
เพื่อไทยจวกนายกฯ"อภิสิทธิ์"2มาตรฐาน
ส.ส.พรรคเพื่อไทยจวกนายกฯ"อภิสิทธิ์" 2 มาตรฐาน ถามรู้ไหมระดมตร.อีสานใส่เสื้อน้ำเงิน "มาร์ค"ย้ำเร่งให้มั่นใจก่อนเลิก พรก. ด้าน"เทพเทือก"ยันรัฐไม่มีสองมาตรฐาน แจงไม่ใช่กระสุนทหารสลายเสื้อแดง
(22เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่ออภิปรายทั่วไปเพื่อแก้วิกฤตบ้านเมือง นายเจริญ จรรย์โกมล ส.ส.ชัยภูมิ จากพรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นอภิปรายคนแรกว่า เมื่อสถานการณ์ความรุนแรงสิ้นสุดลงเหตุใดจึงไม่ยกเลิกการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินเสียที สิ่งที่นายกฯกล่าวมานั้นอยากให้ปฏิบัติตามที่พูดด้วยความจริงใจ จากนั้นนายเจริญได้อภิปรายให้เห็นถึงการดำเนินการสองมาตรฐานมาตั้งแต่การยึดอำนาจของ คมช.มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างไม่เป็นธรรมระหว่างพรรคพลังประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์
สองมาตรฐานในเรื่องการสลายการชุมนุมสมัยรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่มีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินแต่ทหารกลับอยู่เฉยไม่ดำเนินการ แต่พอกรณีเสื้อแดงทหารกลับออกมาสลายการชุมนุม มีการดำเนินการสองมาตรฐานระหว่างกลุ่มเสื้อแดงกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยเฉพาะกรณีที่กลุ่มพันธมิตรยิงปืนเข้าใส่ชุมชนวิทยุแท็กซี่ที่ถนนวิภาวดีซอย3 แต่คดีไม่มีความคืบหน้าแต่คดีที่เกี่ยวกับกลุ่มคนเสื้อแดงดำเนินการอย่างรวดเร็ว ล่าสุดมีการจับกุมแกนนำกลุ่มเสื้อแดงเหมือนนักโทษใส่กุญแจมือไขว้หลัง ขณะที่ช่วงจับกุมแกนนำพันธมิตรเจ้าหน้าที่กลับโค้งคำนับอย่างนอบน้อม
อย่างไรก็ตามอยากถามว่านายกรัฐมนตรีทราบหรือไม่ว่าระหว่างการชุมนุมของคนเสื้อแดงมีการเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสุรินทร์ บุรีรัมย์ และวัยรุ่นจาก จ.อยุธยามารวมตัวกันอยู่ที่สุวรรณภูมิเพื่อให้มาใส่เสื้อสีน้ำเงิน ไปปรากฎตัวที่พัทยา ซึ่งเป็นชนวนเหตุให้เกิดความวุ่นวายมากขึ้น จึงอยากให้นายกฯยุติความขัดแย้งด้วยการคืนอำนาจให้ประชาชนเพื่อให้ประชาชนตัดสินใจเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่ง เพื่ออโหสิกรรมให้กันทุกฝ่าย แล้วค่อยมาว่ากันถึงเรื่องกติกาต่างๆภายหลัง
ด้านนายอภิสิทธิ์ ได้ชี้แจงทันทีว่า เหตุการณ์ยังไม่สิ้นสุดเพราะยังมีแกนนำบางคนให้สัมภาษณ์ว่ากำลังต่อสู้ต่อไปโดยการใช้อาวุธ ขณะนี้กำลังเร่งรัดให้ทุกฝ่ายเกิดความมั่นใจว่าเมื่อยกเลิก พ.ร.ก.แล้วจะสามารถทำให้สถานการณ์อยู่ในภาวะปกติได้ สำหรับเรื่องสองมาตรฐาน หลายเรื่องไม่ได้เกิดในสมัยที่ตนเป็นรัฐบาล และไม่ควรจะให้เกิดสีอื่นขึ้นมาอีกในสังคมไทย
