
ผีตาโขน อ.ด่านซ้าย จ.เลย
ผีตาโขน งานประเพณีมีบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย จ.เลย ระหว่างวันที่ 1-3 กรกฎาคม 2554
คนสวมหน้ากากในพิธีกรรมอย่างผีตาโขน มีมาแต่ยุคดึกดำบรรพ์ในวัฒนธรรมนับถือผี ราว 2,500 ปี พบร่องรอยในภาพเขียนสีรูปคนแต่งกายคล้ายผีตาโขน ที่ผาแต้ม อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี
เมื่อพุทธศาสนามาถึง คนจึงเอาวัฒนธรรมนับถือผีไปผูกโยงกับเรื่องในชาดก กลายเป็นที่มาของผีตาโขน ว่าเมื่อคราวพระเวสสันดรและนางมัทรีเดินทางจากป่ากลับสู่เมือง บรรดาผีป่าจึงพากันแห่แหนปะปนกับฝูงชนตามมาส่ง
แล้วจัดขบวนแห่ผีบรรพชนผีบ้านผีเมืองรวมไว้ในงานบุญใหญ่ทั้งบุญพุทธพระเวสสันดรและผีฟ้าพญาแถนในบุญบั้งไฟ ทั้งหมดมีขึ้นเพื่อความสมบูรณ์พูนสุขของคนและพืชพันธุ์ธัญญาหาร
ผีตาโขน เป็นการละเล่นร่วมพิธีกรรมในงานบุญประเพณีใหญ่ ที่เรียก “บุญหลวง” หรือ “บุญใหญ่” โดยรวมเอา “บุญเผวส” เดือนสี่และ “บุญบั้งไฟ” เดือนหก รวมเข้าเป็นบุญเดียวกัน แล้วเลื่อนมาทำในเดือนเจ็ดหรือเดือนแปด ที่ อ.ด่านซ้าย จ.เลย
ผู้เล่นผีตาโขน สวมหน้ากากทำจากหวดนึ่งข้าวเหนียว มีโคนก้านมะพร้าว ไม้เนื้ออ่อน และปลีมะพร้าวแห้ง เป็นหน้า จมูก และเขา ทาสีให้มีหน้าตาน่ากลัว ร่างกายนำเศษผ้ามาตัดเย็บคลุมร่าง มี "หมากกะแหล่ง" หรือกระดิ่ง ผูกไว้ที่เอว เพื่อให้เกิดเสียงดังเวลาเคลื่อนไหว มีดาบหรือง้าวทำจากไม้เนื้ออ่อนถือกวัดแกว่ง อีกทั้งในขบวนแห่ยังมีของเล่นเกี่ยวกับเรื่องเพศ เช่น แท่งไม้แกะรูปอวัยวะเพศชาย หรือหุ่นไม้ชักทำท่าชายหญิงร่วมเพศ ผีตาโขนลักษณะนี้เรียก “ผีตาโขนเล็ก”
ผีตาโขนอีกชนิด เรียก “ผีตาโขนใหญ่” เป็นหุ่นรูปผีทำจากไม้ไผ่สาน ขนาดสูงใหญ่กว่าคนธรรมดา คนเล่นต้องเข้าไปอยู่ในตัวหุ่น แต่ละปีจะทำผีตาโขนใหญ่เพียง 2 ตัว คือชาย 1 ตัว หญิง 1 ตัว มีเครื่องเพศบอกชัดเจนที่ตัวหุ่น ผู้มีหน้าที่ทำผีตาโขนใหญ่ถูกกำหนดเฉพาะ ต้องได้รับอนุญาตจากผีหรือเจ้าก่อน และจะทำทุกปีหรือทำติดต่อกันอย่างน้อย 3 ปี
ประเพณีการเล่นผีตาโขน เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์บูชาบรรพชน ที่เชื่อมโยงกับพลังอำนาจบันดาลให้เกิดสิ่งดี พร้อมสัญลักษณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับ “เพศ” คือความอุดมสมบูรณ์ ยั่วยุให้ผีฟ้าส่งฝนตกลงมาเพื่อความอุดมสมบูรณ์ในการเพาะปลูก
"เรือนอินทร์ หน้าพระลาน"



