
รัฐมาเฟียอัฟกานิสถาน
ประวัติศาสตร์คราวสหรัฐหนีกระเจิงจากกรุงไซ่ง่อนได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง ทันทีที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา สั่งถอนทหารอเมริกัน 1 หมื่นคนออกจากอัฟกานิสถานภายในปีนี้ แม้สภาพจะดีกว่าสมัยหนีจากเวียดนามใต้อยู่มาก แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันก็คือการทิ้งปัญหาที่ถมทับเป็
จากรายงานหนา 46 หน้าของกลุ่มวิกฤติระหว่างประเทศ ซึ่งมีสำนักงานอยู่ที่เบลเยี่ยมระบุว่าแท้ที่จริงประเทศนี้กำลังแปรเปลี่ยนเป็น "รัฐมาเฟีย" ที่ไม่สามารถประกันความปลอดภัยของประชาชนได้ ส่งผลให้อัตราว่างงานสูงมาก ข้าราชการก็ทำงานแบบซังกะตายไปวันๆ กลุ่มติดอาวุธจึงกำเริบเสิบสานเพราะแทบไม่มีการตามล่าเพื่อนำตัวไปลงโทษ เหนืออื่นใดการทุจริตคอรัปชั่นและการร่วมมือกับตาลีบันอยู่ในระดับสูงจนน่าตกใจ
ทุกวันนี้ชาวบ้านแท้ๆ ไม่เพียงแต่ต้องจ่ายค่าคุ้มครองให้กลุ่มติดอาวุธตาลีบันเท่านั้น ยังต้องส่งส่วยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นๆ ขณะเดียวกัน ครอบครัวยากจนก็ไม่ให้เคยได้รับข้าวของบริจาคจากสหประชาชาติ ซึ่งปาฏิหาริย์ไปโผล่ในตลาดมืดที่ขายกันในราคางาม
"เกือบสิบปีหลังทหารอเมริกันบุกยึดครองประเทศนี้ ปัญหาต่างๆ ไม่เคยได้รับการแก้ไข ยิ่งกว่านั้น ความรุนแรงและความช่วยเหลือจากกลุ่มองค์กรระหว่างประเทศมูลค่านับพันๆ ล้านดอลลาร์กลับสร้างความร่ำรวยให้ข้าราชการบางคนและกลุ่มติดอาวุธบางกลุ่มที่แอบร่วมมือกันเล่นละครตบตาสหรัฐ"
"ที่สำคัญ เศรษฐกิจก็ตกไปอยู่ในมือของกลุ่มอาชญากรที่มีสายสัมพันธ์กับนักการเมืองและนักธุรกิจ"
นายโอบามาเองก็คงจะวาดภาพออกเลาๆ ว่าอัฟกานิสถานจะเป็นเช่นใดหลังสหรัฐถอนทหารแล้ว จึงได้เตือนว่า "ยุคมืดรออยู่ข้างหน้า"
ถึงไม่เตือน ชาวอัฟกันทั่วไปก็รู้กันดีว่าพวกชนเผ่ารวมทั้งกลุ่มติดอาวุธกลุ่มต่างๆ รวมไปถึงกลุ่มตาลีบันใต้การนำของมุลเลาะห์โอมาร์และข้าราชการระดับสูงได้ร่วมมือกันเป็น "สามประสาน" แบ่งปันความร่ำรวยกัน ส่วนชาวบ้านก็ได้แต่เศษเนื้อข้างเขียงเล็กๆ น้อยๆ พอประทังชีพ
ดังกรณีของนายอุสมานี อุสมานี ผู้ว่าราชการจังหวัดการาบัค ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงคาบุล ได้แอบร่วมมือกับกลุ่มติดอาวุธซึ่งจะช่วยโจมตีทหารให้พ้นจากพื้นที่ระหว่างที่มีการลักลอบขนแร่โครไมท์ให้ปากีสถานสถานและจีน จากนั้นก็เอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง สุดท้ายเมื่อเรื่องแดงโร่ นายอุสมานีก็แค่ถูกย้ายเท่านั้น
อย่างไรก็ดี เงินจากค่าคุ้มครองที่ได้รับยังนับว่าน้อยมากเมื่อ เทียบกับการค้าอาวุธและยาเสพติด ซึ่งทำให้กลุ่มติดอาวุธมีรายได้มหาศาลในแต่ละปีสำหรับเป็นทุนขยายความขัดแย้งให้ลุกลามออกไป



