ข่าว

ตั้งรัฐบาลยากแต่ตั้งฝ่ายค้านเสร็จแล้ว(มั้ง)

ตั้งรัฐบาลยากแต่ตั้งฝ่ายค้านเสร็จแล้ว(มั้ง)

30 มิ.ย. 2554

โค้งสุดท้ายแล้วของการหาเสียงเลือกตั้งของแต่ละพรรค ผมกลับรู้สึกว่ามีเรื่องแปลกๆ ที่น่าสนใจอยู่เรื่องหนึ่ง ก็คือ ท่ามกลางกระแสของการชนะเลือกตั้งแต่เป็นรัฐบาลไม่ได้ ผมกลับรู้สึกว่าเรื่องที่คนไม่พูดกันก็คือ การเริ่มรวมตัวของฝ่ายค้านของรัฐบาลใหม่

 อันนี้ถือเป็นเรื่องที่วัยรุ่นที่เรียกว่า "ขำๆ" แล้วกันนะครับ

 พูดง่ายๆ ว่า ตอนนี้มีสามประเด็นเข้าโค้งสุดท้าย ก่อนที่วันที่ 1 กรกฎาคม ที่พรรคใหญ่สองพรรคจะเปิดปราศรัยใหญ่ที่ กทม. ซึ่งน่าจะเป็นการโฆษณาทิ้งไพ่ใบสุดท้ายกันล่ะครับ

 สามประเด็นที่รัฐบาลใหม่ ในกรณีที่เปลี่ยนขั้วทางการเมืองนั้นได้แก่

 1.ประเด็นเรื่องข้อกล่าวหาของการซุกหุ้นของคุณยิ่งลักษณ์ ซึ่งประเด็นนี้ถูกจุดโดยหมอตุลย์ และอาจารย์แก้วสรร ประเด็นที่ไม่ต้องสงสัยเลยก็คือการเคลื่อนไหวเรื่องนี้มุ่งตรงไปที่คุณทักษิณและความเชื่อมโยงกับคุณยิ่งลักษณ์ โดยเฉพาะการตั้งชื่อกลุ่มว่า เครือข่ายพลเมืองคัดค้านนิรโทษกรรมคอรัปชั่นทักษิณ (คนท.)  คือจัดหนักกับทักษิณโดยตรง

 เรียกว่า งานนี้เป็นการชี้เป้า และล็อกเป้าเอาไว้แล้ว ไม่ว่ายิ่งลักษณ์จะชนะหรือแพ้ก็ต้องโดยเล่นเรื่องนี้ แต่ถ้ายิ่งลักษณ์ชนะ เกมนี้ก็คงจะมีการอภิปรายในสภา และมี ส.ส.ฝ่ายค้านเข้ามาร่วมงานนี้ชัดขึ้น

 ถ้ามองในแง่ดี ผมคิดว่าเรื่องแบบนี้จะทำให้สังคมไทยมีความรู้และมีวุฒิภาวะมากขึ้น ในเชิงกฎหมาย เพราะจะทำให้ศาลต้องมีคำพิพากษาที่ตอบคำถามต่อสังคมมากขึ้น ทั้งในแง่ของสาระของข้อกล่าวหา และสาระของกระบวนการพิจารณาคดี และท้ายสุดจะได้ทำให้เราเข้าใจว่ากฎหมายนั้นสามารถเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาในสังคมไทยได้มากน้อยแค่ไหน

 2.ประเด็นเรื่องของการนิรโทษกรรม เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้น เมื่อคุณอภิสิทธิ์เข้ามารับลูกในการโจมตีเพื่อไทยมากขึ้นทุกวัน จากเดิมคนที่เน้นประเด็นนี้คือคุณสุเทพ ซึ่งในเรื่องของนิรโทษกรรมนี้กลายเป็นเสมือนยุทธศาสตร์โค้งสุดท้ายของประชาธิปัตย์ ทั้งจากการเปิดเวทีปราศรัยที่ราชประสงค์ และจากการเขียนลงเฟซบุ๊กของคุณอภิสิทธิ์ในช่วงหลังนี้

