
พท.โวรบ.ชัวร์-ปชป.ขู่ตั้งแข่งแน่
พท. มั่นใจ 290 เสียง ตั้งรัฐบาลได้แน่ ด้าน ปชป. ลั่น ไม่ถึงครึ่ง ท้าชนทุกรูปแบบ ขณะที่ ภท. เย้ย ต่ำ 250 อย่ามากราบขอให้ไปร่วม
ใกล้วันเลือกตั้งเข้าไปทุกขณะ นอกจากทิ้งไม้ตายของแต่ละพรรคในการหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายแล้ว ก็ยังมีความเคลื่อนไหว ใน่ส่วนของการเตรียมการจั้ดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง ซึ่งปรากฏสูตรต่าง ๆ มากมาย โดยล่าสุด มีความเคลื่อนไหว ที่สะท้อนถึงการจับขั้วตั้งรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง
แหล่งข่าวระดับสูงจากแกนนำพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ พรรคเพื่อไทยมั่นใจว่า จะได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลอย่างแน่นอน เนื่องจากเสียงตอบรับจากประชาชนทั้งในกทม. และต่างจังหวัด ได้ให้การตอบรับนโยบายของพรรคเป็นอย่างดี ดังนั้น พรรคจึงได้มีการพูดคุยถึงสูตรการจัดตั้งรัฐบาลในฝันกับบ้างแล้ว
มั่นใจ เสียงทะลุ จับขั้ว สูตร 290 เสียง
"คาดว่า เสียงของรัฐบาล จะอยู่ที่ประมาณ 290 เสียง ประกอบด้วยพรรคเพื่อไทย ได้เสียงประมาณ 240 เสียง , พรรคชาติไทยพัฒนา ประมาณ 20 เสียง , พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ประมาณ 10 เสียง , ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ในส่วนกลุ่มของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประมาณ 10 เสียง , พรรคพลังชลของนายสนธยา คุณปลื้ม ประมาณ 5 เสียง , พรรคมาตุภูมิ ประมาณ 4 เสียง และพรรครักษ์สันติ 1 เสียง"
แหล่งข่าวระดับสูงรายนี้ ระบุว่า สูตรดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า พรรคเพื่อไทยจะต้องได้ส.ส.ในระดับที่ปลอดภัย คือ 230 - 240 เสียง นอกจากนี้ ในส่วนของตำแหน่งรัฐมนตรี มีความเป็นไปได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะใช้บริการคนนอกพรรค มาดำรงตำแหน่งรัฐ เนื่องจากต้องการให้ภาพลักษณ์ของครม. ภายใต้การนำของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีภาพลักษณที่ดี และเป็นที่ยอมรับของประชาชน
"วัฒนา" เร่งโชว์ฝีมือประสานกองทัพ หวังนั่งเก้าอี้ รมต.
มีรายงานด้วยว่า การเคลื่อนไหวของนายวัฒนา เมืองสุข ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ที่มีกระแสข่าวระบุว่า พยายามประสานงานกับทหาร เกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล เนื่องจากเป็นคำสั่งของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้มีคนเดินเรื่อง เกี่ยวกับแผนปรองดอง และไม่ได้มีการห้ามปรามอะไรเป็นพิเศษ เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ มองว่า ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร หากนายวัฒนาสามารถทำได้จริง
อย่างไรก็ตาม ผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทย มองความพยายามของนายวัฒนาในครั้งนี้ว่า เพื่อต้องการสร้างบทบาทของตัวเองในพรรคเพื่อไทย โดยต้องการทำให้เห็นว่า ตัวเองมีงานสำคัญที่ต้องรับผิดชอบ และหวังผลในการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล
