
ประวิตรโวยเสียหายจวกฝรั่งตีข่าวไม่จริง
มาได้จังหวะโค้งสุดท้ายพอดิบพอดี สำหรับ "ปฏิญญาบรูไน" ที่นักข่าวฝรั่งที่ชื่อ ฌอน คริสปิน แห่งเอเชียไทม์ ออนไลน์ นักข่าวผู้ที่คร่ำหวอดในประเทศไทยมากกว่า 10 ปี
เนื้อหาที่ลงซัดตรงถึงพี่ใหญ่แห่งบูรพาพยัคฆ์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ว่าไปตกลงกับ ทักษิณ ชินวัตร ถึงบรูไน เกี่ยวกับภายหลังการเลือกตั้งแล้วพรรคเพื่อไทยได้ชัยชนะและจัดตั้งรัฐบาล
จะว่าไป เนื้อหาที่เป็นเงื่อนไขนั้นก็อยู่ในวิสัยที่ใครต่อใครหลายคนก็คาดการณ์กันก่อนหน้านี้แล้วว่า กองทัพ น่าจะตั้งป้อมพร้อมสู้กับฝ่ายทักษิณ ในกรอบนี้
ห้ามแตะต้องสถาบัน ห้ามล้างแค้นกองทัพ เพื่อแลกกับการที่กองทัพไม่ยุ่งกับการเมือง และปล่อยให้ฝ่ายการเมืองตั้งกรรมการปรองดองขึ้นมาเพื่อสะสางความขัดแย้ง โดยได้ทาบทาม สุรเกียรติ์ เสถียรไทย เป็นประธานเรียบร้อยแล้ว
แล้วก็เป็น สุรเกียรติ์ ที่ปฏิเสธเป็นคนแรกในช่วงเช้าของวันที่มีข่าว โดยยืนยันว่า ไม่รู้ไม่เห็น ไม่ได้เกี่ยวข้อง
ขณะที่ พล.อ.ประวิตร เปิดเผยกับ "คม ชัด ลึก" ยืนยันเสียงหนักแน่นว่า ไม่เคยเจอใคร และไม่เคยไปพบใครทั้งสิ้น
"ไม่รู้ว่าข่าวในลักษณะแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ผมเสียหาย ทั้งๆ ที่ไม่มีข้อเท็จจริง และไม่มีมูลใดๆ ที่จะต้องไปพบ ทำไมถึงชอบเอาผมไปเกี่ยวข้อง หรือว่าถ้าใช้ชื่อผมแล้วจะเป็นประเด็น ผมอยู่เฉยๆ และไม่ได้มีการเคลื่อนไหวใดๆ เลย”
ส่วนเงื่อนไขตามข้อเขียนของ ฌอน คริสปิน ที่ว่าจะให้ พล.อ.ประวิตร เป็น รมว.กลาโหม นั้น เขาก็ปฏิเสธเช่นกัน โดยระบุว่า ตำแหน่งนี้ใครจะมาเป็นก็ได้ ไม่จำเป็นจะต้องเป็นตนคนเดียว มีนายทหารอีกหลายคนที่สามารถเป็นได้ทั้งนั้น การที่มีข่าวในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้น และนำไปพูดกันที่ไม่เป็นความจริงก็ทำให้ตนเสียคน ดังนั้นอยากให้เอาความจริงมาพูดกันดีกว่า
“ผมเสียคนนะ หากพูดไปโดยที่ปราศจากความจริง ผมอธิบายไปแล้วหลายครั้ง ผมไม่อยากเป็นหรอก คนเยอะแยะในประเทศไทยที่สามารถเป็นได้ อดีตทหารที่อยู่ในพรรคก็มีเยอะแยะ ไม่จำเป็นจะต้องมาเอาผมไปเป็นหรอก ตอนนี้ผมคงต้องระวังตัวมากขึ้น เพราะตอนนี้กองทัพถูกพุ่งเป้าโจมตีมาก”
พล.อ.ประวิตร ย้ำด้วยว่า ไม่เคยไปพบใคร หรือใครมาขอพบ อีกทั้งยังไม่มีใครมาทาบทามให้เป็นโน่นเป็นนี่ ที่สำคัญการเลือกตั้งก็ยังไม่เกิดขึ้น จะมาพูดเรื่องจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างไร ยังไม่รู้เลยว่าใครจะได้มาจัดตั้งรัฐบาล พูดไปตอนนี้ก็มีแต่เสียหาย
อย่างที่เกริ่นไว้ในเบื้องต้น บทความของฝรั่งคนนี้ มาได้ถูกที่ถูกเวลา เพราะในสถานการณ์การแข่งขันอันหนักหน่วงสำหรับคู่แข่งทางการเมือง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมี "ประเด็น" ใหม่ๆ เพื่อมากระตุ้นแรงจูงใจของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง
"กองทัพ" คือ เหยื่ออันโอชะ มาตั้งแต่ต้นแล้ว นับแต่ยังไม่มีการประกาศยุบสภา แต่เมื่อ ยุบสภาแล้ว กองทัพก็ยังถูกลากโยงไปเกี่ยวข้องกับการเมือง โดยเฉพาะการใช้กำลังเข้ายึดอำนาจ
ถึงกับกระพือข่าวลือว่า จะไม่มีการเลือกตั้ง เพราะกองทัพเตรียมจะปฏิวัติ เพราะเกรงว่า หากพรรคเพื่อไทยได้ชัยในการเลือกตั้ง กองทัพจะถูกล้างบาง หรือถูกเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง
โดยที่ไม่สนใจว่า ผู้นำเหล่าทัพ และพล.อ.ประวิตร จะพยายามออกมาปฏิเสธครั้งแล้วครั้งเล่า
ช่วงเข้าโค้งสุดท้ายจึงเป็นจังหวะที่เหมาะเจาะอีกครั้ง
แน่นอน คงไม่ต้องถามว่า ใครได้ประโยชน์จากบทความชิ้นนี้
ปัญญา ทิ้วสังวาลย์



