
ฆ่า"ครูอ้อย"คดีส่อพลิกนับหนึ่ง...ล่าฆาตกร
เหตุโศกนาฏกรรมสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นในชุมชนเล็กๆ ในพื้นที่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม...นำมาซึ่งความสูญเสียปูชนียบุคคล อย่าง "ครูอ้อย" หรือ "น.ส.ทรัสตี สุขโต" อายุ 56 ปี ผอ.โรงเรียนวัดอมรวดี ต.ปลายโพงพาง อ.อัมพวา
ครูผู้เสียสละและทุ่มเทชีวิต เพื่อวางรากฐานการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย จวบจนวาระสุดท้ายของชีวิต
วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน ที่ผ่านมา "ครูอ้อย" ยังคงเดินทางไปทำงานที่โรงเรียน แม้จะเป็นวันหยุด เนื่องจากจะมีการประเมินมาตรฐานของโรงเรียนในเร็ววันนี้ ครูอ้อยและครูท่านอื่นๆ จึงต้องมาจัดเตรียมเอกสารโครงการต่างๆ จนต้องกลับบ้านดึกกว่าทุกๆ วัน ซึ่งกิจวัตรประจำวัตรที่บ้านครูอ้อยก็ต้องเลื่อนเวลาไปด้วย หนึ่งในนั้นคือ การนำข้าวไปให้สุนัขที่บ้านน้องชาย จนนำมาสู่โศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครคาดคิด!!
เมื่อมีชายใจโหดร้ายอาศัยเงามืดยามหัวค่ำ เข้ามาใช้แรงปลุกปล้ำทำร้ายครูอ้อยจนเสียชีวิต ก่อนทิ้งร่างไร้วิญญาณไว้ในสวนลิ้นจี่ใกล้บ้านนั่นเอง
ข่าวร้ายที่เกิดขึ้นกับ "ครูอ้อย" มิได้นำความโศกเศร้าเสียใจมาสู่ "ครอบครัวสุขโต" เท่านั้น ทุกๆ ชีวิตในโรงเรียนวัดอมรวดี ตลอดจนผู้ที่ได้รับรู้ข่าว ต่างโศกเศร้าเสียใจและร่วมไว้อาลัยในการจากไปของครูอ้อย...บรรยากาศภายในโรงเรียนเต็มไปด้วยความเศร้าโศก ครูทุกคนสวมชุดดำเพื่อไว้อาลัย เด็กๆ นักเรียนร่วมยืนไว้อาลัยหน้าเสาธง ซึ่งคราบน้ำตาแห่งความเสียใจของบรรดาครูและศิษย์ยังล้นเอ่ออยู่ในดวงตาเหล่านั้น
กลุ่มครูและนักเรียนได้ร่วมกันเขียนคำไว้อาลัยในสมุดบันทึกของโรงเรียนและวิงวอนเรียกขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามคดี เพื่อนำตัวคนร้ายมาลงโทษให้เร็วที่สุด ไม่ต่างจาก "ทรัพย์สิทธิ์ สุขโต" อายุ 45 ปี น้องชายของ "ครูอ้อย" ขอให้ตำรวจติดตามจับคนร้ายให้ได้
ความคืบหน้าในคดีนี้ ช่วงแรกแนวทางการสืบสวนสอบสวนของตำรวจตั้งข้อสงสัยว่า "นายอี๊ด" (ขอสงวนชื่อนามสกุล) เป็นผู้ต้องสงสัยในคดีนี้ จึงพุ่งเป้าไปที่บุคคลดังกล่าว เพราะข้อมูลการสืบสวนในอดีตพบว่า นายอี๊ด มีประวัติอาชญากร เคยกระทำความผิดในคดีลักทรัพย์ แล้วเพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำไม่ถึงปี ก่อนและหลังถูกดำเนินคดี
