
ชุดดำ200คนปะทะเดือดกับชาวบ้าน4ภาค
แก็งชายฉกรรจ์ชุดดำ 200 คน ปะทะเดือดกับชาวบ้าน 4 ภาค อ้างสิทธิ์ในที่ดิน 615 ไร่ ที่ บสท.ได้ขายทอดตลาดไปแล้ว
เวลา 14.10 น. วันที่ 2 ก.ค.2554 ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ใส่ชุดดำ จำนวน 200 คน ได้บุกเข้าไปภายในโรงงานไทยเมล่อน ซึ่งเป็นโรงงานร้าง โดยภายในโรงงานมีการปลูกกระท่อมพักอาศัย ในลักษณะมุงจากเอาไว้ ประมาณ 200 หลัง และมีชาวบ้านอยู่ด้านในประมาณ 40-50 คน ซึ่งกลุ่มชาวบ้านดังกล่าวใช้ชื่อว่า กลุ่มคนไทย 4 ภาค
ทั้งนี้ กลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าว ได้บุกเข้าไปพร้อมกับจุดไฟเผากระท่อมไปแล้วประมาณ 4-5 หลัง โดยส่วนใหญ่เป็นกระท่อมที่ปลูกติดอยู่กับถนนพหลโยธิน ขาออก ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามบริษัทสามารถคอปเรชั่น ม.11 ต.คลอง 1 อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
สำหรับการปะทะกันระหว่างกลุ่มชายฉกรรจ์ กับชาวบ้านในบริเวณดังกล่าว ได้มีเสียงดังคล้ายระเบิด และเสียงดังคล้ายปืน เป็นระยะๆ โดยที่กลุ่มชาวบ้านมีการตอบโต้ด้วยการขว้างไม้ และหิน กลับมา ส่วนกลุ่มชายฉกรรจ์นั้น ส่วนใหญ่จะสวมชุดดำ และผูกผ้าพันคอสีเขียว ซึ่งหลังจากที่กลุ่มชายฉกรรย์ได้ก่อเหตุประมาณ 1 ชัวโมง ก็ได้ถอนตัวออกไป จากนั้นไม่นานนัก กลุ่มชายฉกรรจ์ชุดที่ 2 ประมาณ 50 คน พร้อมด้วยอาวุธมีดดาบแบบยาว ก็ได้ทำการคุมเชิงอยู่ที่บริเวณด้านนอก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ดินบริเวณดังกล่าว มีเนื้อที่ประมาณ 615 ไร่ และเป็นที่ของ บสท. ที่ได้มีการขายทอดตลาดไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยมีผู้ที่ใช้ชื่อว่า ผู้กองมนัส ได้เข้ามาอ้างสิทธิ์เป็นเจ้าของ
ผู้สื่อข่าวรายงาน เป็นที่น่าสังเกตุว่า การปะทะกันในครั้งนี้ จนทำให้เกิดเพลิงไหม้ และมีเสียงปืน และเสียงระเบิดนั้น ไม่ปรากฏว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้ามาดูแล หรือเข้ามาระงับเหตุแต่อย่างใด จนทำให้การจราจรติดขัดยาวประมาณ 3-4 กิโลเมตร
ทั้งนี้ ทราบว่า กลุ่มชาวบ้านดังกล่าว ได้บุกรุกที่ดินแห่งนี้มานานกว่า 2 เดือนแล้ว โดยทำการสร้างที่พักแบบมุงจากคล้ายชุมชน กว่า 200 หลัง
ชาวบ้าน4ภาคแฉ-ถูกแก็งเสื้อดำรุมทำร้าย
นายศร จอมรัมย์ อายุ 61 ปี ชาว จ.บุรีรัมย์ สมาชิกในกลุ่มสมัชชาประชาชน 4 ภาค กล่าวว่า เขาและเพื่อน ๆ ได้รวมตัวมาอาศัยอยู่ที่บริเวณแห่งนี้ประมาณ 1 เดือนกว่าแล้ว โดยมีญาติ ๆ แนะนำว่า ให้มาอยู่ที่บริเวณแห่งนี้ เพราะอยู่ฟรี เนื่องจากไม่มีเจ้าของ ซึ่งต่อมาเมื่อเดินทางมาอาศัย ก็ได้เสียเงินค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างเพิงพักไปประมาณ 1 หมื่นกว่าบาท
ทั้งนี้ ในช่วงที่เกิดเหตุ เขาได้นั่งอยู่ในบ้าน และได้เห็นกลุ่มชายฉกรรจ์เป็นร้อยคน ได้เดินเข้ามาในพื้นที่ พร้อมกับได้มีการเจรจาให้ออกจากพื้นที่ไป แต่ชาวบ้านทั้งหมดไม่ยินยอม เนื่องจากกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าว ไม่มีเอกสารว่าเป็นเจ้าของที่มายื่นให้ตรวจสอบ ทำให้เกิดการโต้เถียงกัน และเกิดการปะทะกันในที่สุด โดยที่กลุ่มชาวบ้านไม่มีอาวุธปืนแต่อย่างใด
นายศร กล่าวอีกว่า หลังจากเกิดการปะทะกัน ทำให้กลุ่มชาวบ้านต้องถอยร่นไปด้านหลังของที่ จากนั้น กลุ่มชายฉกรรจ์ ได้จุดไฟเผาบ้านที่เป็นเพิงพักที่ชาวบ้านได้สร้างไว้หลายหลัง ทำให้เขาต้องหนีตายไปอยู่ด้านหลังของที่ดินดังกล่าว โดยบ้านของเขาถูกเผาจนได้รับความเสียหายไปทั้งหลัง
ด้าน นางเตียงคำ วริสาร อายุ 57 ชาว จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า เธอและกลุ่มชาวบ้าน ได้รวมตัวกันมาอาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวประมาณ 1 เดือนกว่าแล้ว เนื่องจากพวกเธอไม่มีเงิน และไม่มีที่อยู่ และในวันนี้ เธอและพรรคพวก ก็เตรียมตัวที่จะเดินทางไปที่ จ.อุบลฯ เพื่อกลับไปเลือกตั้ง แต่ก็มาถูกกลุ่มชายฉกรรจ์เข้ามาทำร้ายเสียก่อน พร้อมกับใช้ความรุนแรง แต่ชาวบ้านไม่มีทางต่อสู้แต่อย่างใด
ทั้งนี้ กลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าว ได้ใช้ไม้ไล่ตี และใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่กลุ่มชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้านทั้งหมด ต้องหนีตายไปอยู่ด้านในของที่ดิน
"ขอยืนยันว่า กลุ่มชาวบ้านทั้งหมด จะไม่ยินยอมที่จะย้ายหนีไปไหน เพราะที่ในประเทศไทยเป็นที่ของคนจนที่สามารถอยู่ได้ทั่วประเทศ" นางเตียงคำ ระบุ



