ข่าว

รู้ทันลัทธิอาณานิคมยุคใหม่

รู้ทันลัทธิอาณานิคมยุคใหม่

30 มิ.ย. 2554

เหลืออีกไม่ถึง 1 สัปดาห์ประเทศไทยก็จะมีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ซึ่งหลายคนกล่าวว่าผลของการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีความสำคัญถึงกับกำหนดอนาคตของประเทศได้ ดังนั้นในหมู่คนจำนวนมากก็ใจจดใจจ่ออยากจะทราบผลการเลือกตั้งครั้งนี้

 บางคน “อิน” มากจนทำให้เกิดอาการเกร็งเพราะการรอคอย ผมจึงขอสลับฉากโดยเอาเหตุการณ์เรื่องอื่นที่จะสำคัญกับอนาคตของประเทศไทยไม่ว่าพรรคไหนจะได้ครองเมืองมาคุย

 เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาองค์กรภาคเอกชนที่ใช้ชื่อว่า “เวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรัม” ได้จัดการประชุมย่อยในหัวข้อเรื่องเกี่ยวกับกลุ่มประเทศอาเซียนตะวันออกขึ้นที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งรัฐบาลไทยให้ความสำคัญมากถึงกับนายกฯ อภิสิทธิ์ทิ้งสนามหาเสียงเลือกตั้งไปเข้าร่วมประชุมด้วย แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าคนไทยส่วนมากไม่ทราบว่าการไปเข้าประชุมครั้งนี้ประเทศไทยได้อะไรบ้าง รู้แต่ว่าจะได้เป็นเจ้าภาพการประชุมในปีหน้า

 การประชุมครั้งนี้พูดกันหลายเรื่องทั้งที่เป็นทางการในห้องประชุมสัมมนาและในวงปาร์ตี้ซึ่งจัดกันขึ้นเอง แต่มีเรื่องที่คนไทยควรสนใจและตามให้รู้เท่าทัน 2 เรื่องใหญ่ ๆ ที่ผมจะนำมาคุยในวันนี้

 เรื่องที่หนึ่งเป็นเรื่องการเมืองการเศรษฐกิจระหว่างประเทศโดยมีผู้ตั้งประเด็นว่าในสภาพปัจจุบันมียักษ์ใหญ่ 2 ชาติ คือ จีนและอเมริกากำลังเบ่งรัศมีแข่งกันในเอเชียตะวันออก เขาพูดกันว่าการแข่งขันกันครั้งนี้ไม่เหมือนกับยุคสงครามเย็นที่อเมริกาแข่งกับโซเวียตรัสเซีย โดยในสภาพความเป็นจริงทางเศรษฐกิจแล้วทั้ง 2 ประเทศยังต้องพึ่งพากัน กล่าวคือ จีนต้องพึ่งอเมริกาในฐานะเป็นตลาดส่งออกขนาดมหึมา ส่วนอเมริกาก็ตกเป็นลูกหนี้ของจีนโดยจีนเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุด ปัญหาจึงมีอยู่ว่าประเทศใหญ่น้อยของพวกเราในภาคพื้นเอเชียตะวันออกจะวางตัวอย่างไร

 ในยุคสงครามเย็นนั้นประเทศอย่างเราๆ ก็จะเป็นจะต้องเลือกข้าง (จะเอาอเมริกาหรือจะเอาโซเวียตรัสเซีย) แต่ในยุคนี้ต่างเห็นกันว่าควรจะถือนโยบาย “เหยียบเรือสองแคม” กล่าวคือคบหากับจีนหนักไปในทางเศรษฐกิจ แต่ก็ต้องเกาะอเมริกาไว้ให้เป็นพันธมิตรด้านความมั่นคง
 รัฐบาลไทยคณะใหม่จะว่าอย่างไรคงต้องดูกันต่อไป แต่ที่พูดพล่อยๆ หาเรื่องใส่ตัวอย่างเมื่อคราวเกิดเหตุปะทะกับเขมรก็มีผู้กล่าวพาดพิงไปถึงจีนว่าเป็นผู้สนับสนุนให้อาวุธสงครามมารบกับไทยเรานั้นไม่ควรจะทำอย่างยิ่ง

 เรื่องที่สอง ที่พูดกันมากก็คือเรื่องการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบถนนหนทาง ระบบโทรคมนาคมและการขนส่ง เป็นอาทิ กล่าวกันว่าประเทศทางเอเชียตะวันออกจะต้องใช้เงินลงทุนในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานใน 10 ปีข้างหน้าถึง 250 ล้านล้านบาท เท่ากับงบประมาณของประเทศไทยเกือบ 100 ปี โดยฝรั่งต่างยุให้ประเทศเอเชียเร่งดำเนินการเรื่องนี้ ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าจะเป็นการสร้างตลาดมหึมาให้แก่บรรดาชาติตะวันตกไม่ว่าจากค่าบริการการศึกษาโครงการ ค่าขายข้าวของอุปกรณ์สมัยใหม่ซึ่งประเทศทางเอเชียยังผลิตไม่ได้ และค่าบริการรวมทั้งดอกเบี้ยจากเงินกู้ยืม ชาติตะวันตกยังเสนออีกว่ารัฐบาลของประเทศเอเชียตะวันออกไม่ควรหวงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้เอง ควรจะใช้ระบบพี พี พี (Public Private Participation) เพื่อเปิดทางให้นักลงทุนชาติตะวันตกเข้ามาร่วมพัฒนา

 เรื่องราวต่างๆ ที่ผมนำมาเล่าแต่ตอนนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนปฏิบัติการตามแนวลัทธิอาณานิคมยุคใหม่ซึ่งพวกเราชาติที่กำลังพัฒนาดูเหมือนจะไม่มีทางเลือก แต่ควรได้รู้เท่าทันไว้ว่าลัทธิอาณานิคมยุคใหม่นั้นยอกย้อนลึกซึ้งเพียงใด

นายหนูใหญ่
[email protected]