
ดาราดังกับการฌาปนกิจฟรี
เมื่อ 20-30 ปีมาแล้ว จ่อ ธู แห่งเมืองหม่องพม่าเคยเป็นดาราดังที่แสดงภาพยนตร์อย่างน้อย 200 เรื่องพอๆ กับดาราดังของไทยในยุคมิตร-เพชรา หรือพอๆ กับอดีตประธานาธิบดีโจเซฟ เอสตราดา สมัยที่ยังเป็นพระเอกขวัญใจคนจนของฟิลิปปินส์ แต่ทุกวันนี้จ่อ ธู กลับมีความสุขกับกา
ตลอดช่วง 10 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้งสมาคมฌาปนกิจฟรีซึ่งคล้ายๆ กับมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งในแดนดินถิ่นเจ้าพระยา สมาคมนี้ได้ช่วยเหลือครอบครัวยากจนกว่า 1 แสนครอบครัวให้สามารถจัดพิธีฝังศพคนในครอบครัวได้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแม้แต่จ๊าดเดียว
"ผมก็แค่ต้องการให้การเดินทางครั้งสุดท้ายของใครสักคนเป็นไปด้วยดีเท่านั้นเอง" จ่อ ธู ซึ่งแม้จะอายุแค่ 51 ปี แต่ผมดกยาวก็เริ่มขาวโพลนไปแล้วเช่นเดียวกับหนวดเคราเฟิ้มที่มีสีขาวแซม อันเป็นภาพลักษณ์ติดตัวมาตั้งแต่สมัยยังเป็นดาราภาพยนตร์ชื่อดัง
ในแต่ละวันสมาคมฌาปนกิจฟรีของจ่อ ธู ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ 80 คน อาสาสมัครอีก 115 คน จะไปช่วยจัดงานศพฟรีราว 50 ราย โดยใช้รถบรรทุกศพ 18 คันและเรืออีก 2 ลำในการช่วยลำเลียงศพและญาติพี่น้องของผู้ตายไปยังสถานที่ฝังศพ
สมาคมฌาปนกิจฟรีของจ่อ ธู ถือเป็นหนึ่งในองค์กรภาคเอกชนของพม่าที่กำลังเติบโตมากขึ้นตามลำดับหลังจากอยู่ใต้ท็อปบู๊ททมิฬมาเกือบครึ่งศตวรรษ โดยรายได้ทั้งหมดมาจากการบริจาคทั้งในประเทศและจากต่างประเทศ
จากรายงานของธนาคารโลกระบุว่าถึงแม้ว่าพม่าจะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติแต่ก็ยังไม่ได้นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ ทำให้แดนดินถิ่นลุ่มน้ำอิรวดียังคงเป็นประเทศที่มีการพัฒนาน้อยที่สุด ประชาชนเกือบหนึ่งในสามมีฐานะยากจน หนำซ้ำสถานการณ์มีแต่ย่ำแย่ลงตามลำดับ เมื่อเกิดปัญหาเงินเฟ้อขึ้น ยิ่งทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเมืองหม่องมีแต่ยากลำบากมากขึ้น
เมื่อเกิดการสูญเสียสมาชิกในครอบครัวจะด้วยอุบัติเหตุหรือจากการเจ็บป่วยหรือตามวัย ครอบครัวยากจนเหล่านั้นไม่มีทางเลือกอื่นได้แต่หันหน้าไปขอความช่วยเหลือจากสมาคมฌาปนกิจฟรีของจ่อ ธู
"เขาก็เหมือนกับพระมาโปรด ถ้าไม่มีเขามาช่วย การเดินทางครั้งสุดท้ายของลูกคงไม่ราบรื่นอย่างนี้" หญิงวัย 33 ปีในย่างกุ้งซึ่งเพิ่งสูญเสียลูกชายวัย 12 ปีจากอุบัติเหตุจมน้ำเล่าถึงการช่วยเหลือของจ่อ ธูที่ช่วยจัดพิธีศพให้ลูก ซึ่งตามประเพณีแล้วจะตั้งศพสวด 3-7 วันก่อนนำไปฝังหรือเผา
ส่วนผู้เป็นพ่อ ซึ่งเป็นคนงานก่อสร้างเสริมว่า พวกตนไม่มีปัญญาจัดงานศพให้ลูกหากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากสมาคมนี้
