
5ที่นั่งเมืองกาญจน์แนวรบพท.-ปชป.
กาญจนบุรีในการเลือกตั้งธันวาคม 2550 มี 5 ที่นั่ง ถือว่าเป็นการแบ่งกันไปตามสัดส่วนคือ พลังประชาชน 3 และประชาธิปัตย์ 2 กล่าวคือ เขต 1 รวม 3 ที่นั่ง เป็นของ พล.ท.มะ โพธิ์งาม พลังประชาชน (ขณะนั้น)
ด้วยฐานะคะแนนรวม 79,219 คะแนน, พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ พลังประชาชน 74,937, อัฏฐพล โพธิพิพิธ ประชาธิปัตย์ 69,511 คะแนน ส่วนเขต 2 ปารเมศ โพธารากุล ประชาธิปัตย์ 74,452 คะแนน และ สันทัด จีนาภักดิ์ พลังประชาชน 58,195 คะแนน
การเลือกตั้งในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ จึงถือเป็นการสู้รบระหว่าง "เพื่อไทย" กับ "ประชาธิปัตย์" ขณะที่รายของ "พรรคภูมิใจไทย" ที่เบียดแทรกเข้ามา คือการย้ายพรรคของ "สันทัด จีนาภักดิ์" ที่หันมาลงสมัครให้แก่ "พรรคภูมิใจไทย"
เขตเลือกตั้งที่ 1 พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ ผู้สมัคร ส.ส.เพื่อไทย จะชนกับ อัฏฐพล โพธิพิพิธ ผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ในรายของ "พล.อ.สมชาย" ถือได้ว่ามีเสียงสนับสนุนจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้ที่เข้าถึงพื้นที่ และที่สำคัญคือ กลุ่ม ส.จ. กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน นายกอบต. ส่วนใหญ่จะอิงกับเพื่อไทย ขณะที่ "อัฏฐพล โพธิพิพิธ" จากประชาธิปัตย์ ในฐานะทายาทของ "กำนันเซียะ" ประชา โพธิพิพิธ ผู้กว้างขวาง แห่งกาญจนบุรี ก็ยังมีฐานคะแนนเสียงสนับสนุนที่น่าจะสามารถเบียดเข้าไปในสภาได้อีกเช่นกัน
เขต 2 ผู้ที่มีโอกาส คือ "สันทัด จีนาภักดิ์" ผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ถือว่ามีความได้เปรียบ เพราะคลุกในพื้นที่และเข้ากับประชาชนได้อย่างดี แม้แรงสนับสนุนจาก ส.จ.หรือกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน-นายก อบต.จะมีค่อนข้างน้อยโดยเฉพาะคะแนนต่อพรรคใหม่อย่าง "พรรคภูมิใจไทย" แต่กระแสเลือกตัวผู้สมัคร คือ "สันทัด" น่าจะเป็นแรงบวกให้แก่คนของภูมิใจไทย อย่างไรก็ดีคู่แข่งในเขตนี้ ที่ต้องจับตาก็คือ พล.ต.ศรชัย มนตริวัต ส.ส.หลายสมัย แต่เป็นคนใหม่ในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 2
ส่วน 3 ปารเมศ โพธารากุล ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ การแบ่งเขตเลือกตั้งครั้งนี้ถือว่าได้เปรียบเนื่องจากคะแนนเสียงที่เคยสนับสนุน "ปารเมศ" ยังคงสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีคะแนนเสียงลดลงบ้างในบางพื้นที่ของ ต.พังตรุ อ.พนมทวน แต่ก็ยังเชื่อกันว่า จะสามารถคว้าชัยในเขตการเลือกตั้งนี้ ส่วนคู่แข่งคือ สุรพงษ์ ปิยะโชติ รองนายก อบจ.กาญจนบุรี จาก "เพื่อไทย" ที่จะได้คะแนนจากกลุ่มคนสีแดงและพวกพ้องอีกส่วนหนึ่ง และคะแนนที่เคยเป็นคะแนนของ "เรวัต สิรินุกูล" ที่หันไปลงใน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ
สำหรับเขต 4 เป็นการสู้กันระหว่าง "กำนันเซียะ" ประชา โพธิพิพิธ ประชาธิปัตย์กับ "กำนันหยุน" ไพบูลย์ พิมพ์พิสิฐถาวร จากเพื่อไทย ถ้าเปรียบเป็นมวยแล้ว ก็ถือเป็นคู่ชกที่สูสี "กำนันเซียะ" แม้จะร้างเวทีการเมืองและพื้นที่ไปนาน แต่ก็ยังมีฐานเสียงเดิมๆ ที่คอยให้การสนับสนุน และบางพื้นที่จะบอดไปบ้างอย่างเช่น อ.หนองปรือ ห้วยกระเจา และเลาขวัญ แต่ก็เร่งดึงคะแนนนิยมให้ตีตื้นขึ้นมา ขณะที่ "กำนันหยุน" เจ้าของพื้นที่เป็นคู่แข่ง ซึ่งมีคะแนนเสียงในหลายพื้นที่ที่เป็นเสื้อแดง ซึ่งเป็นฐานเสียงเดิมของ "พล.ท.มะ โพธิ์งาม" ออกมาให้การสนับสนุน
เขต 5 ศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ เป็นตัวแทนของประชาธิปัตย์ ลงแข่งกับ "วิฑิต มาไพศาลสิน" เพื่อไทย อดีตนายอำเภอหนองปรือ เจอคู่แข่งจากประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นภรรยาของ รังสรรค์ รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ นายก อบจ.กาญจนบุรี คนปัจจุบัน ซึ่งเป็นบุตรของ สุนทร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ (เสี่ยฮุก) ผู้กว้างขวางใน จ.กาญจนบุรี ทำให้ "ศรีสมร" มีนักการเมืองที่อยู่ในสายสมาชิก อบจ.กาญจนบุรี เกือบทั้งหมดให้การสนับสนุน ในขณะที่ "วิฑิต" ต้องเหนื่อยหนักในการคลุกคลีเพื่อขอคะแนนเสียงกับประชาชนที่อยู่นอกพื้นที่เคยปกครอง
ทั้งหมดนี่ถือเป็นพื้นที่ช้างชนช้างใน 5 เขตเลือกตั้ง ที่เป็นการชนกันโดยตรงระหว่างเพื่อไทยและประชาธิปัตย์
จตุรพร สุขอินทร์



