ข่าว

สุวัจน์แนะรัฐบาลใหม่แก้ปัญหาขัดแย้ง

สุวัจน์แนะรัฐบาลใหม่แก้ปัญหาขัดแย้ง

30 มิ.ย. 2554

“สุวัจน์” แนะรัฐบาลใหม่ต้องแก้ปัญหาความขัดแย้ง-ปัญหาเศรษฐกิจ พร้อมต้องเรียกความมั่นใจต่างชาติคืนมาปัด“ทักษิณ” จีบร่วมรบ.

      ที่สยามพารากอนเมื่อเวลา 12.10 น. วันที่ 30 มิ.ย.นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ให้สัมภาษณ์ก่อนการแถลงข่าวการจัดแข่งขันโบว์ลิ่ง ต่อกรณีการหาเสียงเลือกตั้งโค้งสุดท้ายว่า ขณะนี้ทุกฝ่ายได้ช่วยประคองมาถึงสถานการณ์ที่ต้องมีการเลือกตั้ง ถือเป็นเรื่องที่ดี

     จากนี้อยากให้ทุกฝ่ายเห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นทางออกของประเทศ โค้งสุดท้ายนี้อยากเรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนักการเมือง พรรคการเมืองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโอกาสที่ทำให้เราพิสูจน์กลไกลของประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ซึ่งทุกฝ่ายต้องเสียสละด้วยความจริงใจ เพื่อให้การเลือกตั้งนำไปสู่ความเรียบร้อยของประเทศด้วย เพราะหลังการเลือกตั้งเราต้องยอมรับผลการเลือกตั้ง และทำงานร่วมกันไม่ว่าใครจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลก็ตาม พรรคเล็กต้องเสียสละให้กับพรรคใหญ่ การต่อรองตำแหน่งควรลดน้อยลง เพื่อให้ทุกฝ่ายเสียสละให้การจัดตั้งรัฐบาลเป็นที่ยอมรับ จึงจะสามารถแก้ไขปัญหาประเทศได้ 

      ผู้สื่อข่าวถามว่า ห่วงหรือไม่ที่ต่างประเทศออกมาระบุว่าหลังการเลือกตั้งสถานการณ์จะไม่สงบ นายสุวัจน์ กล่าวว่า ตนเคยพูดหลายครั้งว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ ต่างขาติก็จับตาดูประเทศไทยอยู่ ดังนั้นครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่เราต้องไม่ปล่อยให้หลุดมือไป พรรคการเมืองทุกฝ่ายต้องพิสูจน์ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ได้รับการยอมรับ ตนคิดว่าภารกิจที่สำคัญของรัฐบาลชุดใหม่มีด้วยกัน 2 เรื่อง คือ 1. การยุติปัญหาความแตกแยกในประเทศ โดยที่ทุกฝ่ายต้องแสดงความจริงใจ การเสียสละ อะไรที่เป็นเงื่อนไขที่ทำให้เกิดการผิดใจกันก็ควรหลีกเลี่ยง อะไรที่ทำให้สังคมไม่สบายใจ เช่น การแก้แค้นหรือการเผชิญหน้ากัน เมื่อเลือกตั้งเสร็จก็ต้องลืมกันไป เพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าไปอย่างสงบสุข 2. เศรษฐกิจ 

      เมื่อถามว่าสื่อต่างประเทศมองว่าหากได้รัฐบาลเพื่อไทยจะมีการปฏิวัติเกิดขึ้น นายสุวัจน์ กล่าวว่า เป็นการวิเคราะห์เท่านั้น เพราะทุกคนมีสิทธิที่จะวิเคราะห์ ส่วนตันแล้วเชื่อว่าวันนี้ถ้าเราสามารถจัดการเลือกตั้งให้เรียบร้อย และทุกคนยอมรับผลการเลือกตั้ง ก็สามารถเดินไปตามแนวทางประชาธิปไตย อีกทั้งผู้ใหญ่ในกองทัพก็ออกมาระบุอย่างชัดเจนว่ากองทัพไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ถือว่าเป็นท่าทีที่น่าสบายใจได้ 

