ข่าว

"ยา เปา"สปาย"ฮุน เซน"ซุ่ม20ปีล้วงตับกองทัพไทย

"ยา เปา"สปาย"ฮุน เซน"ซุ่ม20ปีล้วงตับกองทัพไทย

03 ก.ค. 2554

สถานการณ์ความตึงเครียดชายแดนกัมพูชาเริ่มระอุขึ้นอีกครั้งหลังจากไทยประกาศถอนตัวออกจากภาคีมรดกโลก จังหวะเดียวกันนี้ "สื่อกัมพูชา" ฉวยโอกาสกระพือข่าว "สมเด็จฮุน เซน" นายกรัฐมนตรีกัมพูชาสั่งทหารกัมพูชาที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ตามแนวชายไทย-กัมพูชา

         โดยเฉพาะบริเวณเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พร้อมรบเต็มอัตราศึก แถมปล่อยข่าวลือว่าทหารไทยจะเปิดฉากปะทะกัมพูชาในวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา จนไทยต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไป !!
  

 

         หลายฝ่ายเริ่มกังวลถึงปัญหาการสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่อาจปะทุขึ้นอีกครั้ง และอาจเป็นการสู้รบที่ยืดเยื้อยาวนาน โดยเฉพาะข้อกังวลถึง "ข้อมูลแผนที่ทางยุทธศาสตร์" ของกองทัพไทย ที่อยูในกำมือของ "ยา เปา" สายลับกัมพูชา นายทหารระดับคนสนิทของฮุน เซน อาจทำให้ทหารไทยเพลี่ยงพล้ำและตกเป็นรอง
 

 

         หลังจาก "ยา เปา" หลบหนีออกจากประเทศไทยไปพร้อมกัยแผนที่แสดงพิกัดที่ตั้งทางทหารและบ้านเรือนราษฎรทางชายแดนไทย และเมื่อตำรวจ-ทหารชุดจับกุมสายลับสืบสวนลึกลงไป ยิ่งพบข้อมูลที่น่าตะลึงจากการติดตามหาตัวเจ้าของรถกระบะโตโยต้า สีดำ 4 ประตู ทะเบียน ชว 1901 กรุงเทพมหานคร ซึ่ง 3 สายลับซึ่งถูกจับกุมได้ใช้ก่อเหตุ
 

 

         รถคันนี้มีการซื้อขายกันมา 2 ทอด เจ้าของคนแรกเป็นผู้หญิง ถูกเชิญมาให้ข้อมูลที่ สภ.กันทรลักษ์ ยอมรับว่าเคยเป็นเจ้าของรถแต่ขายไปนานแล้ว และไม่รู้จักกับ "ยา เปา" แต่อย่างใด  และเมื่อสืบสวนสอบสวนมาถึงผู้ครอบครองรถคนถัดมา คือ นายประชุม ตันศิริ  หรือ "กำนันจี๊ด" อายุ 42 ปี กำนันตำบลหนองจอก อยู่บ้านเลขที่ 3 หมู่ 9 แขวงและเขตหนองจอก กรุงเทพฯ  เจ้าของฟาร์มไก่ชนและเซียนไก่ในเขตหนองจอก ถูกเชิญมาให้ข้อมูลเช่นกัน นายประชุมยอมรับว่า รู้จักกับ "ยา เปา" มาได้นานตั้งแต่ปีพ.ศ.2535 หรือประมาณ 19 ปีมาแล้ว โดย "ยา เปา" อ้างว่าเป็นชาวมาเลเซีย และได้แสดงหนังสือเดินทางของประเทศมาเลเซียให้ดู ระบุชื่อ นายอับดุล เลาะห์ฮิม มีภรรยาชาวไทยคือ น.ส.องุ่น เป็นบุตรสาวของโต๊ะอิหม่ามสุเหร่าแห่งหนึ่ง มีบุตรด้วย 3  คน ตอนนี้อ้างว่าได้ไปอาศัยอยู่กับพ่อของ "ยา เปา" ที่ประเทศมาเลเซีย โดย "ยา เปา" จะเดินทางเข้า-ออกระหว่างประเทศมาเลเซีย และประเทศไทยเป็นประจำ
 

 

