ข่าว

ขอศาลคุม3แกนนำนปช.อีก7วัน

ขอศาลคุม3แกนนำนปช.อีก7วัน

22 เม.ย. 2552

“ชวน” ชี้ ปัญหาบ้านเมืองขณะนี้ เกิดจาก คนกลุ่มหนึ่ง สร้างความวุ่นวาย ด้าน “บัญญัติ” แนะ “รบ.” คิดให้รอบคอบ ก่อนยกเลิก “พ.ร.ก.ฉุกเฉิน” ชี้ ความรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้น เป็นเรื่องใหญ่ เชื่อ “มาร์ค” มีความตั้งใจที่จะให้คลี่คลายสถานการณ์ ขออำนาจศาลคุม 3แกนนำนปช.

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวถึงการประชุมร่วมของรัฐสภาว่า ถือเป็นทางออกต่อการคลี่คลายปัญหาร่วมกัน โดยเฉพาะสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ ทั้งนี้ปัญหาจริงๆ ไม่ได้เกิดขึ้นในสภาฯ แต่เกิดจากคนกลุ่มหนึ่งที่ต้องการสร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์  ปฏิเสธ ที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

 ด้าน นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.สัดส่วน และกรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในการประชุมร่วมของรัฐสภา วันนี้ คาดว่า ยังไม่มีข้อยุติอะไร โดยเฉพาะเวลาการอภิปรายที่น้อย เพราะต้องเข้าใจว่าปัญหาวิกฤติของประเทศเป็นเรื่องใหญ่โตมากและต้องใช้เวลา หากจะต้องมีการพูดคุยกัน และคงไม่ใช่การประชุมครั้งสุดท้ายที่จะมีการพูดคุยเรื่องนี้  ทั้งนี้ทราบมาว่า ภายหลังจากที่มีการพูดคุยกันในสภาแล้ว คงมีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมา เพื่อไปดำเนินการแต่ละส่วนๆไป

 ผู้สื่อข่าวถามว่า หลายคนกังวลหากรัฐบาลปล่อยให้สถานการณ์เนิ่นนานไป จะยิ่งทำให้สถานการณ์ฝังรากลึก กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รัฐบาลเองโดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มีความมุ่งหวังที่จะคลี่คลายสถานการณ์ คือ อะไรที่คิดว่าทำลงไปแล้วทำให้สถานการณ์ของความขัดแย้งดีขึ้น มีการหันหน้าเข้าหากันมากขึ้น ก็ต้องทำในส่วนนั้น และสิ่งสำคัญที่สุดต่อการแก้ไขปัญหา รัฐบาลต้องรับฟังเสียงจากคนภายนอกด้วย ถึงจะแก้ปัญหาได้
           
 ผู้สื่อข่าวถามว่า สามปีที่ผ่านมารัฐบาลเองก็มีบทเรียน และรู้ถึงสถานการณ์น่าจะได้ข้อสรุป และรู้ว่าต้นเหตุของปัญหาที่แท้จริงคืออะไร นายบัญญัติ กล่าวว่า ต้นเหตุของปัญหาคงมาจากหลายสาเหตุ ตนคิดว่าสิ่งที่ไม่สบายใจมากๆ คือความรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้น ตรงนี้คือเรื่องใหญ่ เพราะฉะนั้นวันนี้คงต้องทำอย่างหนึ่งอย่างใด แต่ต้องยอมรับว่าปัญหาคงไม่หมดไป เพียงแต่จะทำให้เล็กลงได้อย่างไรเท่านั้น ทั้งนี้ภายหลังการประชุมร่วมรัฐสภา พรรคคงต้องมีการปรึกษาหารือกันถึงเรื่องนี้ต่อไป
           
 ผู้สื่อข่าวถามถึง พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่รัฐบาลยังคงไว้ อาจทำให้เกิดภาพพจน์ที่ไม่ดีของประเทศ กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องคิดและประเมินสถานการณ์ เพราะหากยกเลิกแล้วหากมีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นอีกแล้วต้องมาประกาศพ.ร.ก.อีก ตรงนี้จะกลายเป็นเรื่องใหญ่มาก ฉะนั้นรัฐบาลต้องคิดให้ดี  
 
 ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลมีกฎหมายความมั่นคงอยู่แล้วอาจไม่จำเป็นต้องประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นายบัญญัติ กล่าวว่า รัฐบาลได้ดูเรื่องนี้อย่างถี่ถ้วนอยู่แล้ว และการประกาศพ.ร.ก.ครั้งนี้จะเป็นประสบการณ์ต่อการวิเคราะห์สถานการณ์  และท้ายสุดแล้วจะรัฐบาลจะรู้ว่า กฎหมายฉบับไหนที่จะเป็นประโยชน์ 

ขออำนาจศาลคุม3แกนนำนปช.อีก7วัน

ที่ศาลอาญารัชดา เวลา 15.00 น. พนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวนายวีระ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนพ.เหวง โตจิราการ 3 แกนนำ นปช. มายังห้องพิจารณาคดี 801 เพื่อประกอบการพิจารณาที่พนักงานสอบสวนยื่นคำร้องขอควบคุมตัว 3 แกนนำ ต่ออีก 7 วันตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ขณะที่บริเวณโดยรอบศาลอาญามีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก กองบัญชาการตำรวจนครบาลในเครื่องแบบร่วมร้อยนายกระจายรักษาความปลอดภัยอยู่บริเวณโดยรอบ

ออกหมายจับปธ.สี่ล้อแดงพร้อมดีเจเสื้อแดง5คน

พ.ต.ท.สวัสด์ หล้ากาศ รองผกก.สส.สภ.เมืองเชียงใหม่ เปิดเผยว่า เช้านี้ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ได้ออกหมายจับแกนนำเสื้อแดงอีก 5 คนในข้อหาปิดถนนกีดขวางการรจราจร โดยนำรถสี่ล้อแดงและรถส่วนตัวกว่า 20 คันพร้อมมวลชนไปปิดถนนท่าแพกีดขวางทางจราจรหลายชั่วโมงในวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา 

สำหรับผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องหาถูกออกหมายจับครั้งนี้ประกอบด้วยนายสิงห์คำ นันติ ประธานสหกรณ์นครเดินรถล้านนา จำกัด นายมานะพันธุ์ ไพบูลย์ หรือดีเจ “ป.เป็ด” นายไพฑูรย์ ชูชัย หรือดีเจ “ลุงบุญ” นายธานินทร์ ประดิษฐ์พันธุ์หรือดีเจ “ย.ยุ้ย” นายสุพล สุภางครัตน์หรือสุรพล ทรัพย์เจริญซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักจัดรายการวิทยุชุมชนที่มีส่วนในการระดมมวลชนมาร่วมการปิดถนนและเปิดปราศรัยโจมตีรัฐบาลในวันดังกล่าว

พท.ชู3ข้อเลิกพรก.ฉุกเฉิน-รธน.50มีพรบ.ปรองดอง”ทักษิณ”กลับไทย

นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย แถลงที่ห้องแถลงข่าวอาคารรัฐสภา ถึงการเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เคยตัดสินใจเดินทางกลับเข้าประเทศไทยครั้งหนึ่งแล้ว ในวันที่ 14 เม.ย. ซึ่งเป็นวันที่ทางกองทัพ ใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดง โดยพ.ต.ท.ทักษิณ ได้ขึ้นเครื่องบินส่วนตัว มาลงยังประเทศเพื่อนบ้าน จากนั้นได้วางแผนที่จะเดินทางเข้าประเทศไทยทางภาคอีสาน เพื่อรวบรวมประชาชนในภาคอีสาน เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อสมทบกับคนเสื้อแดงที่กำลังถูกสลายการชุมนุม

 นายสุชาติ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการทำความตามคำพูดที่ได้ประกาศเอาไว้ว่า หากมีการใช้กำลังปราบปรามประชาชนแล้วเสียงปืนนัดแรกดังขึ้น จะเดินทางกลับประเทศไทยทันที แต่ระหว่างที่พ.ต.ท.ทักษิณ กำลังเดินทาง นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ หัวหน้ากลุ่มวังบัวบาน ซึ่งอยู่ในระหว่างอาการตกใจ และร้องไห้ ได้โทรศัพท์ประสานกับ ส.ส. เพื่อให้ช่วยกันร้องขอไม่ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับประเทศไทย เนื่องจากเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย เพราะเวลานั้น มีข่าวเรื่องการลอบทำร้ายพ.ต.ท.ทักษิณ ออกมา