ชุดสืบสวนพยายามติดตามทุกวิธี แต่ก็ยังไม่พบตัว "นายอี๊ด" จึงเดินทางไปที่พักอาศัยของพ่อนายอี๊ด ก็ได้รับคำตอบทำนองว่าไม่ค่อยอยากจะยุ่งกับบุตรชาย เพราะมักสร้างปัญหา โดยนานๆ ครั้งจะกลับมาที่บ้าน คำบอกเล่าดังกล่าวทำให้ชุดสืบสวนตั้งข้อสังเกตมากขึ้นว่า ผู้ต้องสงสัยคนนี้อาจกระทำความผิด จึงพยายามตรวจสอบประวัติบุคคลในฐานข้อมูลจากสำนักทะเบียนราษฎร จนพบว่าผู้ต้องสงสัยเพิ่งทำบัตรประชาชนในจังหวัดแห่งหนึ่งทางภาคใต้
ชุดสืบสวนจึงประสานกับฝ่ายสืบสวนในพื้นที่จังหวัดนั้น จนกลายเป็นเรื่องกลับตาลปัตร เพราะผู้ต้องสงสัยคนนี้ มีพยานหลายปากให้การยืนยันว่า ในช่วงที่ก่อนเกิดเหตุคดีฆาตกรรม และหลังจากพบศพเหยื่อรายนี้ ผู้ต้องสงสัยอยู่ในพื้นที่ ไม่ได้ออกไปนอกเขตจังหวัด
"หลังจากได้ข้อมูลที่พอเชื่อถือได้ ชุดสืบสวนต้องเข้าไปตรวจที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อควานหาพยานหลักฐานเกี่ยวกับคนร้าย รวมถึงสอบถามพยานหลายปากเพิ่มเติม ซึ่งข้อมูลที่ได้มาต้องตรวจสอบ เพราะพยานบางปากให้ข้อมูลผู้ต้องสงสัยอีก 1 คน ที่เป็นคนงานภายในสวนละแวกที่เกิดเหตุนั้นหายตัวไป ตอนนี้ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างติดตามตัวมาสอบสวน นอกจากนี้ชุดสืบสวนพยายามตั้งประเด็นข้อสงสัยในที่เกิดเหตุในบางจุด คือ กางเกงนอกและกางเกงในของเหยื่อ เพราะเหตุใดถึงหายไป จนได้ข้อสรุประดับหนึ่งว่า หลังจากคนร้ายรายนี้ใช้กำลังประทุษร้ายเหยื่อ ระหว่างนั้นคงไม่คาดคิดว่าเหยื่อเสียชีวิต จึงหยิบกางเกงนอกและกางเกงในของเหยื่อไป เพื่อถ่วงเวลาไม่ให้เหยื่อไปแจ้งความได้ แต่ปรากฏว่าเหยื่อเสียชีวิตเพราะเลือดคั่งในสมอง" แหล่งข่าวในชุดสืบสวนระบุ
ด้าน พล.ต.ต.ธยาฤทธิ์ เอกเผ่าพันธุ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร กล่าวว่า ตอนนี้กำลังรอผลการตรวจพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุอยู่ ส่วนผู้ต้องสงสัยคนแรกที่มีการยืนยันถิ่นที่อยู่นั้น ยังไม่ชัดเจนเท่าที่ควร เพราะพยานแวดล้อมในพื้นที่เกิดเหตุให้การขัดแย้งกับพยานที่อยู่ทางภาคใต้ แล้วยืนยันถิ่นที่อยู่ของผู้ต้องสงสัย ประเด็นนี้ต้องตรวจสอบให้ชัดเจน หากไม่ใช่คงต้องหาผู้ต้องสงสัยตามพยานหลักฐานหรือพยานแวดล้อมแล้วนำตัวมาสอบสวน อย่างไรก็ตาม คดีนี้ผู้เสียชีวิตเป็นที่รักของคนในพื้นที่ คงไม่มีประเด็นอื่นมากกว่านี้แน่นอน