ปกติแล้ว งานศพแต่ละงานจะสิ้นค่าใช่จ่ายประมาณ 35,000 จ๊าด (ราว 1,300 บาท) ซึ่งมากกว่าค่าแรงรายวันถึง 10 เท่า
"ผมต้องยืมเงิน 4.5 หมื่นจ๊าดพร้อมดอกเบี้ย 15 เปอร์เซ็นต์ตอนที่ต้องพาลูกไปโรงพยาบาลและเป็นค่าเช่าเรือลำหนึ่งตอนที่นำศพลูกไปฝัง พวกเพื่อนบ้านก็ช่วยเหลือเราไม่ได้มากนัก เพราะแต่ละคนต่างก็ยากจนและอาศัยค่าแรงกินไปวันหนึ่งๆ"
ถึงแม้ว่าสมาคมฌาปนกิจฟรีของจ่อ ธู จะไม่ใช่สมาคมฌาปนกิจแห่งแรกที่คอยช่วยเหลือคนยากจน แต่กิจกรรมของสมาคมนี้ก็ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางมากขึ้น ทำให้ทางการต้องจับตาเพราะจ่อ ธู ได้เริ่มหันมาวิจารณ์รัฐบาลตัวเองมากขึ้น แม้ว่าจะเป็นรัฐบาลพลเรือนจากการเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 20 ปี แต่ก็รู้กันไปทั่วว่าเป็นแค่รัฐบาลเงาของคณะทหารภายใต้การนำของนายพลเอกพิเศษตัน ฉ่วย
ผลก็คืออดีตดาราดังอย่างจ่อ ธู และภรรยา ซึ่งแม้จะทำเพื่อสังคมกลับถูกทางการจับตัวไปขังช่วงสั้นๆ ถึง 2 ครั้ง เนื่องจากเข้าร่วมการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยของพระสงฆ์และนักศึกษาที่ก่อจลาจลใหญ่เมื่อปี 2531 และ 2550
"ผมไม่เคยสนใจการเมือง แต่คนที่พึ่งพาเราและเชื่อถือในพวกเราอันเนื่องจากกิจกรรมต่างๆ ของเรา พวกเขาก็เลยบริจาคเงินให้ ซึ่งทำให้ทางการรู้สึกกังวล" จ่อ ธู ระบายความในใจก่อนจะเผยว่ารู้ดีว่ากำลังถูกทางการจับตามองอยู่
ท้ายสุด ทางการก็สั่งแบนการแสดงของจ่อ ธู ซึ่งเจ้าตัวก็ประท้วงด้วยการประกาศยุติงานแสดงของตัวเองเพื่อประท้วงคำสั่งที่ไม่เป็นธรรมนี้ซึ่งมีขึ้นหลังจากได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำเมื่อไม่นานมานี้
อย่างไรก็ดี จ่อ ธู ยืนกรานว่าจะเดินหน้าต่อในการให้บริการฌาปนกิจฟรี พร้อมๆ ไปกับการพยายามลบล้างความเชื่อเก่าๆ เกี่ยวกับความตาย จนทำให้เพื่อนหลายคนถึงกับปิดประตูใส่หน้า
"ผมรู้สึกเหงาทั้งๆ ที่เป็นนักแสดงมาชั่วชีวิต แต่เมื่อผมคิดว่าเป็นจ่อ ธู คนที่ทำงานเพื่อสังคม ผมก็จะมีเพื่อนอยู่มากมายในตอนนี้ ไม่ใช่แค่คนเป็นแต่รวมไปถึงคนตายด้วย"
สูงสุดคืนสู่สามัญ
จ่อ ธู ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในดาราดังของพม่าผู้ประสบความสำเร็จมากที่สุดในช่วง 20-30 ปีที่ผ่านมา เคยได้รับรางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมและผู้กำกับยอดเยี่ยมของพม่าถึง 2 รางวัลซ้อนจากผลงานการแสดงภาพยนตร์และเป็นผู้กำกับภาพยนตร์หลายเรื่องที่ประสบความสำเร็จ ตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 21