 นอกจากนี้ ทางกองทัพเริ่มล่วงรู้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะกลับประเทศไทย ส.ส.จึงพยายามช่วยกันห้าม สุดท้ายพ.ต.ท.ทักษิณ ก็ได้ชะลอการเดินทางกลับประเทศไทยเอาไว้ แล้วก็เกิดการลอบสังหารนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ทำให้พ.ต.ท.ทักษิณ คิดได้ว่า ควรเชื่อคำแนะนำของ ส.ส.

 นายสุชาติ กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์การเมืองเปลี่ยนไป การตัดสินใจกลับประเทศไทยของพ.ต.ท.ทักษิณ นั้นขึ้นอยู่กับ 3 เงื่อนไขคือ 1.รัฐบาลต้องยกเลิก พรก.ฉุกเฉินฯ 2.ประกาศใช้ พรบ.ปรองดองแห่งชาติ เพื่อให้ทุกคนกลับเข้ามาพูดคุยกันเรื่องความสมานฉันท์สามัคคี  และ 3.ยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2550 แล้วประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2540 จากนั้นพ.ต.ท.ทักษิณ ถึงค่อยมาดูเรื่องการเดินทางกลับประเทศไทย เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ เชื่อว่า เรื่องคดีความนั้นสามารถพูดคุยกันได้ในภายหลัง

อดีต สสร.อัดแก้รธน.แค่ต้องการปล่อยสัมภเวสี

 นายศรีราชา เจริญพาณิช เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา และอดีต กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 กล่าวถึงการแก้รัฐธรรมนูญว่า จะเขียนรัฐธรรมนูญอย่างไรก็ไม่ช่วย เพราะเขียนอย่างไรก็ไม่ถูกใจคน เมื่อไปกระทบเขาก็จะขอแก้ อย่างเช่น ม.237 เรื่องการยุบพรรค หลายคนท้วงว่าทำไมกรรมการบริหารพรรคคนอื่นต้องมาติดร่างแห คนที่พูดอย่างนี้ เขาคงไม่ได้เรียนกฎหมายมาตลอด เพราะกฎหมายอาญาพ่อแม่ผู้ปกครองก็ต้องรับผิดหากเด็กไปทำผิดกฎหมาย ที่เขียนอย่างนี้เพื่อให้ กก.บห. ต้องไปพูดให้ชัดในนโยบายพรรคว่าห้ามทำอย่างนี้ มิเช่นนั้นก็ยักคิ้วหลิ่วตาแล้วจะเกิดการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ได้อย่างไร

 นายศรีราชา กล่าวว่า การแก้มาตราเหล่านี้แก้เพื่อใคร แก้เพื่อตัวเอง แก้เพื่อผู้มีอุปการคุณบางคนที่ชุบเลี้ยงให้ ให้เงินมาเป็น ส.ส. ไม่ขอบอกว่าเป็นใครแต่แป็นสัมภเวสี ลอยไปลอยมา กรรมการบริหารพรรค ต้องรับผิดชอบควบคุมลูกพรรค หากผิด กก.บห. ต้องผิดด้วย ไม่ใช่หลักการที่แปลก และที่วิจารณ์ว่าเรื่องนี้ เป็นการวางยาของ รธน. ปี 2550 ซึ่งจริงๆแล้ว เราเดินตามหลักการของพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่องการให้คนดีมาปกครองบ้านเมือง เมื่อนำหลักการนี้มาใช้ คนที่ไม่ดีเดือดร้อนเป็นแถว เราไม่ต้องการให้คนไม่ดีได้อยู่ในสภา ต้องไสหัวมันไป เราต้องการคนดีเท่านั้น กกต. ก็ต้องมีหน้าที่คัดกรอง ต้องทำหน้าที่ให้ใบแดง หากไม่ทำ พวกเขาก็จะเข้าไปป่วนเมือง