
พาณิชย์รุกคุมราคาอาหารสำเร็จรูปเพิ่มเครือข่ายร้านธงฟ้า
พาณิชย์แก้อาหารสำเร็จรูปแพง เตรียมประกาศราคาแนะนำ 25-30 บาท พร้อมเพิ่มจำนวนร้านอาหารธงฟ้าทั่วไทย ออกบัตรสมาชิกให้ผู้ประกอบการใช้ซื้อวัตถุดิบราคาถูก กกร.อนุมัติห้ามขนย้ายหมูเป็นไป 24 จังหวัดชายแดน หลังพบ 5 เดือนส่งออกพุ่งเกือบเท่าตัว
นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีประชาชนจำนวนมากร้องเรียนผ่านสายด่วน 1569 ของกรมการค้าภายในถึงการปรับขึ้นราคาจำหน่ายอาหารสำเร็จรูป ซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนและอัตราเงินเฟ้อ ดังนั้น เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกให้แก่ประชาชน กรมจึงได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการร้านอาหารจัดทำเมนูมาตรฐาน โดยจะประกาศราคาขายปลีกแนะนำแต่ละเมนู เพื่อให้แต่ละร้านค้านำไปกำหนดเป็นราคาจำหน่ายปลีกที่เหมาะสมในราคา 25-30 บาท เช่น ข้าวผัดกระเพรา เป็นต้น ส่วนข้าวไข่เจียว ราคาจำหน่ายแนะนำจะอยู่ที่ 15-20 บาท
นอกจากนี้ กรมยังมีแนวทางเพิ่มจำนวนร้านอาหารมิตรธงฟ้าจากปัจจุบันที่มีอยู่ 4,242 ร้าน เพิ่มเป็น 1 หมื่นร้านในอนาคต โดยพร้อมจะสนับสนุนวัตถุดิบและอุปกรณ์ เพื่อลดต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการ และเบื้องต้นได้กำหนดรูปแบบทำบัตรสมาชิกให้ร้านเครือข่ายมิตรธงฟ้า นำไปใช้เป็นส่วนลดในการซื้อวัตถุดิบกับผู้ประกอบการ รวมทั้งจะขอความร่วมมือให้แก่ร้านอาหารทั่วไป จัดทำเมนูธงฟ้าเพิ่มเติมเพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคด้วย ซึ่งในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้าจะเชิญตัวแทนศูนย์อาหารภายในห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ และออฟฟิศสำนักงานขนาดใหญ่มาหารือ เพื่อขอความร่วมมือให้จัดทำเมนูธงฟ้าด้วย จากนั้นคาดว่าจะสามารถประกาศราคาแนะนำเมนูมาตรฐานอย่างเป็นทางการได้
นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ว่าที่ประชุมมีมติห้ามขนย้ายสุกรมีชีวิตไปยัง 24 จังหวัดชายแดนก่อนได้รับอนุญาต เนื่องจากพบว่าเนื้อหมูที่มีราคาแพง และขายเกินราคาแนะนำนั้น สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการลักลอบส่งออกสุกรมีชีวิตตามชายแดน โดยพบตัวเลขการส่งออกสูงขึ้นเท่าตัวเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย 5 เดือนแรกปี 2553 มีการส่งออก 9.2 หมื่นตัว แต่ 5 เดือนแรกของปีนี้มีตัวเลขสูงถึง 1.8 แสนตัว เป็นผลจากราคาหมูเป็นในประเทศเพื่อนบ้านสูงกว่าในไทย
นอกจากนี้ ได้กำหนดหลักเกณฑ์การขนย้ายหมูที่มีขนาดตัวละ 80 กิโลกรัม หรือขนย้ายเกินกว่า 10 ตัวขึ้นไป จะต้องทำเรื่องขออนุญาต ซึ่งกรมการค้าภายใน จะประสานกับกรมปศุสัตว์ เพื่อร่วมกันตรวจสอบหากมีการฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดี มีโทษจำคุก 5 ปี หรือปรับ 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่หากเป็นการค้าและส่งออกตามปกติ ผู้ประกอบการยังสามารถดำเนินการส่งออกได้ตามปกติ ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวจะบังคับใช้ชั่วคราวมีผลวันที่ 30 มิถุนายนนี้
นางพรทิวากล่าวด้วยว่า ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในเรียกประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาราคาน้ำมันพืช โดยจะพิจารณาปรับลดราคาแนะนำปาล์มขวด (1 ลิตร) ลง 5 บาท จากปัจจุบันขวดละ 47 บาท เหลือ 42 บาท และให้มีผลทันที