ช่วงที่ชีวิตกำลังรุ่งโรจน์เมื่อกว่า 20 ปีมาแล้ว จ่อ ธู ได้แสดงภาพยนตร์ถึงกว่า 200 เรื่องและกำกับภาพยนตร์ 6 เรื่องด้วยกัน จนกระทั่งได้รางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมเมื่อปี 2537
หลายคนเชื่อว่าจ่อ ธู มีหวังจะคว้ารางวัลอีกหลายรางวัล หากเจ้าตัวไม่เกิดงัดข้อกับองค์การภาพยนตร์พม่า ซึ่งเป็นคนแจกรางวัลดังกล่าว เกี่ยวกับภาพยนตร์โฆษณาชวนเชื่อ จนทำให้เจ้าตัวประกาศยอมหักไม่ยอมงอ ไม่ยอมกำกับภาพยนตร์โฆษณาชวนเชื่อให้รัฐบาล ผลก็คือภาพยนตร์ของจ่อ ธู ซึ่งเป็นภาพยนตร์ทำเงินมากที่สุดและได้รับคำชมมากที่สุด กลับไม่ได้รางวัลแม้แต่รางวัลเดียว
สุดท้าย จ่อ ธู ก็ยอมกลืนน้ำลายตัวเอง กลับมากำกับภาพยนตร์โฆษณาชวนเชื่อให้รัฐบาล ทำให้คว้ารางวัลผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมเป็นรางวัลตอบแทน
ความขัดแย้งกับรัฐบาลมาถึงจุดแตกหักเมื่อจ่อ ธู ถูกจับกุมเมื่อเดือนตุลาคม 2550 คราวที่สนับสนุนการลุกฮือก่อจลาจลของขบวนพระภิกษุสงฆ์ จากนั้นเส้นทางในวงการภาพยนตร์ก็เริ่มตีบตัน แม้กระทั่งภาพยนตร์ที่สะท้อนเรื่องของเอชไอวี/เอดส์ก็ยังถูกเซ็นเซอร์
แต่จ่อ ธู ก็ไม่ยอมก้มหัวให้เดินหน้าทำงานเพื่อสังคมต่อไป เฉพาะช่วงกลางปี 2551 สมาคมฌาปนกิจฟรีของเขาได้ช่วยงานศพถึงกว่า 5 หมื่นราย โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดโศกนาฏกรรมพายุไซโคลนนาร์กีสถล่มประเทศเมื่อเดือนพฤษภาคม 2554 มีคนตายกว่า 1.3 แสนราย จ่อ ธู ได้เป็นหนึ่งในหัวเรี่ยวหัวแรงแข็งขันช่วยเหลือเหยื่อนาร์กีส โดยระดมเงินบริจาคได้ถึง 500 ล้านจ๊าด (ราว 12 ล้านบาท)
จากฌาปนกิจฟรีถึงคลินิกคนยาก
เท่านั้นยังไม่พอ จ่อ ธู ยังได้เปิดคลินิกรักษาฟรีให้คนยากจนในย่างกุ้งตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมา โดยมีแพทย์ 50 คน พยาบาลและเจ้าหน้าที่ 60 คน อาสาสมัครอีกกว่า 300 คน รักษาคนไข้แล้วกว่า 3.5 หมื่นรายมีทั้งเด็ก หญิงมีครรภ์ การทำฟัน เอกซเรย์และอัลตราซาวนด์ และเมื่อปีที่แล้ว บริจาคเลือดอีก 196 ขวด
แม้จะมีชื่อว่าคลินิกคนยาก แต่คลินิกนี้ก็มีพร้อม ทั้งห้องเอกซเรย์ เตียงคนไข้ วีลแชร์ ออกซิเจน และไม้เท้าฟรีให้แก่คนไข้
ตอนที่เกิดขาดแคลนน้ำอย่างหนักในช่วงหน้าร้อนปีที่แล้ว สมาคมนี้ได้แจกน้ำฟรี 6.8 หมื่นแกลลอน รวมทั้งยังต่อท่อประปา ขุดบ่อและสร้างอ่างเก็บน้ำใน 26 หมู่บ้าน
เพราะทุ่มเทช่วยเหลือคนยากโดยไม่รังเกียจในงานที่ทำหรือไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยากใดๆ ชุมชนพม่าในลอนดอนจึงได้พร้อมใจกันมอบรางวัล "ศิลปินผู้ยืนหยัดเคียงข้างประชาชน" แก่จ่อ ธู เมื่อปี 2552
บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์
ที่มา:สำนักข่าวเอเอฟพี สำนักข่าวมิซซามา



