ข่าว

มาร์คเมินเป็นเพื่อนฮุนเซนแลกเสียอธิปไตย

มาร์คเมินเป็นเพื่อนฮุนเซนแลกเสียอธิปไตย

30 มิ.ย. 2554

"นายกฯอภิสิทธิ์"เมินเป็นเพื่อน"ฮุนเซน"แลกเสียอธิปไตย ย้ำ"พปช."ต้นเหตุปัญหาชายแดนเขมร โต้ยิ่งลักษณ์หาว่าสนามค้าเป็นสนามรบ แจงตัวเลขค้าชายแดนดีขึ้นช่วงปชป.เป็นรัฐบาล

      (30มิ.ย.) ที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินบางซื่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย ได้ปราศรัยว่ารัฐบาลประชาธิปัตย์ทำให้สถานการณ์สนามการค้าบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นสนามรบ ว่า ข้อเท็จจริงไม่ใช่อย่างนั้น ความจริงถ้าดูตัวเลขการค้าชายแดนเพิ่มขึ้นในช่วงรัฐบาลประชาธิปัตย์ เพราะได้แยกเรื่องปัญหาที่เกิดขึ้นโดยทั่วไป กับปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะจุด ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ตรงนั้นก็ชัดอยู่แล้วว่าพรรคพลังประชาชนต่อเนื่องมาถึงพรรคเพื่อไทย ได้สร้างปมปัญหาเอาไว้ ถ้าใครติดตามข่าวสารก็จะรู้

      เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยบอกว่าหากได้เป็นรัฐบาลจะสามารถทำให้สนามการค้ากลับมาและคืนความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน  นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การค้าขณะนี้อย่างที่บอกว่ามีบางจุดที่เป็นปัญหาอยู่ สิ่งสำคัญคือต้องรักษาอธิปไตยและเราก็พยายามทำไม่ให้กระทบกระเทือน กับภาคส่วนอื่นๆ ซึ่งตรงนี้ก็เป็นที่ทราบกันดีอยู่เวลาที่กัมพูชาพูดถึงเรื่องนี้ ก็จะยืนยันว่าความสัมพันธ์ด้านอื่นไม่ได้กระทบอะไร 

      เมื่อถามว่าวันนี้กลายเป็นว่ากัมพูชาถูกโยงเข้ามากับการเมืองในประเทศ เป็นไปโดยธรรมชาติหรือความจงใจ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ ผมว่ามันเป็นข้อเท็จจริงอยู่แล้วว่ากัมพูชาก็พยายามจับตาดูการเมืองไทย ” และว่า ตนคิดว่าถ้าได้มีรัฐบาลต่อเนื่องการเจรจาต่อรองของเราน่าจะง่ายขึ้นมาก เพราะกัมพูชาอยากจะได้รัฐบาลซึ่งยอมเขามากกว่า ซึ่งตนยืนยันว่าที่ตนไม่ยอมเพราะเป็นผลประโยชน์ของชาติ เป็นเรื่องอธิปไตย 

      เมื่อถามว่าความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้นำแลกได้กับอธิปไตยของชาติได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ประชาชนต้องเลือก ถ้าบอกว่าอยากเป็นมิตรกับสมเด็จฯฮุนเซน แล้วยอมเสียดินแดนตามที่เขาขอมาก็สามารถสนับสนุนพรรคเพื่อไทยได้ แต่ถ้าเลือกพรรคประชาธิปัตย์เราก็ยืนยันในการปกป้องผลประโยชน์ของเรา 

      เมื่อถามว่ากัมพูชาพยายามโหมกระแสว่าไทยจะทำสงครามอยู่ตลอด นายกฯ กล่าวว่า ไม่มีหรอกครับ ๆ ที่ผ่านมาก็ยืนยันว่ากองทัพเราไม่เคยไปรุกรานใคร แต่ถ้าหากว่ามีใครรุกรานก็จำเป็นต้องปฏิบัติหน้าที่และตอบโต้อย่างเต็มที่ 

