
พท.เป็นรบ.'ปฏิวัติ'ประยุทธ์ลั่นข่าวลือ
"ประยุทธ์"ลั่นแค่ข่าวลือทหารปฏิวัติหากพท.เป็นรบ. ยันทหารปชต.ทำหน้าที่ตัวเองไม่เข้าข้างใคร ระบุใครเป็นรบ.ก็บริหารไป ชี้ทหารไม่มีสิทธิ์ต่อรองการเมือง ฮึ่มประเทศชาติต่อรองไม่ได้
ที่ท่ากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 30 มิ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางกลับจากประเทศเกาหลีใต้ถึงกระแสข่าวการปฏิวัติ หากพรรคเพื่อไทยได้จัดตั้งรัฐบาล ว่า เป็นเพียงข่าวลือ ข่าวลือก็คือข่าวลือ ไม่มีหรอก ตนเรียนไปหลาย ๆ ครั้งแล้ว กองทัพบกมีงานหลายประการ เช่นการช่วยเหลือน้ำท่วมภาคเหนือ ส่วนที่มีการพยายามนำกองทัพไปโยงเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งนั้น เป็นความเข้าใจเก่า ๆ เข้าใจผิดในเรื่องใดหรือไม่ และทำให้เกิดประโยชน์อะไรหรือไม่ เราทำหน้าที่ของเรา และพยายามที่จะนำพาประเทศชาติผ่านพ้นในช่วงเวลาที่สูญเสียโอกาสมานานพอสมควรไปให้ได้ ด้วยการดำเนินการทางประชาธิปไตยที่เราต้องการ ช่วงนี้เป็นช่วงสุดท้ายที่จะมีการเลือกตั้งไม่ต้องฝากอะไร ทุกคนมุ่งหวังนำพาประเทศผ่านพ้นไปด้วยดี อย่านำพาทหารเข้าไปเกี่ยวข้องในช่วงนี้เพราะเป็นช่วงการเลือกตั้ง ช่วงนี้เป็นช่วงการคัดสรรฝ่ายบริหารขึ้นมาดำเนินการเราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด
เมื่อถามว่า หากพรรคเพื่อไทยขึ้นมาเป็นรัฐบาลทหารจะปฏิวัติหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทหารอยู่ในส่วนของทหาร ทหารจะทำหน้าที่ของทหารใครจะเป็นรัฐบาลก็เป็นไป ส่วนที่หลายคนเป็นห่วงว่าหากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลจะเข้ามาแตะต้องกองทัพนั้น ถามว่าเขามีอำนาจหรือเปล่า ถ้ามีอำนาจก็ทำไป ตนไม่ได้มุ่งหวังจะต้องรักษาตัวเอง แต่สิ่งที่ตนทำมาทั้งหมดทำด้วยจิตใจ และทำด้วยความรักชาติ รักแผ่นดิน ไม่ว่าจะเกิดอะไรตนก็ยอมรับทุกอย่างไม่มีปัญหา ประเด็นสำคัญคือกองทัพจะต้องอยู่ได้ ให้กองทัพเป็นสถาบันของประชาชน เหมือนสมัยโบราณที่ทหารเป็นผู้แก้ปัญหามาโดยตลอด
แต่หลัง ๆ เราถูกนำเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมืองมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งตนในฐานะผู้นำกองทัพไม่ได้อยากนำกองทัพเข้าไปเกี่ยวข้อง เช่นเดียวกับผู้นำกองทัพอื่น ๆ แต่ประชาชนของเรายังรวมกันไม่ได้ และแบ่งฝักแบ่งฝ่าย และอยากให้ทหารไปอยู่ด้วยข้างใดข้างหนึ่งซึ่งมันไม่ได้ ทหารจะอยู่ข้างใดข้างหนึ่งไม่ได้ ทหารขอยืนหยัดตรงกลางไม่ใช่ความเป็นกลางทางการเมือง แต่เป็นกลางของทหารคือเดินไปในเส้นทางที่เป็นหน้าที่ เป็นความรับผิดชอบตามกฎหมาย และทำหน้าที่เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และ ประชาชน ส่วนกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชา 4 - 5 คน ที่เข้าไปเกี่ยวข้องทางการเมืองนั้น ยืนยันว่าถูกลงโทษตามกฎหมาย เพราะตนไม่ได้สั่งการลงไป ขณะนี้ตำรวจกำลังสอบสวนอยู่ ขอให้เป็นเรื่องบุคคล
เมื่อถามถึงจุดยืนของกองทัพหากพรรคเพื่อไทยไม่ได้เป็นรัฐบาล และเสื้อแดงออกมาสร้างความวุ่นวายจะทำอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ใครเป็นผู้รับผิดชอบในการสั่งการก็รับผิดชอบไป ขอให้เป็นเรื่องของวันข้างหน้า ขอให้ใจเย็น ๆ ไม่น่ามีอะไร อยู่ที่พวกสื่อจะทำอย่างไรให้ประชาชนสบายใจ ว่าทหารอยู่ในส่วนของทหาร ฝ่ายการเมืองและฝ่ายบริหารก็ดำเนินการไป หากเกิดเรื่องราวขึ้นมาก็จะต้องมีคนรับผิดชอบ และสั่งการ ที่ผ่านมามีบทเรียนอยู่แล้ว ทหารเป็นองค์กรใหญ่การขับเคลื่อนไปไหนก็ตามก็มีปัญหามาโดยตลอด เพราะว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ว่าปีไหนก็แล้วแต่เป็นสถานการณ์คนละแบบ และความกดดันเป็นกันคนละอย่าง แต่ขอเรียนว่าทหารทุกคนมุ่งมั่นทำให้บ้านเมืองปลอดภัย และทำให้สถาบันหลักอยู่อย่างมั่นคง ขอให้ประชาชนมีความรักความสามัคคี
เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยพยายามเข้ามาเจรจากับทางกองทัพทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ ผบ.ทบ. นั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่จำเป็น พอถึงเวลาใครเป็นรัฐบาลก็สั่งทหารได้อยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับใครเป็นรัฐบาล ก็ตั้งฝ่ายบริหาร รมว.กลาโหม ขึ้นมาสั่งการตามสายการบังคับบัญชา เพราะทหารมีสายการบังคับบัญชาที่ชัดเจนไม่ต้องกลัว ทั้งนี้ตนเคยพูดไปแล้วว่าประเทศชาติไม่ใช่เรื่องที่ 2 ฝ่าย ต้องมาต่อรอง และตนคิดว่ากองทัพไม่มีสิทธิ์จะต่อรองอะไร เพราะกองทัพเป็นหน่วยงานสถาบันที่จะต้องทำหน้าที่ตามกรอบกฎหมายที่กำหนด ที่ผ่านมาเราแก้ไขปัญหาบ้านเมืองไม่ได้ก็มาพึ่งทหารให้ทหารช่วยแก้ปัญหาซึ่งไม่ถูกต้อง วันนี้จะต้องก้าวไปข้างหน้าด้วยวิถีทางของประชาธิปไตย และยั่งยืนอย่ามาทำให้เกิดความวุ่นวาย และอย่าทำให้ทหารต้องเป็นจำเลยของสังคม ไม่อยากให้การเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับกองทัพขอให้ทำงานของท่านไป ทำภารกิจของท่านไปให้ประสบความสำเร็จ ใครจะเลือกตั้งได้หรือไม่ก็แล้วแต่ ทหารขอเป็นทหารของชาติ และประชาชน
วันนี้โลกก้าวไกล ครั้งที่ผมเคยไปเยี่ยมประเทศเกาหลีใต้ เมื่อก่อนเขากับประเทศไทยพอ ๆ กัน แต่ 30 ปี ผ่านไป เขาก้าวล้ำไป 50 ปี ผมไม่ได้ดูถูกคนไทย แต่เรายังรวมกันไม่ค่อยจะได้ เราน่าจะมองผลประโยชน์ระยะยาวของประเทศชาติอยู่ที่ไหนอย่างไรเป็นหลักดีกว่า ถ้ายังทำอยู่แบบนี้ประเทศไทยก็ยังถอยหลังอยู่กับทีต้องช่วยกัน ผมอยากให้มีการพัฒนา เพราะประเทศเขากับประเทศเรามีวัฒนธรรมใกล้เคียงกัน แต่เขามีความสามัคคีมากกว่า ทำให้คนไม่แตกแยกกันตั้งแต่เด็กจนโต มีการฝึกความเข้มแข็ง และอดทน คิดว่า น่าจะใช้วันเวลาที่เราเหลืออยู่ก่อนเลือกตั้ง และหลังเลือกตั้งทำให้บ้านเมืองปลอดภัยไม่ต้องมีสีอะไรได้แล้วเลิกกันเถอะ และมาว่ากันด้วยกฎกติกา กฎหมาย อย่าทำให้บ้านเมืองเสียหายผมขอร้องเท่านั้น และให้สถาบันอยู่เหนือความขัดแย้ง อย่านำท่านลงมา ไม่อยากให้ทุกคนไปแตะต้องท่านสถาบันเท่านั้น
"ผมขอเท่านี้ แต่ไม่เคยขอได้เลย มันเป็นความกดดัน เพราะผมเป็นเจ้าหน้าที่ ตำรวจ กระทรวง ทบวง กรม ก็เป็นเจ้าหน้าที่เขาก็จะต้องดำเนินการ แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระเมตตา รับสั่งไม่อยากให้ลงโทษ แต่ก็เกิดขึ้นมาเรื่อยๆไม่รู้จะทำอย่างไร ดังนั้นทุกคนต้องช่วยกันให้สถาบันอยู่เหนือความขัดแย้ง ท่านจะต่อสู้ก็ต่อสู้ทางการเมืองไป และหันกลับมาดูแลเรื่องกฎหมาย ถ้าไม่ใช้กฎหมายท่านอยู่ไม่ได้แน่นอน หลังวันที่ 3 ก.ค.ก็อยู่ไม่ได้ ทหารก็จะถอยหลังออกมาดูว่าท่านจะต้องแก้ไขปัญหาของท่านให้ได้ ที่ผ่านมามักเรียกทหารไปช่วยตลอด แต่ก็ไม่เรียบร้อย ดังนั้นท่านจะต้องแก้ไขกันให้ดี เรายืนหยัดในเรื่องการเมืองคือเป็นทหารประชาธิปไตย” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
"ปู"ชี้"วัฒนา"พา"ประวิตร"บินพบ"ทักษิณ"ข่าวลือ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่หนึ่งขอพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงถึงกรณีกระแสข่าวนายวัฒนา เมืองสุข ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย พา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม บินไปดูไบ เพื่อพบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า เป็นแค่ข่าวลือซึ่งตนก็ยังไม่ทราบรายละเอียด แต่ขอยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง เพราะพรรคเพื่อไทยมีจุดยืนชัดเจนมุ่งหน้าการปรองดองและแสดงวิสัยทัศน์ปี 2020



