ข่าว

"กกต."เผยสถิติคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง 185 เรื่อง

"กกต."เผยสถิติคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง 185 เรื่อง

03 ก.ค. 2554

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 3 ก.ค. 54 กกต."เผยสถิติคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง 185 เรื่อง ขณะที่ข้อมูลการแจ้งเหตุเบาะแส 564 เรื่อง

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้รายงานสถิติคำร้องคัดค้านที่รวบรวมตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค.- 2 ก.ค. พบว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 185 เรื่อง แบ่งเป็นกรณีให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด 47 เรื่อง จัดเลี้ยง 10 เรื่อง ใส่ร้ายขู่เข็ญหลอกลวง 68 เรื่อง วางตัวไม่เป็นกลาง 31 เรื่อง ป้ายเอกสารหาเสียง 29 เรื่อง ซึ่งกกต.สั่งรับไว้ตรวจสอบ 69 เรื่อง สั่งไม่รับไว้ตรวจสอบ 20 เรื่อง อยู่ระหว่างดำเนินการ 78 เรื่อง

 
          สำหรับการรับแจ้งเหตุและเบาะแสทางโทรศัพท์และเว็ปไซด์ ที่รวบรวมตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค. - 3 ก.ค. รวม 564 เรื่อง แบ่งเป็นกรณีสื่อมวลชน เจ้าหน้าที่วางตัวไม่เป็นกลางหรือปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ 54 เรื่อง , เก็บบัตร จดชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และทำโพลล์ 100 เรื่อง , ให้เงินหรือทรัพย์สิน 367 เรื่อง , ป้ายหาเสียงและการหาเสียง 10 เรื่อง , จัดเลี้ยง 8 เรื่อง มีผู้มาใช้สิทธิแทน 1 เรื่อง , หลอกลวง ใส่ร้าย ข่มขู่ 4 เรื่อง


นครราชสีมา - โคราชดุฉีกบัตร 5 ราย ขายเหล้าอีก 1 ราย


          โคราชดุ ฉีกบัตรลงคะแนน 5 ราย จับขายเหล้า 1 ราย ชาวบ้านบุก กกต.ร้องเรียนรายชื่อตกหล่นไม่ได้ใช้สิทธินับร้อยคน
 

          การหย่อนบัตรเลือกตั้งในเขตพื้นที่เลือกตั้ง 15 เขต จ.นครราชสีมา ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่  2 ก.ค. จนถึงช่วงเที่ยงวันนี้ จนท. ยังมีพลเมืองดี โทรศัพท์แจ้งเบาะแสการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ชุดเคลื่อนที่เร็ว ประจำ สนง.กกต.จังหวัด และ ชุดป้องปราม การกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ประจำแต่ละเขตเลือกตั้ง ต้องลงพื้นที่ตรวจสอบตามที่รับแจ้ง โดยประสาน ให้ เจ้าหน้าที่สืบสวนหาข่าว ประจำตำบล ที่จะอยู่ใกล้ที่สุด เร่งดำเนินการตรวจสอบ แต่ก็ไม่พบการกระทำผิดแต่อย่างใด ท่ามกลางกระแสข่าว มีการระดมเงินซื้อเสียงกันหลายเขต โดยราคาการซื้อขายจะขึ้นอยู่กับชื่อชั้น ของคู่แข่ง หากโพลระบุ สูสี จะซื้อกันในราคา 500-1,000 บาท ในเขตอำเภอรอบนอก ถ้าห่างชั้นก็จะมีราคา 100-300 บาท เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ไปใช้สิทธิ
 

          พ.อ.สันธิรัตน์ มหันธนชาติ ผอ.กกต.จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยสถานการณ์การใช้สิทธิเลือกตั้ง ได้รับแจ้งการทำลายบัตรเลือกตั้ง จำนวน 5 ราย รายแรก เกิดขึ้นเมื่อเวลา 08.30 น. ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 6 ต.มะเกลือใหม่ อ.สูงเนิน เขตเลือกตั้งที่ 14 นายแสวง พรหมภักดี อายุ 79 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ 137/6 บ้านวะภูแก้ว หมู่ 6 ต.มะเกลือใหม่ อ.สูงเนิน อ้างสาเหตุ บัตรเลือกตั้งมีขนาดใหญ่ กลัวจะหย่อนบัตรเลือกตั้งลงในหีบไม่ได้ เลยต้องฉีกบัตร 
 

          รายที่สอง เมื่อเวลา 08.30 น. หน่วยเลือกตั้งที่ 3 ต.ดงใหญ่ อ.พิมาย นายสมาน แก๊ปพิมาย อายุ 39 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ 165 หมู่ 3 ต.ดงใหญ่ อ.พิมาย สาเหตุเมาสุรา