         ระหว่างที่นายประชุมคบหากับ "ยา เปา" มายาวนานเกือบ 20 ปีนี้ เขาเชื่อสนิทใจว่า "ยา เปา" เป็นชาวมาเลเซียและเป็นคนธรรมดา ที่ชอบกีฬาชนไก่เช่นเดียวกับเขา ไม่เคยคิดว่าจะเป็นสายลับอะไร และ "ยา เปา" ยังนำไก่ชนจากฟาร์มไปจำหน่ายยังประเทศมาเลเซียหลายครั้ง ส่วนรถกระบะได้ให้ยืมไปซื้อไก่ชนในเขตพื้นที่ภาคอีสาน จนเพิ่งมาทราบว่า เขาเป็นสายลับกัมพูชาเข้ามาสอดแนมจารกรรมข้อมูลทางการทหารในประเทศไทย

 

           พ.ต.อ.สมพจน์ ขอมปรางค์ ผกก.สภ.กันทรลักษ์ กล่าวว่า จากข้อมูลหลักฐานทั้งหมดที่พนักงานสอบสวนรวบรวมไว้ ทำให้ทราบว่า จริงๆ แล้ว "ยา เปา" เป็นนายทหารยศพลตรีของกัมพูชา และมีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ ของสมเด็จฮุน เซน ตามที่ปรากฏในรายงานการประชุมของทหารหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน จ.ตราด เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2552
 

 

         "ถ้าเข้าประเทศไทยใช้ชื่อไทย "วิชัย" เข้ามาเลเซียใช้ชื่อ นายอับดุล เลาะห์ฮิม และชื่อภาษาอังกฤษ  YA  POV โดยถือสัญชาติกัมพูชา สัญชาติมาเลเซีย และสัญชาติเวียดนาม ถือหนังสือเดินทางเข้าประเทศไทย 2 เล่ม คือ หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดาเลขที่ 978812 และถือหนังสือเดินทางนายทหารกัมพูชา เลขที่ 41372 ปัจจุบันได้ประกาศสืบจับไปยังด่านตรวจคนเข้าเมือง ทุกด่านตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศแล้ว" พ.ต.อ.สมเจตน์ กล่าว
  

 

         จากข้อมูลยังพบว่า "ยา เปา" เริ่มเข้ามาสอดแนมในประเทศไทยเมื่อปี 2535 โดยไม่ผ่านมาจากประเทศกัมพูชา แต่จะเข้ามาจากประเทศมาเลเซียและอ้างว่าเป็นชาวมาเลเซียมาโดยตลอด  กระทั่งปี 2552 ได้เข้ามาในประเทศไทยโดยเปิดเผยและเป็นนายทหารนอกเครื่องแบบยศพันเอก และมีตำแหน่งพิเศษเป็นที่ปรึกษา "สมเด็จฮุน เซน" ด้านเศรษฐกิจ จนเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ที่ผ่านมา ได้ร่วมกันกับผู้ต้องหาทั้ง 3 คน เข้ามาสอดแนมและลักลอบกำหนดพิกัดที่สำคัญ ที่ตั้งทางทหาร ที่ตั้งพลเรือนตลอดจนหลุมหลบภัย วัด บ้าน โรงเรียนและตำบลที่กระสุนตกที่เคยสู้รบกันเมื่อวันที่ 4-7 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ในพื้นแนวชายแดนอำเภอกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ โดยเฉพาะบ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ทางขึ้นปราสาทพระวิหาร ก่อนลักลอบหนีกลับกัมพูชาทางด่านตรวจคนเข้าเมือง จ.สระแก้ว เมื่อวันที่  9  มิถุนายน ที่ผ่านมา

 

           เกือบ 20 ปีที่ "ยา เปา" สายลับสมุนเอก "สมเด็จฮุน เซน" เดินทางเข้า-ออกประเทศไทยโดยถือสัญชาติกัมพูชา สัญชาติมาเลเซียและสัญชาติเวียดนาม ตลอดเวลาที่ผ่านมา สายลับรายนี้ อาจเคยทำงานลับๆ จนบรรลุเป้าหมายไปเพียงใด...ยิ่งมีข้อมูลจากชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 1 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธิน (ชค.ทพ.นย.1) เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2552 ระบุว่า พ.อ.ยา เปา (ยศขณะนั้น) แถมเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา เดินทางเข้ามาพร้อมคณะนายทหารฝ่ายกัมพูชา เพื่อมาพบปะเยี่ยมเยียนนายทหารฝ่ายไทยที่หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด (ฉก.นย.ตราด)

 

          จาก "เซียนไก่ชนชาวมาเลย์" กลับกลายมาเป็น "นายพลเขมร" ตบตาคนไทยเสียสนิท...แล้วนับประสาอะไรที่อาจพบ "สายลับขแมร์" มาเดินเพ่นพ่าน หรือปั่นป่วนก่อการร้ายในเมืองหลวง?!!
   

                          - ศูนย์ข่าวภาคอีสาน -