     ล่าสุดสภาคองเกรซของประเทศสหรัฐอเมริกาส่งหนังสือถึงรัฐบาลไทยเพื่อขอเข้ามาสังเกตการณ์เลือกตั้ง คิดว่าเป็นการส่งสัญญาอะไรหรือไม่ นายสุวัจน์ กล่าว เป็นเรื่องปกติ ถือเป็นสัญญาณที่ดี เขาอยากให้ปัญหาในบ้าเมืองของเราจบ เป็นสัญญาณของความเป็นห่วงในทางที่ดี ดังนั้นเมื่อต่างชาติเขาจับตาดู เราต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เพื่อเรียกความมั่นใจกลับคืนสู่ประเทศ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่จะต้องช่วยกัน 

      สำหรับสถานการณ์ชายแดนจะเป็นปัญหาที่ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้สะดุด และทำให้ไม่มีการเลือกตั้งหรือไม่ นายสุวัจน์ กล่าวว่า คงไม่เป็นเช่นนั้น แต่อาจจะเกิดความไม่สะดวก เชื่อว่าทุกฝ่ายได้ดูแลสถานการณ์ชายแดนอยู่แล้ว สถานการณ์ที่เกิดกับชายแดนและประเทศเพื่อนบ้านเราต้องดูแลจัดการให้เรียบร้อย ช่วง 4 - 5 ปีที่ผ่านมาเราสูญเสียความเชื่อมั่นจากต่างชาติ ต้องยอมรับว่าภาพสยามเมืองยิ้ม หรือ แลนด์ออฟสไมล์นั้นจางหายไป ดังนั้นเราจึงต้องเร่งฟื้นฟูเรียกความเชื่อมั่นจากนานาชาติที่มีต่อรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้ง มีความเชื่อมั่นต่อระบอบประชาธิปไตยของประเทศให้ได้ 

      เมื่อถามว่าระบุได้หรือไม่ว่าพรรคใดจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ นายสุวัจน์ กล่าวว่า ตามที่โพลระบุ หากผลโพลแม่นก็ตามนั้นเลย การเมืองเมื่อมีสองขั้วแล้วคงต้องเป็นการเมืองของ 2 พรรคใหญ่ ใครจะชนะใครจะแพ้ต้องขึ้นอยู่ที่ผลการเลือกตั้ง และคงได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ส่วนพรรคขนาดกลางอีก 3 พรรค คงเป็นพรรคที่เสริมสร้างเสถียรภาพในการจัดตั้งรัฐบาลมากกว่า ส่วนพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินจะมีโอกาสเป็นตาอยู่หรือไม่นั้น ยังมองไม่เห็น เพราะตัวเลขยังห่างมาก ยิ่งใกล้วันเลือกตั้งกระแสพรรคใหญ่ การเมืองเชิงนโยบายสูง ตอนนี้พรรคเล็กรอแค่ระฆังหมดยกเท่านั้น ตนเห็นใจพรรคเล็กที่วันนี้เหนื่อย ลำบากมาก แต่ถึงอย่างไรพรรคเล็กก็คงต้องมีส่วนช่วยรัฐบาล อย่างเพิ่งหมดกำลังใจ 

