ข่าว

คุยตั้งรบ.ชื่นมื่น-มหาชนโผล่แจม

คุยตั้งรบ.ชื่นมื่น-มหาชนโผล่แจม

04 ก.ค. 2554

4 พรรค นัดกินมื้อเที่ยง เอสซีปาร์ค ถกเก้าอี้-แบ่งโควต้า ตั้งรัฐบาล 'เติ้ง' ยังหวัง ทาบ ภท. เข้าร่วม เซอร์ไพรส์ 'มหาชน' โผล่แจม

          นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงความชัดเจนที่พรรคชาติไทยพัฒนาได้เข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยแล้วว่า เขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ เพราะถูกเว้นวรรค 5 ปี ยุ่งเกี่ยวการเมืองไม่ได้ พรรคเพื่อไทยคงประสานมาที่หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เขาไม่ได้ยุ่ง   ซึ่งเท่าที่ได้สอบถามหัวหน้าพรรค ทราบว่าพรรคเพื่อไทยติดต่อไปตอนเย็นวานนี้   ส่วนรายละเอียดนั้น ไม่ทราบชัดเจน  

          “เท่าที่ดูจากข่าว จะตั้ง 4 พรรค คือ พรรคภูมิใจไทย เอ้ยไม่ใช่ พรรคภูมิใจไทยเอาไว้ทีหลัง นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ไปออกว่าจับมือกับพรรคชาติไทยพัฒนา ผมก็ตกใจ อะไรกันนี่   แต่หัวหน้าพรรคไปต่างประเทศ ผมก็ตามตัวยุ่งทั้งคืนเมื่อคืนทั้งคืน มีการเจรจากันบ้างหรือเปล่า ไม่มี เพียงแต่ผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทย โทรมาหาว่า เมื่อได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง ก็คงไม่ขัดข้อง แต่ต้องมาขอมติพรรคอีกครั้งหนึ่ง ก็เลยเป็นข่าวขึ้นมา แล้วคงไปทาบทามอีก 2-3 พรรค แต่ผมไม่เกี่ยวนะ ไม่ได้ชี้แนะ ” นายบรรหารกล่าว

          นายบรรหาร ยังกล่าวด้วยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาเคยภาวนาอย่าให้เกิดเหมือนปี 50 แต่นี่เหมือนกันไม่มีผิด ซึ่งเมื่อปี 50 พรรคชาติไทยพัฒนาคาดว่าจะได้ 50 ที่นั่ง แต่ก็เหลือ 35 ที่นั่ง   คราวนี้พรรคชาติไทยพัฒนา ไม่เกี่ยวกับกลุ่มของนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ก็คิดตั้งเป้าไว้ว่าจะได้ 24 ที่นั่ง แต่ร่วงไปถึง 12 ที่นั่ง ตัวเต็งๆ ทั้งนั้น

          นายบรรหาร กล่าวว่า เขาแทบจะเอาหัวมุดแผ่นดิน จ.สุพรรณบุรี ก็โดนเจาะได้อีก 1 คน สิงห์บุรี อุทัยธานี เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และภาคใต้ ก็เต็ง แล้วถ้ารวมกับกลุ่มของ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์   ที่จะได้ 13 ที่นั่ง ก็จะเป็น 25 รวมทั้งของนายประดิษฐ์อีก   ซึ่งรวมแล้วต้องได้ถึง 30 ที่นั่ง   เขาดีดลูกคิดไม่ผิด แต่ไปติดตรงไหนไม่รู้ สงสัยจับลูกคิดผิด พลิกไปพลิกมาหายไป 12 เสียง   เอาใหม่หรือไม่ แก้ตัวใหม่ มันไม่น่าผิดพลาด  ดังนั้น เขาจึงได้โทรศัพท์ไปให้กำลังใจคนที่ไม่ได้  

          "หลายคนบอกว่าไม่ไหว เพราะไม่ใช่แค่พายุ แต่เป็นใต้ฝุ่นมาเลย ก็ได้แต่ทำใจ ไม่รู้จะทำอย่างไร   ทุกพรรคก็มีปัญหา ก็เห็นใจพรรคภูมิใจไทย ที่ตั้งเป้าว่าจะได้ 70 ที่นั่ง แต่ก็ได้เพียง 34 ที่นั่ง   ชาติไทยพัฒนาเพื่อแผ่นดินก็เหลือแค่ 9 ทุกพรรคหายไปเยอะ"

