
ยกกม.ตีกันการเมืองมือเติบคลังมั่นใจนโยบายหาเสียงไม่กระทบฐานะการคลัง
คลังมั่นใจนโยบายหาเสียงไม่กระเทือนฐานะการคลัง เหตุมีกฎหมายหนี้สาธารณะควบคุม สกัดการเมืองมือเติบหว่านงบ คาดเศรษฐกิจปี 2554 จะขยายตัวที่ 4.5% ภาคเอกชนชี้เงินเฟ้อยังเป็นปัจจัยเสี่ยงครึ่งปีหลัง แนะรัฐบาลใหม่เร่งสร้างเสถียรภาพ พร้อมยึดเศรษฐกิจพอเพียงในการบริห
นายนริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า แม้พรรคการเมืองจะชูนโยบายหาเสียงที่ต้องใช้งบประมาณมหาศาล แต่ไม่น่าเป็นห่วงในเรื่องวินัยการคลัง เนื่องจากในทางปฏิบัติจะกฎหมายหนี้สาธารณะควบคุมกำหนดเพดานการขาดดุลงบประมาณไว้ที่ 20% ของกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่าย รวมกับ 80% ของวงเงินชำระคืนเงินกู้และกรอบความยั่งยืนทางการคลังคอยกำกับอยู่ ซึ่งเชื่อว่าทุกพรรคที่เข้ามาต้องสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานอยู่แล้ว แต่ขั้นตอนการเบิกจ่ายต้องใช้เวลานานหลายปี
นายบุญชัย จรัสแสงสมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สศค. กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2554 คาดว่าจะขยายตัวในอัตรา 4.5% โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 4.0-5.0% ไม่เปลี่ยนแปลงจากประมาณการไว้เดิมเมื่อเดือนมีนาคม 2554 ถือเป็นการปรับเข้าสู่การขยายตัวในระดับปกติ จากปีก่อนหน้าที่เศรษฐกิจไทยขยายตัวในอัตราที่สูง โดยการเติบโตของเศรษฐกิจในปีนี้จะได้รับแรงขับเคลื่อนทั้งจากอุปสงค์ภายในประเทศและอุปสงค์ภายนอกประเทศ โดยเฉพาะการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวต่อเนื่องตามรายได้และการจ้างงานที่อยู่ในเกณฑ์ดี รวมทั้งปริมาณการส่งออกสินค้าและบริการที่ยังคงขยายตัวในเกณฑ์ดีตามการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าในแถบเอเชีย
นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปีนี้ คาดว่าจีดีพีจะขยายตัว 4% โดยเอกชนเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีความเป็นห่วงนโยบายของพรรคการเมืองที่ต่างๆ ที่ส่วนใหญ่เน้นประชานิยมและใช้เงิน ซึ่งอาจกระทบฐานะการคลังของรัฐ และทำให้การลงทุนภาครัฐชะลอตัวลงก็ตาม
ทั้งนี้ ไทยยังเผชิญปัจจัยเสี่ยงที่กระทบเศรษฐกิจทั้งภาวะเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง ราคาสินค้าแพง และอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวนจากการเคลื่อนย้ายเงินทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะจากยุโรป ซึ่งหลายประเทศกำลังเผชิญปัญหาหนี้สินจำนวนมหาศาล รวมทั้งสถานการณ์การเมืองของไทย ซึ่งหลังการเลือกตั้งจึงควรเร่งจัดตั้งรัฐบาล โดยเร็วและมีเสถียรภาพ
"ปัญหาการเมืองถือเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งหลังเลือกตั้งไม่ว่ารัฐบาลโดยพรรคการเมืองไหนเข้ามาบริหารประเทศ ควรทำให้การเมืองมีเสถียรภาพ นั่นคือ ไม่ตีกัน ขณะที่การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจควรยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้เข้มงวด" นายโฆสิตกล่าว