      มองว่าหาก 2 พรรคใหญ่ชนะผู้นำรัฐบาลจะเป็นคนจาก 2 พรรคใหญ่หรือไม่ นายสุวัจน์ กล่าวว่า โดยหลักแล้วคงต้องมาจากพรรคอันดับหนึ่ง อยู่แล้ว แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับกลไกพรรคอันดับหนึ่ง และกระแสการเมืองขณะนั้นด้วย ส่วนตัวคิดว่าการจัดตั้งรัฐบาลต้องให้เกียรติพรรคอันดับหนึ่งก่อน ยกเว้นว่าเลยเวลาไปซัก 1-2 อาทิตย์แล้วพรรคอันดับหนึ่งยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ การจะปล่อยให้บ้านเมืองเป็นสูญญากาศก็เป็นไปไม่ได้ พรรคอันดับสองสามารถทำได้ ไล่ลำดับลงไป บ้านเมืองจะได้เรียบร้อย ซึ่งเท่าที่ดูผู้ใหญ่ในแต่ละพรรคแล้วก็ให้การยอมรับในการให้พรรคอันดับหนึ่งจัดตั้งรัฐบาลก่อน เรื่องนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดี

      การที่พรรคภูมิใจไทยประกาศจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์ตั้งรัฐบาลแข่งกับเพื่อไทยมีผลอะไรหรือไม่ นายสุวัจน์ กล่าวว่า ใครจะจับมือกับใครก็เป็นสิทธิของเขาอยู่แล้ว เพียงแต่ว่ากระบวนการในการเริ่มต้นจัดตั้งรัฐบาล เราต้องให้เกียรติพรรคที่หนึ่งก่อน ส่วนใครจะจับมือกับใครก็ต้องแข่งกัน แต่ควรให้โอกาสพรรคอันดับหนึ่งเสียก่อน 

      คิดอย่างไรกับข้อเสนอ 10 ข้อ ของนายแพทย์ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส นายสุวัจน์ กล่าวว่า คิดว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะเน้นในเรื่องการเสียสละ พิถีพิถัน การที่ไม่ต่อรองและหาคนที่ดีมาบริหารประเทศ รวมทั้งแนวทางในเรื่องการปรองดอง การทำความเข้าใจที่จะยึดถือตามแบบคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมา หรือจะจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาใหม่ก็ได้ คิดว่าเป็นข้อคิดเห็นที่มีประโยชน์ต่อนักการเมืองและพรรคการเมืองที่ควรจะนำไปปฏิบัติ เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับความจริงใจของทุกฝ่ายพร้อมทั้งให้ความร่วมมือที่จะให้ประเทศเดินหน้าต่อไป ส่วนแนวทางการปรองดองนั้นต้องเริ่มต้นจากการสร้างบรรยากาศที่ดีของการร่วมมือกัน การทำงานร่วมกันในสภาฯ การถ้อยทีถ้อยอาศัย มีการพูดคุยเจรจากันภายใต้กรอบของกฎหมาย ทุกคนรู้ปัญหาอยู่ ดังนั้นเราต้องคุยกัน ส่วนจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาใหม่หรือไม่นั้นก็แล้วแต่ การที่จะหาคนที่เป็นตัวกลางเพื่อที่จะให้ทั้งสองฝ่ายหันหน้าคุยกันได้นั้นตนคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว 

      เมื่อถามว่าการที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พยายามต่อสายถึงพรรคเล็กในการจัดตั้งรัฐบาล นายสุวัจน์ กล่าวว่า ไม่ทราบ เรื่องนี้ไม่ทราบ ตนคุยได้กับทุกฝ่าย แต่เรื่องนี้ยืนยันว่ายังไม่ได้คุยกับใคร ปกติการจัดตั้งรัฐบาลแล้วคงต้องเป็นช่วงเย็นของวันเลือกตั้ง เพราะพอจะรู้ตัวเลขบ้างแล้ว การเมืองเมื่อเริ่มรู้ตัวเลขแล้วก็จะรู้ว่าใครอยู่กับใคร อยู่ขั้วไหน ดังนั้นหากไปคุยตอนนี้ก็ยังไม่มีผลอะไรอยู่ดี 