          นายบรรหาร กล่าวว่า ทั้งหมดนี้ เขาคิดว่า เป็นเพราะกระแสจริงๆ   เป็นการสู้กับกระแสมากกว่า บางพื้นที่คนจะเลือกบุคคลให้ แต่ขอลงบัญชีรายชื่อให้พรรคเพื่อไทย แม้แต่พื้นที่ จ.สุพรรณบุรี ก็คิดอย่างนี้ แต่เสียดาย รออีก 2 ปีกว่าเขาจะกลับตัวใหม่ เขาจะลุยจ.สุพรรณบุรีทุกหมู่บ้าน แล้วดูซิว่าจะไปหรือไม่  

          "ผมทำประโยชน์ให้แก่ จ.สุพรรณบุรี มากมายก่ายกอง แล้วทำไมเป็นอย่างนี้   เมื่อคืนแทบเอาหัวมุดแผ่นดิน แทบเป็นลม   ส่วนเขต 5 ที่หลุดไป ผมก็เคยบอกแล้วว่าอ่อนตั้งแต่ครั้งที่แล้ว   ก็ไปจนแล้ว   แต่ก็น่าเห็นใจภรรยานายจองชัย เที่ยงธรรม” นายบรรหาร กล่าว

          เมื่อถามว่า พรรคชาติไทยพัฒนากับพรรคภูมิใจไทยยังเป็นพันธมิตรกันอยู่หรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า   ยังเป็นอยู่แต่ได้บอกกับนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคว่าต้องได้ 70 ที่นั่งไม่งั้นจะมีปัญหาแน่ในการจัดตั้งรัฐบาล เพราะถ้า 70 บวกกับ ประชาธิปัตย์ 160 ที่นั่งและชาติไทยพัฒนาอีกประมาณ 20 ที่นั่ง ทุกอย่างก็จบจัดตั้งรัฐบาลได้ นายเนวิน ก็ยืนยันมากับเขา แต่ทีนี้เป็นอย่างไรก็เหลือแค่ 34 คน แล้วมันก็คล้ายกับของเดิม ซึ่งได้ 160 บวก 34 เป็น 194 แล้วบวกอีกสัก 20 แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะฝ่ายโน้นก็เกิน 250 เสียงไปแล้ว เพราะเหลืออีกแค่ 10 กว่าเสียงก็ตั้งรัฐบาลได้แล้ว มันเป็นเดดล็อค  

          "ทำไมพระเจ้าให้การเมืองเป็นอย่างนี้ เหมือนครั้งที่แล้วไม่มีผิด ตำราเดียวกันเลยไม่รู้ใครเขียนมา ผมสังหรณ์ใจว่าขออย่าให้เป็นอย่างนี้ ขาดก็ขาดไปเลยแต่ในเมื่อเหตุการณ์เป็นอย่างนี้ก็ต้องไปว่ากัน แต่ผมไม่ได้เกี่ยวใดๆทั้งสิ้น" นายบรรหาร กล่าว

          เมื่อถามว่า แสดงว่าไม่ได้เป็นไปตามสัญญาที่ให้ไว้กับพรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ไม่ใช่อย่างนั้น แต่ต้องดูช่วงจังหวะเวลา แต่นี่ก็ยังไม่ทิ้งนะ พยายามจะดึงพรรคภูมิใจไทยไปอยู่ว่าเขาจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ ก็พูดคุยกันอยู่ตลอดเวลาไม่ได้ทิ้ง  

          ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคเพื่อไทยได้ออกแถลงการณ์ย้ำหลายครั้งก่อนหน้านี้ว่าไม่เอาพรรคภูมิใจไทยร่วมรัฐบาล นายบรรหาร กล่าวว่า เอาน่า อะไรก็แล้วแต่ บทเรียนก็มีมาแล้วมีปัญหาก็สามารถพูดคุยเจรจากันได้ ที่ปรองดองกันไม่ได้ก็เพราะปัญหาอย่างนี้ คนที่โกรธกันทะเลาะกันถ้าหันหน้าเข้าหากันก็ไม่มีปัญหาเกิดขึ้น แตขึ้นอยู่กับพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลว่าตอบรับได้แค่ไหน เราสามารถเสนอได้แต่อยู่ที่พรรคแกนนำว่าจะตอบรับได้แค่ไหน เราก็ยังตอบไม่ได้ แล้วต้องดูว่าทางโน้นจะโอเคไหมเราก็พูดคุยกันอยู่ ยิ่งตอนนี้เสียงมันไป 290 กว่ามันก็นิ่งอยู่แล้ว