"สุเทพ" ตั้งท่าสู้ ลั่น พท.ได้ไม่ถึงครึ่ง เตรียมตั้งรัฐบาลแข่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงสามวันสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง แกนนำพรรคประชาธิปัตย์สายใต้ อาทิ นายชวน หลีกภัย นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี นายชำนิ ศักดิ์เศรษฐ์ รวมถึง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้ลงพื้นที่ภาคใต้เพื่อช่วยผู้สมัครของพรรคหาเสียง รวมทั้งหาเสียงในพื้่นที่ที่ตนลงสมัคร โดยนายชวนได้ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครที่ จ.นึครศรีธรรมราช และพัทลุง ขณะที่นายสุเทพ ได้หาเสียงที่ อ.กาญจนดิษฐ์ และ อ.พระแสง เชิญชวนให้ประชาชนอกมาเลือกพรรคประชาธิปัตย์กลับมาเป็นรัฐบาล พร้อมกับระบุว่า หากเลือกน.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็จะไม่ได้ น.ส.ยิ่งลักษณ์เพียงคนเดียว แต่จะรวมถึงผู้ก่อการร้ายอีก 22 คนด้วย
นายสุเทพ กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทย จะฟ้องต่อ กกต. ในข้อหาใส่ร้ายเรื่องการก่อการร้าย และการจะนิรโทษกรรมให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า ไม่เป็นปัญหา เพราะไปแจ้งความ เราก็เอาหลักฐานและข้อเท็จจริงไปชี้แจง รวมทั้งจะบอกว่า การนิรโทษกรรมล้างความผิดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ คนของพรรคเพื่อไทย พูดจริง เราบันทึกเทปไว้ สื่อก็บันทึกไว้
"เมื่อถึงเวลาที่ต้องพิสูจน์หลักฐาน ก็ต้องขอเทปจากสื่อ เพื่อนำไปเป็นหลักฐาน พ.ต.ท. ทักษิณ ยังให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ กล่าวหาว่า รัฐบาลไทยปล้นเงิเขาเขาไป 4.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งข้อเท็จจริงเรื่องนี้คือ ศาลมีคำพิพากษาว่า เป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบเพื่อประโยชน์ของตัวเอง ทุจริตคอร์รับชั่น ทำให้รัฐเสียหาย"
นายสุเทพ กล่าวว่า กรณีการนำผู้ก่อการร้าย ไปอยู่ในบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยหาว่า เขาใส่ร้าย ทั้งที่เอาความจริงและหลักฐานไปแสดง ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ ก็รวบรวมหลักฐานชัดเจนว่า ทั้ง นายจตุพร พรหมพันธ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ น.พ.เหวง โตจิราการ นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นายอดิศร เพียงเกษ และมือปืนชุดดำที่จับได้ ก็ถูกตั้งข้อหาก่อการร้าย ฆ่าเจ้าหน้าที ฆ่าประชาชน และมีการสั่งฟ้องและศาลก็รับฟ้อง ดังนั้น เราไม่ได้กลั่นแกล้งกล่าวหา แต่ว่าไปตามความจริง
"ผมคิดว่า การที่นายอภิสิทธิ์พูดที่ราชประสงค์ว่า ประเทศไทยควรถอนพิษ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเรื่องที่โดนใจประชาชนที่สุด เพราะการที่ประชาชนย้อนคิดถึงอันตรายจากทักษิณ ในสมัยที่มีอำนาจเขาเข้าไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมศาล ส.ว. ใช้อำนาจหน้าที่ไม่ชอบ คอรัรับชั่นเชิงนโยยาย และวันนี้จะเอากลับมา และไปออกกฎหมายลบล้างความผิด และคืนเงินอีกงั้นหรือ" นายสุเทพ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ศาลไม่ปล่อยตัว นายจตุพรออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง นายสุเทพกล่าวว่า ออกมาไม่ได้ เพราะมีผู้ต้องหาอยู่ในเรือนจำ และศาลไม่อนุญาตให้ออกมา แต่ทั้งหมดก็ต้องเป็นไปตามกฎหมาย