 สาระสำคัญของเรื่องนั้นอยู่ที่การโจมตีว่า นิรโทษกรรมในเวอร์ชั่นเพื่อไทยนั้น หมายถึงหรือเท่ากับการนำทักษิณกลับบ้าน และการนำทักษิณกลับบ้านนั้นก็คือการ "ล้างผิด" ให้ทักษิณ ซึ่งข้อกล่าวหาที่ตามมาต่อเนื่องก็คือ การนิรโทษกรรมคนที่คอรัปชั่นบ้านเมืองนั้นทำไม่ได้ และนอกจากนั้นคุณทักษิณยังมีส่วนร่วมกับพวกเผาบ้านเผาเมือง (ทั้งในแง่กระตุ้น และไม่ห้ามปราม ตามที่นายกฯ อภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ อาทิ บีบีซี)

 ประเด็นของการเคลื่อนไหวเรื่องนี้น่าสนใจ เพราะดูเหมือนว่าประชาธิปัตย์จะเชื่อว่ามีเสียงที่ยังไม่ตัดสินใจในสังคมอยู่มาก และเสียงเหล่านั้นอยู่ข้างประชาธิปัตย์ แต่เรื่องที่ต้องตั้งข้อสังเกตก็คือคนที่เล่นเรื่องนี้ในโค้งสุดท้ายกับคุณอภิสิทธิ์เอง ซึ่งอีกด้านหนึ่งก็เสนอตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรีของทุกคน ดังนั้นท่าทีของคุณอภิสิทธิ์ในเรื่องนี้ก็มีลักษณะที่กระเดียดไปในทางเดียวกับบทสัมภาษณ์ในปีที่แล้วช่วงการกระชับพื้นที่ ซึ่งทำให้บรรยากาศการสื่อสารกับคนที่เห็นต่างนั้นทำได้ยาก

 โดยเฉพาะกับกระแสของการพูดถึงความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน ที่มองเรื่องความยุติธรรมเกินเรื่องของกฎหมายออกไป เพราะคนจำนวนไม่น้อยอาจรู้สึกว่ากฎหมายที่มีอาจไม่นำไปสู่ความยุติธรรมก็อาจเป็นได้

 3.กรณีปัญหาเรื่องการถอนตัวจากภาคีสมาชิกคณะกรรมการมรดกโลก ซึ่งเรื่องนี้จะเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ของบ้านเมืองและรัฐบาล เพราะการถอนตัวนี้จะต้องใช้เวลาหนึ่งปีจึงจะจบกระบวนการ และความเกี่ยวเนื่องของเรื่องนี้นั้นอยู่ที่การเมืองของความเป็นชาตินิยมที่อิงกับความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน แตกต่างจากเดิมที่ชาตินิยมในบ้านเรานั้นมีลักษณะของการประกาศศัตรูภายในประเทศกับประชาชนของตัวเองในแง่ของสงครามเชิงอุดมการณ์ หรือการสร้างภาพตัวแทนของคนใน/นอกชุมชนจินตกรรม

 ประเด็นสำคัญในเรื่องของความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านในช่วงนี้ไม่ใช่เรื่องของการกำหนดนโยบายของรัฐบาลส่วนกลางเท่านั้น แต่สื่อสมัยใหม่และการเลือกตั้งในทุกรูปแบบเริ่มเปิดพื้นที่ให้แก่คนตัวเล็ก หรือชาวบ้านมากขึ้น ดังนั้นเรื่องของการกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับประเทศเพื่อนบ้าน และการกำหนดผลประโยชน์แห่งชาติที่พื้นที่เชิงเศรษฐกิจและวัฒนธรรมเริ่มมีบทบาทมากขึ้น และท้าทายความมั่นคงแบบทหารในแบบเดิมก็จะเป็นเรื่องที่สำคัญมากขึ้น

 สรุปว่า รัฐบาลจะตั้งได้หรือตั้งเสร็จหรือเปล่าไม่รู้ แต่ฝ่ายค้านนั้นพร้อมแล้วครับผม...