          เมื่อถามว่า รัฐบาลเกือบ 300 เสียงจะมีความมั่นคงได้ขนาดไหน นายบรรหาร กล่าวว่า ครั้งที่แล้วพรรคประชาธิปัตย์ก็ตั้งรัฐบาลเสียงประมาณ 280 เสียงแต่ปัญหาอยู่ที่การคุมลูกพรรคให้อยู่ในสภาเวลาโหวตเรื่องสำคัญ แต่ถ้าจะให้ดีก็ต้องมากกว่า 300 เสียง

          เมื่อถามว่า ภาพของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่มีการคาดหวังว่าต้องได้คนหน้าตาดีหล่อๆ นายบรรหาร กล่าวว่า "งั้นพรรคชาติไทยพัฒนาเสนอคุณกันต์ เดอะ สตาร์ดีไหม เรื่องหน้าตาก็แล้วแต่เราตอบไม่ได้ต้องให้นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคกลับมาก่อน"

          เมื่อถามว่า โฉมหน้าคณะรัฐมนตรีภายใต้การควบคุมของนายกรัฐมนตรีหญิงจะเป็นอย่างไร นายบรรหาร กล่าวว่า ภาพลักษณ์คงไม่ได้อยู่ที่พรรคร่วมรัฐบาลเพราะพรรคร่วมรัฐบาลถือเป็นเพียงซีกหนึ่งเท่านั้น แต่เสี้ยวใหญ่อยู่ที่พรรคเพื่อไทยว่า เขาจะจัดกันอย่างไรอยู่ในตำแหน่งเหมาะสมหรือไม่ตรงนี้สำคัญกว่า เพราะอย่างน้ออยเขาต้องเข้าไปควบคุมกระทรวงเศรษฐกิจไม่ปล่อยให้พรรคร่วมรัฐบาลเอาเศรษฐกิจไป

          อย่างไรก็ตาม ถ้าเขามาปรึกษาเป็นการส่วนตัว ก็พร้อมให้ข้อแนะนำได้ แต่ถ้าไม่ปรึกษาก็จบ แต่คงไม่ต้องให้คำแนะนำอะไรมาก เพราะเขามีซือแป๋เก่งจะตายอยู่ที่โน่น

          เมื่อถามว่า ต้องชูเรื่องเศรษฐกิจเป็นหลักหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ต้องเอาเรื่องความปรองดองเป็นหลัก ถ้าไม่มีตรงนี้เศรษฐกิจก็ไปไม่รอดเดี๋ยวก็เดินขบวนนกันออกมา เดี๋ยวเสื้อสีโน่นสีนี่ก็ออกมา เขาขอให้ทำเรื่องปรองดองก่อนและต้องเดินหน้าอย่าชักช้ามีความจริงใจ

          ผู้สื่อข่าวถามว่า สำหรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมต้องรูปหล่อหน่อยใช่หรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า แล้วตอนนี้ใครหล่อ

          เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่หากพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะกลับดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอีก ตามที่มีกระแสข่าว นายบรรหาร กล่าวว่า เขาออกความเห็นไม่ได้ ขึ้นอยู่กับพรรคแกนนำ แม้ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ เขาก็ตอบเรื่องนี้ไม่ได้ ไปตอบแทนพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเขาไม่ได้  