       เมื่อถามว่าแต่ทุกครั้งที่พอจุดกระแสแบบนั้นขึ้นมามักจะเกิดการปะทะตามหลังมา นายกฯ กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม และกองทัพก็ได้ติดตามเฝ้าระวังใกล้ชิด เพราะเขาทราบสถานการณ์ดี

ประยุทธ์ลั่นไทยเป็นสุภาพบุรุษไม่คิดรุก"เขมร"ก่อน

        พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางกลับจากประเทศเกาหลีใต้ถึงกรณีที่สมเด็จ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระบุว่าประเทศไทยเตรียมที่จะโจมตีในวันที่ 1 ก.ค.นี้ ว่า ไม่มีอะไร อย่าไปลือกัน จำได้หรือไม่ว่าที่ตนเคยพูดว่าวิธีการแก้ไขปัญหาชายแดนมีอย่างเดียวคือการพูดคุยกันเจรจา หากอีกฝ่ายหนึ่งไม่อยากคุยก็วันหน้าอาจจะคุยได้ เรายืนหยัดอยู่อย่างเดียวตนไม่เคยบอกว่าตนอยากรบ อยากเอาชนะ อาจจะยึดดินแดนใคร ทูตต่าง ๆ ที่เข้าพบ ตนบอกว่าประเทศไทยใช้ความเป็นสุภาพบุรุษคือไม่ไปรุกราน หรืออยากได้ดินแดนของใคร เราเพียงแต่รักษาเส้นเขตแดนที่เรารักษาเอาไว้มาตั้งแต่อดีตกาลตามแผนที่อัตราส่วนที่เรายึดถือไว้ ใครจะพูดอะไรอย่าไปตกใจเราทำหน้าที่ของเรา 

        "เราไม่ใช่นักเลง ใครจะว่าเราเป็นนักเลงไม่ใช่ ตนไปพูดกับประเทศเกาหลีใต้ว่าเราเป็นสุภาพบุรุษเสมอไม่เคยไปรุกรานใคร และพยายามทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง หรือเรื่องใด ๆ ก็แล้วแต่ การตอบโต้ไปมาไม่เกิดประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย สิ่งที่เราควรทำคือหาช่องทางจะทำอย่างไรให้พูดคุยกันให้ได้ให้รู้เรื่อง และเตรียมกำลังให้เข้มแข็งเพื่อรักษาอธิปไตย โดยไมได้สั่งการว่าจะไปรุกรานใคร ไปตีใคร และทำร้ายใครเพราะไม่ได้เกิดประโยชน์ ที่ผ่านมาบาดเจ็บล้มตาย ใครได้ประโยชน์ตนยังไม่รู้เลย แต่ที่ได้คือศักดิ์ศรีของเราเท่านั้นเอง" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวและว่า 

        ส่วนที่ สมเด็จ ฮุน เซน ระบุว่าไทยจะโจมตีกัมพูชานั้น เป็นเรื่องของท่าน ท่านก็พูดของท่านไป อยากจะพูดอะไรก็พูด ตนบังคับท่านได้หรือไม่ ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี หากท่านจะดำเนินการนโยบายต่างประเทศของท่านแบบนี้ก็เป็นเรื่องของท่าน เราไม่มีสิทธิ์ไปวิจารณ์เป็นเรื่องของเขา เชื่อว่าสักวันจะต้องมีการคุยกัน ไม่คุยกันไม่ได้เพราะเป็นประเทศที่อยู่ติดกันไม่ต้องกลัว ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าประเทศกัมพูชาเตรียมป่วนประเทศไทยหากพรรคเพื่อไทยไม่ได้เป็นรัฐบาลนั้น เราพร้อมทุกอย่าง เราเป็นสุภาพบุรุษในการทำหน้าที่ทางทหารให้ดีที่สุดไม่ต้องกังวลทุกเรื่อง ถ้าทำไม่ดีแล้วค่อยมาช่วยกันทีหลังก็แล้วกัน ถ้าไม่พร้อมก็จะต้องมาช่วยกันเพื่อเสริมความเป็นปึกแผ่น และทำให้บ้านเมืองก้าวไปข้างหน้า ปกป้องสถบัน ดูแลประชาชน