ต่อกระแสข่าวเรื่องพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ไปทำปฏิญญาบรูไน กับ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น นายสุเทพกล่าวว่า ไม่มีทาง เพราะพล.อ.ประวิตร เป็นคนรักชาติบ้านเมือง ศาสนาพระมหากษัตริย์ ไม่มีทางร่วมเด็ดขาด ยืนยันได้ เพราะเป็นคนมีอุดมการณ์ เงินง้างท่านไม่ได้ เอาตำแหน่งมาล่อท่านไม่ได้ เขาพย่ายามที่จะเข้ามาสร้างภาพว่า เขาได้พูดจากับ พล.อ.ประวิตตร เพื่อให้คนที่เคารพรักประวิตรหวั่นไหวเท่านั้นเอง
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากประชาธิปัตย์ได้ 180 เสียง และพรรคภูมิใจไทยได้ 70 เสียง จะจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า คิดว่า ประชาธิปัตย์ น่าจะได้ 205 เสียง ซึ่งถ้าเพื่อไทยได้ไม่ถึงครึ่ง เราก็ได้สิทธิจัดตั้งรัฐบาล เมื่อเพื่อไทยได้ไม่ถึงครึ่ง ก็ไม่มีทางจัดตั้งรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายสุเทพกล่าวไม่ได้ "ก็เป็นไปได้หากตั้งไม่ได้เราก็จะตั้งแข่ง"
ภท. เย้ย พท. เสียงไม่ถึง 250 อย่ามากราบให้ร่วมรัฐบาล
นายศุภชัย โพธิ์สุ รมช.เกษตรและสหกรณ์ และผู้สมัคร ส.ส.นครพนม เขต 1 พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทย มั่นใจจะได้ ส.ส.ในนครพนมคือ เขต 1 ของเขา และเขต 2 ของนายอารมณ์ เวียงด้าน จากทั้งหมด 4 เขต แต่เขต 3 และ 4 ก็ยังมีสิทธิ์เหมือนกัน เพราะที่ผ่านมา ทำงานลงพื้นที่ร่วมกับประชาชนอย่างสม่ำเสมอมา ขณะเดียวกันกระแสของพรรคเพื่อไทยที่นครพนมก็ไม่แรงพอ
ทั้งนี้ ตลอดเวลาที่พรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล ได้เอางบประมาณมาลง 1 หมื่นกว่าล้านบาท และการเลือกตั้งครั้งนี้ ชาวนครพนมต้องการให้ภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล เพื่อที่จะให้มีการพัฒนาอย่างเช่น จ.สุพรรณบุรี ที่นายบรรหาร ศิลปอาชา ผลักดันจนมีความเจริญ
นายศุภชัย กล่าวว่า กระแสความนิยมพรรคภูมิใจไทยในภาคอีสาน มั่นใจว่า ส.ส.เดิมของพรรค 40 คนจะอยู่ครบหมด ส่วนภาพรวมทั้งประเทศ น่าจะได้ 60-70 ที่นั่ง
สำหรับการจับขั้วตั้งรัฐบาล โดยส่วนตัวเห็นว่า สามารถจับมือกับทุกพรรคที่จะรับนโยบายภูมิใจไทย อาทิ นโยบายประกันราคาข้าวและราคาพืชผลการเกษตร โดยเฉพาะนโยบายล้างหนี้กองทุนหมู่บ้าน 8 หมื่นล้านบาท ที่เป็นการช่วยเหลือคนจน และเมื่อเปรียบเทียบแล้ว ถือว่าน้อยนิดมาก กับกรณีเมื่อปี 2540 ที่รัฐบาลเข้าไปช่วยเหลือคนรวย ที่เอื้อไฟแนนซ์เป็นจำนวนมาก
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคภูมิใจไทย สามารถร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยได้หรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า ส่วนตัวสามารถร่วมงานกันได้ หากยอมรับนำนโยบายของพรรคภูมิใจไทยไปปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยในขณะนี้ ประกาศว่า ไม่สามารถทำงานกับพรรคภูมิใจไทยได้
“ผมเห็นว่า พรรคเพื่อไทยจะพูดอะไรก็พูดได้ เพราะผลเลือกตั้งในวันที่ 3 ก.ค. ยังไม่ออกมา แต่หากพรรคเพื่อไทยได้ไม่เกิน 250 ก็อย่ามากราบภูมิใจไทย ให้ร่วมรัฐบาลก็แล้วกัน” นายศุภชัย ระบุ