          เมื่อถามว่า ถึงขณะนี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ได้โทรศัพท์หาบ้างแล้วหรือยัง นายบรรหาร กล่าวว่า เขาจะนัดทานข้าวกับนายสุเทพในอีก 1-2 วันนี้ เพราะบังเอิญในวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา ร้อยวันพันปีไม่เคยคุยโทรศัพท์กัน แต่ในวันดังกล่าวนายอภิสิทธิ์ โทรมาหา ทำเอาเขาตกใจหวิดตกจากเก้าอี้ คุยกันถึงประมาณห้าทุ่ม กำลังนอนหลับนายสุเทพก็โทรมาอีก ทำเอาตื่นจากที่นอน จนนอนไม่หลับทั้งคืน เขาให้กำลังใจทุกคน ไม่ว่าใครโทรมาก็ให้กำลังใจทั้งนั้น ขอให้อดทน ได้รับชัยชนะ ส่วนจะได้ชัยชนะแค่ไหนก็ตอบไม่ได้

          "ผมยังได้ถามนายอภิสิทธิ์ด้วยว่า แล้วท่านนายกฯยุบสภาทำไม พวกผมลำบาก ถ้าอยู่จนครบเทอม งบประมาณผ่านสภาก็จะค่อยยังชั่ว แต่นี้ต้องมาแก้ไขมาจัดทำงบประมาณกันใหม่ ซึ่งนายอภิสิทธิ์ก็บอกว่า ขอให้เห็นใจเพราะเขาไม่ไหวแล้ว"

          นายบรรหาร กล่าวว่า ขอให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ โดยเฉพาะเรื่องการปรองดองเป็นเรื่องที่สำคัญต้องเดินหน้าต่อไป แต่จะปรองดองในรูปใดค่อยมาพูดกันอีกที หากบ้านเมืองเราไม่มีความปรองดองก็ทำอะไรไม่ได้

          เมื่อถามว่า ทางด้านพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โทรศัพท์มาหาหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ไม่มีโทรมา  2 ปีมาแล้วไม่เคยพูดกันเลย

          เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่โทรมาเพื่อคำแนะนำจัดตั้งรัฐบาลเลยหรือ นายบรรหาร กล่าวว่า เขาจะต้องมาขอทำไม เพราะเขาก็เซียนอยู่แล้วในเรื่องนี้

          ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อการพ่ายแพ้การเลือกตั้ง นายบรรหาร กล่าวว่า ถ้าให้ตนขอเดาว่า เดี๋ยวพรรคประชาธิปัตย์ก็จะมีมติเลือกนายอภิสิทธิ์กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคอีก เพราะลาออกได้ก็กลับเข้าไปใหม่ได้ เพราะพรรคประชาธิปัตย์คงจะหาคนมาแทนได้ลำบาก หรือจะให้นายสุเทพเป็นหัวหน้าพรรคแทนได้หรือไม่ แต่เขาเดาว่า พรรคประชาธิปัตย์คงมีมติให้นายอภิสิทธิ์กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคอีก

กองทัพสื่อฯ ปักหลัง รอ 4 พรรคแบ่งเก้าอี้ พรรคร่วมรัฐบาล

 

          ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ สถานที่ที่แกนนำพรรคเพื่อไทยได้นัดแกนนำพรรคการเมืองที่คาดว่าจะดึงเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล อาทิ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน พรรคพลังชล ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน และพูดคุยถึงการจัดตั้งรัฐบาลด้วยกัน เมื่อเวลา 11.00น.ยังไม่พบแกนนำของพรรคการเมืองใดเดินทางเข้ามา คาดว่าจะทยอยเดินทางมาในเวลาใกล้เวลา 12.00น. ทั้งนี้แกนนำพรรคเพื่อไทยได้จัดสถานที่แถลงข่าวไว้ที่ห้องเทพลีลา ชั้น 6

          ขณะเดียวกันบรรยากาศด้านนอกอาคารมีกองทัพสื่อมวลชนทั้งในและนอกประเทศมารอทำข่าวเป็นจำนวนมาก

 

แกนนำหลายพรรคเดินทางมาร่วมมื้อต่อรองเก้าอี้ รบ.แล้ว พ่วงคนบ้าน 111 ก็มา

          บรรยากาศที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค ล่าสุดได้มีแกนนำของหลายพรรค อาทิ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าพรรค นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค, นายสุรพงษ์ โตวิจักรชัยกุล ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ,นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน หัวหน้าพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน พร้อมด้วยเรือตรีประพาส ลิมปะพันธ์ ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน,

          โดยนพ.วรรณรัตน์ ปฏิเสธตอบคำถามกับผู้สื่อข่าวที่ถามถึงจำนวนเก้าอี้รัฐมนตรี

          ทั้งนี้ได้มีคนบ้านเลขที111 อาทิ นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา, นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล เข้าร่วมมื้อเที่ยงกับแกนนำพรรคร่วมพท.

