ้าหน้าที่พรรค และสื่อมวลชน ยังคงปักหลักอยู่เพื่อรอนายสุเทพ ที่มีข่าวว่าจะเดินทางเข้ามานั้น ปรากฎว่าได้มีกลุ่มมอเตอร์ไซด์พร้อมคนซ้อนท้าย ประมาณกว่า 10 คัน สวมเสื้อสีแดงและหลากสี ถือธงแดง นปช. ป้ายพ่นสีแดงเบอร์ 1 พร้อมตีนตบ บีบแตรเสียงดังยาวแล่นมาบนถนนเศรษฐศิริ โดยเมื่อผ่านหน้าที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้ส่งเสียงโห่ร้องและตะโกนคำว่า “ เบอร์ 1 เบอร์ 1 ” และ “ ขอบคุณครับ ”   เสมือนเป็นการเยาะเย้ย และเมื่อเคลื่อนผ่านไปสักพักหนึ่งก็ได้ย้อนกลับมาผ่านหน้าที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากส.น.บางซื่อที่อยู่ประจำป้อม 2 นาย นั่งดู โดยไม่ได้มีการห้ามปรามแต่อย่างใด

"ธิดา"เล็งจี้รบ.ลากตัว"อภิสิทธิ์-สุเทพ"สลายแดง 

           นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พร้อมด้วยสมาชิก นปช.กว่า 500 คน ได้เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายนิสิต สินธุไพร หลังพรรคเพี่อไทยชนะการเลือกถล่มทลาย และร่วมกันร้องเพลงให้กำลังใจนายจตุพร และแสดงความดีใจที่พรรคเพื่อไทยได้รับชัยชนะ ก่อนเดินทางกลับ

           นางธิดา กล่าวว่า วันนี้ได้เดินทางมาเยี่ยมนายจตุพร และนายนิสิต เพื่อให้กำลังใจ และแจ้งข่าวกรณีที่พรรคเพื่อไทยได้รับชัยชนะการเลือกตั้ง ซึ่งนายจตุพร รู้สึกดีใจและถือเป็นความสำเร็จอีกขั้นของคนเสื้อแดงที่ร่วมต่อสู้กันมายาวนาน ภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต .) รับรองผู้สมัครและมีการตั้งรัฐบาลใหม่แล้ว ตนจะหารือเกี่ยวกับการเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับวีรชนที่เสียชีวิตทั้ง 91 ศพ และบาดเจ็บกว่า 2,000 ราย และจะเดินหน้าเรียกร้องให้รัฐบาลหาตัวผู้กระทำผิด ผู้สั่งการในเหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดงมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยนายอภิสิทธิ์และกรรมการในศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ .) ทั้งหมดจะต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์การเสียชีวิตของประชาชนในฐานะเป็นผู้สั่งการให้สลายการชุมนุม