          รายที่สาม เกิดขึ้น เมื่อเวลา 10.40 น. ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 2 ต.ท่าช้าง อ.เฉลิมพระเกียรติ เขตเลือกตั้งที่ 10 นางสาวนวลอนงค์ กุยแก้ว อายุ 41 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ 38/1 หมู่ 3 ต.ท่าช้าง อ.เฉลิมพระเกียรติ อ้างสาเหตุ เข้าใจผิด คิดว่า ส่วนพับของบัตรเป็นรอยให้ฉีกบัตรเลือกตั้ง


          รายที่สี่ เมื่อเวลา 10.50 น. หน่วยเลือกตั้งที่ 6 ต.มะเกลือใหม่ อ.สูงเนิน เขตเลือกตั้งที่ 14 นายสมควร หลอนทองหล่อ อายุ 64 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ 2/1 บ้านวะภูแก้ว หมู่ 6 ต.มะเกลือใหม่ อ.สูงเนิน อ้างสาเหตุ บัตรเลือกตั้งมีขนาดใหญ่ เลยฉีกในคูหา เพื่อจะหย่อนบัตร ฯ ลงในหีบได้สะดวก และ รายที่ห้า เมื่อเวลา 13.00 น. เขตเลือกตั้งที่ 15 ต.กุดโบสถ์ อ.เสิงสาง เขตเลือกตั้งที่ 11 นายอินทร์ ชมพรหมราช อายุ 88 ปี ภูมิลำเนา ต.กุดโบสถ์ อ.เสิงสาง สาเหตุ เข้าใจผิด คิดว่าต้องฉีกบัตรเป็นสองส่วนในการหย่อนบัตรลงหีบ
 

          อย่างไรก็ตาม ตนสั่งการให้ เจ้าหน้าที่สืบสวน กกต.จังหวัด ลงพื้นที่หาข้อมูลเพิ่มเติม ส่วนผู้กระทำผิดทั้ง 5 ราย จนท.ตำรวจ ที่ทำหน้ารักษาความสงบเรียบร้อย ในหน่วยเลือกตั้ง ได้ควบคุมตัวนำส่ง พนักงานสอบสวน ในแต่ละพื้นที่ เพื่อดำเนินคดี ตามมาตรา 148 ผู้ใดจงใจกระทำการด้วยประการใด ๆ ให้บัตรเลือกตั้งชำรุด หรือเสียหายให้เป็นบัตรเสีย จะต้องถูกจำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท ศาลสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี นอกจากนี้ยังมีการจับข้อหาจำหน่ายสุรา ที่ อ.ขามทะเลสอ เขตเลือกตั้งที่ 3 จำนวน 1 ราย
 

          รายงานข่าวแจ้งว่า ตลอดทั้งวัน ที่ สนง.กกต.จังหวัด จะมีพี่น้องประชาชน ที่มีรายชื่อในบัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้งตกหล่น จึงถูกปฏิเสธจากกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง  ที่ไม่สามารถให้ใช้สิทธิเลือกตั้งได้ ทยอยเดินทางมาร้องเรียน เพื่อขอสิทธิกลับคืนมา ซึ่งพบมีอย่างต่อเนื่อง เป็นจำนวนร่วม 100 ราย บางรายไม่พอใจ โวยวาย เจ้าหน้าที่งานจัดการเลือกตั้ง  จึงต้องผลัดเปลี่ยนมาทำหน้าที่ชี้แจง ทำความเข้าใจ พร้อมกับให้กรอกรายละเอียดขอยกเลิกการใช้สิทธิ  เพื่อนำไปแจ้งต่อนายทะเบียนท้องถิ่นต่อไป  จากการสอบถามส่วนใหญ่ จะเป็นกรณีผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ได้แจ้งลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต  เมื่อช่วงการเลือกตั้ง ปี พศ. 2548 และ 2550 ที่ผ่านมา แต่ไม่ได้ไปใช้สิทธิตามที่ลงทะเบียนไว้ เมื่อกลับมายังภูมิลำเนาเดิม ก็ไม่ได้มาลงทะเบียนขอยกเลิกต่อ กกต.เมื่อวันที่ 2 มิย.ที่ผ่านมา เพื่อปลดล็อคให้สามารถมีสิทธิลงคะแนนในวันนี้