 

ว่าที่พรรคร่วมฯ หารือชื่นมื่น "มหาชน" โผล่ร่วมนาทีสุดท้าย

           ผู้สื่อข่าวรายงานบรรกาศบรรยากาศการนัดพูดคุยของพรรคเพื่อไทย(พท.) และพรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน และพรรคพลังชล ที่ห้องพระรามเก้า ชั้น 6 โรงแรมเอสซี ปาร์ค  ว่า เวลา 11.15 น. นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค พท. นายพายัพ ชินวัตร อดีตส.ส.เชียงใหม่  นายสุชาติ ธารดธำรงเวช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายวิทยา บูรณศิริ อดีตส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย ได้มาถึงก่อน  ตามมาด้วยกลุ่มของพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรค ร.ต.นายประพาส ลิมปะพันธ์ และนาย นายธีระ วงศ์สมุทร 

           เวลา 11.20 และเมื่อมาถึงก็ได้เข้าไปพูดคุยกับแกนนำพรรคเพื่อไทยอย่างเป็นอันเอง  โดยน.พ.วรรณรัตน์ ได้พูดกับสมาชิกพรรคเพื่อไทยว่า ยอมรับว่าการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคเล็กเหนื่อยจริงๆ เหนื่อยมากเพราะกระแสพรรคใหญ่มาแรง ทำให้นายปลอดประสพ ถึงกลับหัวเราะขึ้นมาอย่างมีความสุข

           ต่อมาเวลา 11.50 น. นายเชาว์ มณีวงศ์ หัวหน้าพรรคพลังชล เดินทางมาถึงพร้อมให้สัมภาษณ์ว่า พรรคยังไม่ได้คุยว่าจะดูแลกระทรวงใด คงต้องรอดูอีกครั้ง ส่วนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาพรรคถือว่ามีความถนัดและมีประสบการณ์ แต่ก็ต้องดูมติก่อน

           ส่วนเรื่องนโยบายการปรองดองนั้น พรรคมีนโยบายหลักเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่สำหรับการนิรโทษกรรมคงต้องดูนโยบายและหลักการหากเห็นสมควรรับได้พรรคคงโอเค ยืนยันว่าเราได้เป็นรัฐบาลอย่างแน่นอน

           เวลา 12.05 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรีได้เดินทางมาถึงพร้อมปฏิเสธการให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด ระบุเพียงแค่ว่าขอหารือเสร็จเรียบร้อยจะมาแถลงข่าว ซึ่งหลังจากนั้น ทุกพรรคก็เข้าร่วมรับประทานอาหาร โดยในห้องอาหารได้เตรียมโต๊ะรับประทานอาหารไว้ ไว้ 3 โต๊ะ โดยโต๊ะของ น.ส. ยิ่งลักษณ์ มีแกนนำพรรคต่าง อาทิ นายยงยุทธ  พล.ต.สนั่น ขจรประศาสตร์ น.พ.วรรณรัตน์  นายเชาวน์ นายวิทยา  พล.ต.อ.ประชาพรหมนอก นายธีระ และ  ร.ต.ประภาส ลิมปะพันธ์ นั่งร่วมโต๊ะ

           ก่อนหน้านี้ มีรายงานข่าวว่า จะมีการเชิญพรรคมหาชนเข้าร่วมงาน เพื่อให้ได้ครบ 299 เสียง และเมื่อในเวลา 12.55 น. ที่ผ่านมา แต่เมื่อ เวลาประมาณ 13.00 น. นายอภิวัฒน์ ศิรินาวิน หัวหน้าพรรคมหาชน ได้เดินทางมาถึงและได้ขึ้นไปร่วมรับประทานอาหารที่ห้องพระราม 9 ด้วย  

           อย่างไรก็ตาม ในการพบปะกันวันนี้ แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลตัวจริงอาทิ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา นายวราเทพ รัตนากร  และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็ได้มาสังเกตการ์ที่ห้องอาหารจีนชั่นหนึ่งโรงแรมเอสซีปาร์คด้วย