
รำลึกฐานที่มั่น พคท.ที่ "ป่าดงมูล" สู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์
การต่อสู้เชิงอุดมการณ์ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ที่ชักพาให้หนุ่มสาวจำนวนมากเมื่อกว่า 30 ปีก่อนต้องลุกขึ้นจับปืนมาต่อสู้กับอำนาจรัฐ เหลือเพียง "ตำนาน" แห่งยุคสมัยที่เป็นรอยด่างในประวัติศาสตร์ของสังคมไทยที่คนไทยต้องมาฆ่าไทยด้วยกันเอง
พื้นที่เขตดงมูล อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ เคยเป็นฐานที่มั่นใหญ่อีกแห่งหนึ่งของ พคท. ในอดีต ซึ่งเหล่านักรบในนาม สหาย 666 ในภาคอีสานใช้เป็นแหล่งพักพิง และปลุกระดมมวลชนขึ้นมาต่อต้านอำนาจรัฐ
สุพล เมืองฮาม อายุ 62 ปี หรืออดีต "สหายไท" เล่าว่า ป่าดงมูลเป็นผืนป่าใหญ่ และรกชัฏมาก โดยมีแหล่งกบดานที่ดีที่สุดอยู่ใน "ถ้ำไทรทอง" ซึ่งมีจุดกำบัง และอำพรางมากมายจนเจ้าหน้าที่รัฐบุกโจมตีก็ไม่สามารถเข้ายึดได้และยังถูกซุ่มตีจนสูญเสียมาตลอด
ถ้ำแห่งนี้ยังเป็นพื้นที่ลำเลียงสหายในแต่ละสายงานที่ถูกเจ้าหน้าที่ปราบ และได้รับบาดเจ็บนำมาพักรักษาตัวทำให้ถ้ำไทรทอง และป่าดงมูลเป็นแหล่งพักพิงที่เหล่าสหายในอดีตยังรำลึกถึงกันทุกคน
ประพันธ์ จันทรัตน์ อายุ 62 ปี หรืออดีต "สหายชมพูพาน" กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันฐานที่มั่นของกองกำลังพรรคคอมมิวนิสต์ เหลือแค่สถานที่หลบซ่อนตัวตามร่องเขา และถ้ำต่างๆ เท่านั้น เพราะผืนป่าถูกบุกรุกทำไร่ทำสวนไปมากจนทำให้ป่าโคก หรือป่าเบญจพรรณ ซึ่งเคยมีต้นไม้ใหญ่ และป่าหนาทึบนั้นลดน้อยลง ทิ้งไว้เพียงร่องรอยประวัติศาสตร์จากความทรงจำของสหายไว้ให้ชนรุ่นหลังได้รับรู้เท่านั้น
เขาเห็นว่า ถ้าสหายในอดีตไม่ช่วยกันอนุรักษ์จุดที่เคยเป็นฐานที่มั่นของ พคท. เอาไว้ ความทรงจำของสหาย และดวงวิญญาณของเพื่อนสหายที่ล้มตายไปคงจะเสียเปล่า และไม่เหลือร่องรอยทางประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาเป็นแน่
ดังนั้น บรรดาสหายทุกคนที่อยู่ในพื้นที่ดงมูลจึงร่วมกันสร้าง "อนุสรณ์สถานนักรบประชาชนดงมูล" ที่วัดถ้ำไทรทองขึ้น เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานนักรบประชาชนแห่งเขตงาน 666 ดงมูลเอาไว้
ในการนี้ยังทำการขุดหา “กระดูกสหาย” ที่เสียสละชีวิตภายใต้ธงของ พคท. และทำการฌาปนกิจ พร้อมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับเพื่อให้ดวงวิญญาณของสหายไปสู่สุคติ และเตรียมจะพัฒนาเขตงาน 666 ดงมูลในอดีตเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ต่อไป ร.ต.อ.สำราญ หอยตะคุ หัวหน้าชุดปฏิบัติการทางจิตวิทยา ที่ 11 ชุดควบคุมทางยุทธวิธี ตชด.ที่ 41 กองบังคับการ ตชด.ภาค 2 เล่าถึงเรื่องราวในหน้าประวัติศาสตร์ผ่านมุมมองอีกด้านว่า พื้นที่ป่าดงมูลเป็นฐานที่มั่นขนาดใหญ่ของ พคท. ในภาคอีสาน
ผืนป่าผืนนี้กินเนื้อที่หลายแสนไร่ ครอบคลุมพื้นที่หลายอำเภอใน จ.กาฬสินธุ์ และยังกินพื้นที่ครอบคลุมไปอีกหลายจังหวัด โดยกลุ่มผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ (ผกค.) ได้อาศัยผืนป่าแห่งนี้หลบซ่อนตัว สะสมมวลชน เสบียงอาหาร และอาวุธไว้ต่อสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐ
ต่อมา ตชด.ภาค 2 ได้เข้าปราบปราม ผกค. และแนวร่วมในเขตพื้นที่ดงมูลอย่างหนัก เพื่อตั้งฐานที่มั่นบัญชาการสกัดกั้นและยับยั้งยุติความรุนแรงใน อ.หนองกุงศรี, ท่าคันโท, สมเด็จ, คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ และในเขตพื้นที่ อ.ชุมแพ, กระนวน, เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น
ตชด.ภาค 2 ได้กระจายกำลังเข้าตีฐานที่มั่นดังกล่าวจนทำให้เกิดความสูญเสียจำนวนมาก ทั้งเจ้าหน้าที่ และผกค. แต่ก็ส่งผลให้ฐานที่มั่นใหญ่แห่งนี้แตกไปในที่สุด
ความสูญเสียอย่างหนักทั้ง 2 ฝ่าย ประกอบกับสภาพความเป็นอยู่ที่ย่ำแย่ของชาวบ้านทำให้ภาครัฐเริ่มแสวงหาแนวทาง "สันติวิธี" เพื่อหาทางออกให้ปัญหานี้จนเกิดการมอบตัวของ ผกค. มาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยจนประเทศชาติสงบร่มเย็นนับแต่นั้นเป็นต้นมา
บทเรียนจากความสูญเสียครั้งนั้นยุติลงได้ด้วยการเจรจาเพื่อหาทางออกร่วมกันอย่างสันติวิธี กระทั่งสมรภูมิแห่งความขัดแย้งกลายเป็น "อนุสรณ์แห่งความผิดพลาด" ในรูปของแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่กำลังจะเป็นรูปเป็นร่างขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้
"สมโภชน์ สมบัติ"