กกต.ลำปางจับหัวคะแนน 2 ราย พร้อมเงินสดซื้อเสียง 2 หมื่นบาท-โพยรายชื่อ


          นายนิรันดร์ คำเสมานันท์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า ขณะนี้ กกต.ลำปาง ได้รายงานเบื้องต้นไปยังกกต.กลางแล้ว กรณีทางกกต.ลำปาง ได้รับตัวผู้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งมาสอบสวน ด้วยการใช้เงินซื้อเสียงจำนวน 2 ราย พร้อมหลักฐานเป็นกระดาษบันทึกบัญชีรายชื่อ และหมายเลขโทรศัพท์ที่แจกจ่ายเงินหัวละ 200.-บาท ในพื้นที่ อ.แม่ทะ และเกาะคา
และยังจับกุมผู้กระทำความผิด พร้อมเงินสดของกลางกว่า 30,000.-บาท ซึ่งเป็นธนบัตรฉบับละ 100.-บาท ที่เตรียมแจกเงินให้กับประชาชน
 

          จากการสอบสวนผู้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งดังกล่าว ได้ให้การรับสารภาพว่าเป็นคนรับเงินจากหัวคะแนนของผู้สมัครรับเลือกตั้งรายหนึ่งในเขตพื้นที่เลือกตั้งที่ 3 และ 4 ของ จ.ลำปาง  โดยกำหนดออกแจกจ่ายเงิน เพื่อซื้อเสียงเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2554 ที่ผ่านมาและถูกจับกุมตัวดังกล่าว ก่อนจะถูกส่งตัวมาทำการสอบสวนที่ กกต.ลำปาง ส่วนขั้นตอนต่อไปทางกกต.ลำปาง จะมีการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงให้แน่ชัดว่าเป็นการซื้อเสียงจริงหรือไม่  หรือเป็นการกลั่นแกล้ง ให้ร้ายบุคคลอื่น  ซึ่งทางชุดสืบสวนสอบสวนของกกต.ลำปาง ได้เริ่มตรวจสอบแล้ว  หากเสร็จสิ้นจะมีการชี้มูลความผิด  ด้วยการให้ใบแดงแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งที่เชื่อมโยงถึงต่อไป  เพราะเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง จากข้อมูล และหลักฐานที่มีอยู่ ถือว่ามีน้ำหนักมาก ที่จะชี้ชัดการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ถึงแม้ผู้สมัครจะได้รับเลือกตั้งหรือไม่ก็ตาม หากมีข้อมูลชี้ผิดชัดเจน ก็จะมีการให้ใบแดงทีนที
 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากในรายงานบันทึกการรับแจ้งเหตุ ตามมาตรา 152 ว่าด้วย การเลือกตั้ง ส.ส. ได้ระบุการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งที่เกิดขึ้นนี้ กับ กกต.ลำปาง ไว้ว่ากรณีแรกได้เกิดขึ้นในพื้นที่ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ซึ่งเป็นเขตเลือกตั้งที่ 3 ของจังหวัดลำปาง ได้มีการจับกุมผู้กระทำผิดภายในร้านก๋วยเตี๋ยว ต.แม่ทะ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ซึ่งผู้กระทำผิด คือ นางกัลญา บุญแปง อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53 หมู่ 5 ต.แม่ทะ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง มีอาชีพส่งนม ซึ่งได้ตรวจยึดเงินสด 30,800.-บาท บัญชีรายชื่อกว่า 160 คน พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ และวิธีจ่ายเงินให้หัวละ 200.-บาท โดยผู้กระทำผิดได้รับสารภาพกับนาย ณรงค์ คำมาจันทร์ พนักงานสืบสวนของ กกต.ลำปาง ว่า ได้นำเงินมาจากหัวคะแนน เพื่อแจกจ่ายตามรายชื่อที่มีอยู่ โดยได้บอกกล่าวกับผู้ที่รับเงินไปว่าให้เลือกผู้สมัครพรรคการเมืองหนึ่งในเขต 3
 

          ส่วนกรณีที่สองเกิดขึ้นในพื้นที่ อ.เกาะคา จ.ลำปาง ซึ่งเป็นเขตเลือกตั้งที่ 4 ลำปาง ได้มีการจับกุมผู้กระทำผิดบริเวณถนนในหมู่บ้าน เขต ต.ศาลา อ.เกาะคา ซึ่งผู้กระทำผิด คือ นางสุขศรี สมศิริ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 223 ม.6 ต.ศาลา อ.เกาะคา จ.ลำปาง ได้รับเงินมาจำนวน 5,700.-บาท เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่ ต.ศาลา อ.เกาะคา ซึ่งได้แจกจ่ายไปแล้ว 17 คน จากจำนวนตามบัญชีรายชื่อทั้งหมด 19 คน โดยให้หัวละ 200.-บาท ส่วนเงินที่เหลือเป็นค่าหัวคิวรายละ 100.-บาท โดยผู้กระทำผิดได้รับสารภาพกับนายเฉลิม ชลพล พนักงานสืบสวนของ กกต.ลำปาง ว่าได้แจกจ่ายเงิน เพื่อให้ประชาชนผู้รับเงินได้เลือกผู้สมัครพรรคการเมืองหนึ่ง