ข่าว

 ผมอยากเห็นการชลประทานแห่งชาติ !

ผมอยากเห็นการชลประทานแห่งชาติ !

04 ก.ค. 2554

ผมเขียนต้นฉบับนี้ก่อนวันลงคะแนนเลือก ส.ส. จึงไม่ทราบว่าพรรคไหนกับพรรคไหนจะตั้งรัฐบาลร่วมกัน แต่ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล ผมมีเรื่องที่คิดไว้ในใจนานแล้วอยากให้รับไปพิจารณาครับ, คือผมอยากให้รัฐบาล ปรับหรือยกสถานะ กรมชลประทาน

        ซึ่งสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขึ้นเป็นรัฐวิสาหกิจ หรือองค์การมหาชน ในชื่อ การชลประทานแห่งชาติ แม้ว่าตอนนี้เราจะมีสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร เป็นองค์การมหาชนอยู่แล้วก็ตาม ผมอยากเห็นการแก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นไปอย่างต่อเนื่องและถูกหลักวิชา ไม่ใช่ปล่อยให้หน่วยงานอีเหละเขละขละราว 30 หน่วยที่สังกัดกระทรวงโน้นกระทรวงนี้ ขอเงินงบประมาณไปปู้ยี่ปู้ยำกันคนละทีสองทีเหมือนที่ผ่านมาครับ
 

        ผมเชื่อว่าท่านที่อ่านคอลัมน์ผมเป็นประจำ คงจะจำได้นะครับว่า ผมเรียกร้องให้รัฐบาลแต่ละชุดจัดสรรงบประมาณสำหรับแก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมมาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจอย่างจริงๆ จังๆ นั่นยังไม่เจ็บปวดเท่ากับการมีผู้ใหญ่ในรัฐบาล (ใหญ่จริงๆ) บางคนพูดว่า ภัยแล้งกับน้ำท่วมแก้ไม่ได้เป็นเพราะเรื่องของธรรมชาติ...ผมได้ยินแล้วโกรธมากจนเลิกเขียนเรียกร้องตั้งแต่นั้นมา...แต่วันนี้มีรัฐบาลใหม่แล้ว ผมขอเปิดฉากเรียกร้อง (ครั้งที่ 1-ฮา) ใหม่ครับ
 

        ไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม มีความจำเป็นต้องใช้น้ำในการเพาะปลูกพืชแต่ละชนิดไม่เหมือนกัน การบริหารจัดการกับระบบน้ำจึงควรมีความชัดเจน ไม่ใช่ปล่อยไปตามเวรตามกรรม แล้งขึ้นมาก็แห่นางแมวขอฝนกันทีหนึ่ง, น้ำท่วมจนที่อยู่อาศัย ไร่นา และถนนหนทางเสียหายก็แก้ไขกันทีหนึ่ง, ผมจึงอยากให้มีหน่วยงานรับผิดชอบเรื่องน้ำทั้งระบบ จะได้ช่วยเกษตรกรแต่ละสาขาให้วางแผนในการเพาะปลูกได้ถูกต้อง ไม่ใช่มีภัยแล้งหรือน้ำท่วมปีไหนก็รอรับการช่วยเหลือจากรัฐบาลหรือขอทานที่ช่วยตัวเองไม่ได้
 

        ผมเชื่อว่าเกษตรกรทุกคนคงอยากมีรายได้จากการขายผลผลิตที่ออกแรงทำมากับมือนะครับ, เพราะมันเป็นความภาคภูมิใจในอาชีพของเขา, ขณะนี้หลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติจนแทบตั้งตัวไม่ติด หลายประเทศที่เคยปลูกข้าวกินเองหรือเหลือขายก็ทำไม่ได้, ผมจึงเชื่อได้ว่า ปีหน้าอาหารการกินของคนทั้งโลกคงจะก็ขาดแคลน ทำให้มีราคาแพงขึ้น หากรัฐบาลบริหารจัดการน้ำเพื่อสนองตอบการเพาะปลูกของเกษตรกรให้ดี ถูกต้องตามหลักวิชา ผมเชื่อว่าชาติไทยจะสามารถสร้างผลผลิตทางการเกษตรขายชาวโลกได้ และเกษตรกรบ้านเราคงจะลืมตาอ้าปากได้เสียที

         นอกจากการชลประทานแห่งชาติ จะมีหน้าที่ในการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรแล้ว การบริหารจัดการการขนส่งทางน้ำก็จะน่าจะดีขึ้นด้วย, ปีสองปีมานี้ได้เกิดอุบัติเหตุเรือบรรทุกขนาดใหญ่เกยตื้นจนเรือแตกแถไปชนตลิ่งจนชาวบ้านเดือดร้อนอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งๆ ที่เรือบรรทุกดังกล่าวกินน้ำลึกเพียง 6 ฟุต (2.50 เมตร) เท่านั้น แสดงว่าใต้ท้องน้ำเจ้าพระยามีตะกอนดินทับถมกันหนาขึ้นเรื่อยๆ แล้วละครับ หากรัฐบาลยังปล่อยให้กรมเจ้าท่า หรือกรมชลประทาน แบ่งงานกันรับผิดชอบ การขุดลอกแม่น้ำลำคลองทั้งประเทศจะไม่มีวันสำเร็จอย่างแน่นอน
 

        วิธีเดียวที่น่าจะทำได้คือ ยกสถานะกรมชลประทานที่มีอายุ 100 กว่าปีให้เป็นการชลประทานแห่งชาติ แล้วโอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำที่กระจัดกระจายอยู่ตามกระทรวงต่างๆ ไปไว้ที่นั่น ผมเชื่อว่าหากมีการวางแผนแก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง, ในระยะเริ่มต้นอาจแก้ปัญหาภัยแล้ง-น้ำท่วมไม่ได้เด็ดขาด แต่ผมเชื่อว่าในระยะยาว ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมก็จะลดลง

         ผลพลอยได้ที่ตามมาอีกอย่างหนึ่งก็คือ เราจะมีแม่น้ำลำคลองที่ใช้ในการขนส่งทางน้ำ บรรเทาความแออัดของการขนส่งทางบกได้โขอยู่ทีเดียว

ภาณุมาศ ทักษณา