
ลอยตัวแอลพีจีภาคอุตฯตามแผน
นายกฯ ยันไม่กั๊กลอยก๊าซแอลพีจีในภาคอุตสาหกรรมตามแผนเดิม ด้านพลังงานระบุรอนายกฯ ลงนามก่อนประกาศบังคับใช้ อาจไม่ทันกำหนดวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ขณะที่อุตฯ เซรามิกลำปางเตรียมขอศาลปกครองคุ้มครองให้ชะลอการขึ้นราคา
นายวีระพล จิรประดิษฐ์กุล อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างรอให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ลงนามในประกาศคำสั่งนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ได้เสนอหนังสือไปแล้ว ซึ่งหากนายกรัฐมนตรีไม่มีการเซ็นลงนามในหนังสือดังกล่าว จะไม่สามารถลงนามประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้ได้ ทำให้ไม่สามารถปล่อยลอยตัวราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ภาคอุตสาหกรรม ตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่จะมีการเก็บเพิ่มไตรมาสละ 3 บาทต่อกิโลกรัม รวม 4 ไตรมาส ที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ตามแผนเดิม
"ที่สำคัญจะทำให้ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไม่สามารถเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ได้ เนื่องจาก กระทรวงพลังงานมีการเปลี่ยนแปลงคำจำกัดความของภาคอุตสาหกรรมให้ครอบคลุมมากขึ้นไปยังกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมและโรงพยาบาลด้วย" นายวีระพลกล่าว
อย่างไรก็ตาม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลจะไม่เลื่อนการปรับราคาก๊าซแอลพีจีในภาคอุตสาหกรรม จากที่กำหนดว่าจะปรับราคาเพิ่มอีกกิโลกรัมละ 3 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ส่วนตนในฐานะนายกรัฐมนตรี ไม่จำเป็นต้องลงนามใดๆ อีก เพราะเป็นไปตามขั้นตอนและมติกพช.
นายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่า กระทรวงพลังงานได้ให้สำนักงานปลัดกระทรวง ส่งหนังสือคำสั่งการปรับขึ้นราคาก๊าซแอลพีจี ตามมติกพช. ให้แก่สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อให้นายกรัฐมนตรีลงนามเห็นชอบ แต่ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า โดยตามขั้นตอน นายกรัฐมนตรีจะตรวจสอบ หากหนังสือคำสั่งฉบับดังกล่าวมีข้อความที่ต้องแก้ไข จะต้องส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดำเนินการ หากเป็นไปในลักษณะนี้จะไม่สามารถปรับขึ้นราคาแอลพีจีในภาคอุตสาหกรรมได้ภายในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ตามมติกพช.
ขณะที่นายอธิภูมิ กำธรวรินทร์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง กล่าวว่า กลุ่มผู้ผลิตเซรามิกใน จ.ลำปาง ได้รับผลกระทบมากจากการปรับราคาแอลพีจี ซึ่งเป็นต้นทุนพลังงานที่สำคัญ โดยกลุ่มผู้ผลิตเซรามิกและสมาคมเครื่องปั้นดินเผาลำปางที่ได้รับผลกระทบ จะยื่นเรื่องต่อศาลปกครองจังหวัดเชียงใหม่ภายในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ เพื่อขอความคุ้มครองให้กระทรวงพลังงานชะลอการปรับราคาแอลพีจี โดยผู้ประกอบการระบุว่าจากการหารือกับนักกฎหมาย พบว่าการปรับขึ้นราคาแอลพีจีเป็นเรื่องนโยบาย ซึ่งรัฐบาลรักษาการไม่ควรดำเนินการ และผู้ประกอบการเห็นว่ารัฐบาลรักษาการควรปล่อยให้รัฐบาลใหม่เป็นผู้พิจารณา