ขณะที่ นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้มีการดำเนินการ 2 มาตรฐานกับคดีของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) และ แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เพราะในคดีของพธม.ที่มีการยึดทำเนียบรัฐบาลและการบุกรุกสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที่ได้มีการสอบปากคำเสร็จแล้วและพร้อมส่งให้อัยการดำเนินการ ส่วนการยึดสนามบินดอนเมืองอยู่ในระหว่างการสอบปากคำพยานอี 292 ปาก และพร้อมสรุปสำนวนภายใน 30 วัน ขณะที่ กรณีการยึดสนามบินสุวรรณภูมิ สอบปากคำไปแล้ว 198 ปากเหลือพยานสำคัญอีก 4 ราย โดยจะมีผู้ต้องหาไม่น้อยกว่า 28 คน และจะสรุปส่งให้อัยการภายใน 30 วัน
นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ส่วนที่นาย เจริญ จรรย์โกมล ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ระบุว่า มีประชาชนมีถูกทำร้ายจากกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่ทหารจากการสลายการชุมนุมบริเวณแยกอุรุพงษ์ รัฐบาลได้ตรวจสอบแล้วว่าผู้ที่ถูกกระสุนดังกล่าว คือ นาย วิเชียร ชีดกลาง อายุ 31 ปี ได้เข้ารับการรักษาที่รพ.มิชชั่น เวลา 15.30น.จากนั้นได้มีการส่งต่อไปที่รพ.ราชวิถี และได้มีการผ่าตัดเอากระสุนออกบริเวนต้นขา ก่อนไปรักษาตัวที่รพ.พระราม 9 ซึ่งตรวจสอบจากศูนย์นเรนทรพบว่ากระสุนดังกล่าวไม่ใช่กระสุนจากอาวุธประจำกายของทหาร และยังตรวจสอบไปอีกพบว่าระหว่าง14.30น.-14.50น.ซึ่งเป็นข่วงเวลาที่อ้างว่านายวิเชียรถูกยิงปรากฏว่าไม่ได้มีการปฎิบัติการจากเจ้าหน้าที่ทหาร ขณะเดียวกันมีจุดน่าสังเกตว่าการแจ้งความของนายวิเชียรเกิดขึ้นในเวลา 5 ทุ่ม ในวันที่ 15 เม.ย.หลังจากที่มีการรักษาตัวที่รพ.พระราม 9
ต่อมา นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายว่าเหตุใดจึงไม่คิดใช้เวทีสภาฯในการแก้ไขปัญหาก่อนที่จะเกิดความรุนแรง ทั้งที่ฝ่ายค้านได้พยายามเสนอญัตติแต่ประธานสภาฯก็ชิงปิดสภาฯหนี ที่สำคัญกลับมี ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ตะโกนหลายครั้งในสภาฯว่าฝ่ายค้านเป็นพวกล้มล้างสถาบัน การกล่าวหาเช่นนี้เป็นสิ่งที่พวกตนยอมรับไม่ได้
นายชวลิต กล่าวว่า ขณะนี้ยังมีความพยายามระดมประชาชนให้ใส่เสื้อสีน้ำเงินมาร่วมงานในวันฉัตรมงคล ปัญหาจึงยังมีอยู่ ดังนั้น ขอนายกรัฐมนตรีว่ามีบุคคลนอกคณะรัฐมนตรีคนหนึ่ง ที่ไม่ได้อยู่ในรัฐบาลเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยมีภาพ ปรากฎอยู่ในคลิปวิดีโอ จนเป็นเหตุการณ์ให้เกิดวิกฤตทางการเมืองตามมา และนายสุเทพ ที่เป็นรองนายกฯฝ่ายความมั่นคง นำหลักฐานอะไรมาแถลงผ่านโทรทัศน์ว่าคนที่ยิง เอ็ม 79 ใส่ ศาลรัฐธรรมนูญ เป็นฝีมือของกลุ่ม นปช.เพราะการพูดเช่นนี้ เป็นการเติมน้ำมันบนลงกองไฟ



