
โรงเรียนกับการล้างสมองทางการเมือง (4)
จากรายงานการศึกษาเรื่อง "การปกป้องและการส่งเสริมสิทธิทางศาสนาของชนกลุ่มน้อยผ่านระบบการศึกษาและการฝึกอบรม" ของศูนย์วิจัยและทรัพยากรแห่งเอเชียใต้ ระบุว่า "สำหรับปากีสถานแล้ว คำว่าอินเดียกับฮินดูก็แทบจะเหมือนคำคำเดียวกันนั่นก็คือศัตรู อันเป็นผลพวงจากการให้คว
"ระบบโรงเรียนควรจะมีขึ้นเพื่อเตรียมนักเรียนให้มีอาชีพเมื่อเติบใหญ่ แต่กลับกลายเป็นว่านับวันยิ่งมีเด็กมากขึ้นที่จะถูกผลักให้เป็นพวกสุดโต่งหัวรุนแรง" ตอนหนึ่งของรายงานชิ้นนี้ระบุก่อนจะสะท้อนถึงความกังวลเป็นพิเศษ กรณีโรงเรียนสอนศาสนาและสุเหร่ามีแต่จะเพิ่มวาทกรรมเรื่องจิฮัดหรือการทำสงครามศักดิ์สิทธิ์มากขึ้น รวมไปถึงการเรียกร้องให้ทั่วโลกทำจิฮัดต่อต้านสหรัฐ
ปกติแล้ว ระบบการศึกษาของปากีสถานจะแบ่งโรงเรียนเป็นโรงเรียนรัฐบาลและโรงเรียนเอกชนรวมทั้งโรงเรียนสอนศาสนา โรงเรียนทั้ง 3 ระบบนี้จะยึดมั่นในหลักสูตรการเรียนทั่วไป แต่โรงเรียนสอนศาสนาจะเน้นการสอนศาสนาเป็นหลัก ซึ่งยากจะสืบค้นได้ว่าเนื้อหาเป็นเช่นใด เพียงแต่เห็นได้ชัดว่านักเรียนของที่นี่ส่วนใหญ่จะกลายเป็นพวกสุดโต่งในภายหลัง
การที่คนยากจนมีมากขึ้นเท่ากับช่วยหนุนเกื้อโรงเรียนสอนศาสนาให้มีอิทธิพลมากขึ้นเป็นเงาตามตัว หนำซ้ำยังมักจะเกี่ยวข้องกับลัทธิสุดโต่ง ความรุนแรงและความไร้เสถียรภาพ เพราะโรงเรียนสอนศาสนาทุกแห่งซึ่งมีอยู่กว่าหมื่นแห่งทั่วประเทศจะให้นักเรียนกินฟรี มีรถรับส่งและแจกตำราเรียนรวมทั้งอุปกรณ์จำเป็นทุกอย่างที่โรงเรียนรัฐไม่มีให้
รายงานผลการศึกษาวิจัยชิ้นนี้ยังพบด้วยว่ารัฐบาลได้สนับสนุนให้องค์กรศาสนาสุดโต่งและกลุ่มจิฮัดเบ่งบานผ่านการสนับสนุนโรงเรียนสอนศาสนาซึ่งเป็นช่องทางให้สามารถระดมอาสาสมัครกลุ่มคนหัวรุนแรงหรือผู้ก่อการร้ายได้อย่างไม่รู้จักหมดสิ้น
ยิ่งกว่านั้นระบบโครงสร้างพื้นฐานของโรงเรียนรัฐบาลก็สุดแสนย่ำแย่และไร้ประสิทธิภาพ เนื่องจากเต็มไปด้วยการทุจริตคอรัปชั่น ถึงขนาดมีโรงเรียนผีผุดขึ้นมากมายราวดอกเห็ดหน้าฝน แต่ก็เป็นเพียงแค่เอกสารซึ่งระบุว่ามีการจัดจ้างครูและการจ่ายเงินเดือน แต่จริงๆ แล้ว ไม่มีทั้งตัวอาคารหรือการจัดจ้างครูแต่อย่างใด
"ความยากจนและการไร้การศึกษาเป็นสาเหตุสำคัญยิ่งที่ทำให้ลัทธิสุดโต่งเบ่งบานในประเทศนี้" ผู้ประสานงานของกลุ่มพันธมิตรเพื่อการศึกษาของปากีสถาน ให้ความเห็น
เห็นได้ชัดว่าแต่ปัญหานี้คงถูกหมกต่อไป ตราบใดที่รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการทหารถึงขนาดเจียดงบประมาณถึง 70 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี เทียบกับงบการศึกษาที่ได้แค่ 2 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์