      มีกระแสว่ารัฐบาลชุดใหม่จะมีอายุไม่นาน นายสุวัจน์ กล่าวว่า จะอยู่นานหรือไม่คงขึ้นอยู่กับตัวรัฐบาล ถ้าจัดตั้งรัฐบาลที่ 300 ขึ้นไป ตนคิดว่ารัฐบาลมีเสาเข็มที่ดีแล้ว ต่อไปคงต้องดูว่ารัฐบาลจะทำอะไรให้ประเทศบ้าง หากรัฐบาลมีจุดอ่อนหรือทำอะไรที่สร้างเงื่อนไขทำให้ประเทศขัดแย้งมากขึ้น รัฐบาลก็จะอายุสั้น แต่ถ้าทำอะไรในสิ่งที่ประชาชนอยากเห็นและทำได้สำเร็จนั้นรัฐบาลก็อยู่ได้ และสิ่งที่สำคัญที่สุดขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้หรือไม่ 

      “ ผมคิดว่าการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ต้องเป็นการตั้งที่พิถีพิถันค่อนข้ามาก เพราะทั้งโลกจับตาดูอยู่ ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ปัญหาเศรษฐกิจ จะต้องเป็นการจัดรัฐบาลที่มืออาชีพ ทั้งในเรื่องการจัดกระทรวงที่เหมาะสม การสร้างดุลอำนาจระหว่างพรรคใหญ่และพรรคเล็ก เพื่อให้รัฐบาลเดินหน้าไปได้ การที่ต้องเสียสละมากกว่าโควตาทางการเมือง เสียสละให้คนดีๆมีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงานแล้วทุกคนให้การยอมรับ รวมทั้งนโยบาย เชื่อว่าหากเป็นเช่นนี้เราก็ไปรอดได้ แต่วันนี้ทุกคนยังยึดติดกับประเพณีเก่าๆ ไม่เสียสละ มันก็จะลำบาก บรรยากาศที่ผ่านมามีแต่การเผชิญหน้า มีแต่เกมการเมืองในสภาเท่านั้น”นายสุวัจน์ กล่าว 

      มองว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครบัญชีรายชื่อลำดับ 1 พรรคเพื่อไทย เหมาะสมหรือไม่ในการเป็นผู้นำรัฐบาล นายสุวัจน์ กล่าวว่า ทุกคนเปิดตัวต่อประชาชนหมดแล้ว ว่าผู้นำแต่ละพรรคเป็นใคร ดังนั้นหากใครมาเป็นอันดับหนึ่งก็ถือว่าพี่น้องประชาชนยอมรับแล้ว ใครชนะใครเป็นนายกก็ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของการแก้ปัญหาของประเทศ 

     เมื่อถามว่าหากผู้ตัดสิทธิ์ทางการเมืองในบ้าน 111 ถูกปลดล็อคแล้ว ทำให้การเมืองในอนาคตเปลี่ยนแปลงหรือไม่ นายสุวัจน์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะวันนี้การเมืองขาดตัวละครอีกมาก ขาดบุคลากรและถูกจำกัด ความหลากหลายน้อย พรรคการเมืองก็น้อย ดังนั้นเมื่อบ้านเลขที่ 111 มีอิสรภาพแล้ว บุคคลเหล่านั้นมีประสบการณ์มาก มีความรู้และสามารถขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศได้ ในยามที่บ้านเมืองมีวิกฤต คนที่มีประสบการณ์รอบรอบรู้ มีความเป็นผู้ใหญ่ เมื่อถึงเดือนพฤษภา 2555 คิดว่าเป็นข่าวดี ที่การเมืองจะเป็นตัวเลือกที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ ช่วงนั้นก็คงจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ดีขึ้น 

     เมื่อถามว่าหลังการเลือกตั้งจะเดินทางไปบรูไนหรือไม่ นายสุวัจน์ กล่าวว่า ช่วงระยะเวลานั้นตนคงอยู่ที่เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ เพื่อดูการแข่งขันเทนนิส แต่อย่างไรก็ตามตนยังมีโทรศัพท์มือถือที่สามารถติดต่อได้ตลอดเวลาอยู่แล้วหากมีสัญญาณ