
ชายแดนผวาเตรียมอพยพหนีภัยสงคราม
ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ศรีสะเกษ ระแวงหนัก พาลูกหลานคนชรามาตรวจสอบหลุมหลบภัย เตรียมพร้อมอพยพหนีภัยสงคราม บางส่วนออกจากหมู่บ้านหากเกิดยิงสู้รบกัน
วันที่ 29 มิถุนายน 2554 ที่หมู่บ้านทุ่งยาว ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เป็นอีกหนึ่งหมู่บ้านที่อยู่ในรัศมีการยิงปะทะกันเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2554 ระหว่างทหารไทย กับทหารกัมพูชา หลังจากที่ไทยถอดประกาศตัวจากภาคีอนุสัญญามรดกโลก ชายแดนไทย-กัมพูชา ก็เริ่มตรึงเครียดขึ้น ชาวบ้านตามแนวชายแดนเฝ้าสังเกตและรับฟังข่าวสารที่มาจากกองทัพ ทราบว่า ทหารทั้งสองฝ่ายเสริมกำลังทหารและอาวุธ เพื่อเตรียมพร้อมรบที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งสร้างความหวาดกลัวแก่ชาวบ้านที่อาศัยทำมาหากิน ปลูกบ้านเรือนอยู่ตามแนวชายแดนเป็นอันมาก
นายบรรยง ตั้งสุข หนึ่งในสมาชิกไทยอาสาป้องกันชาติ ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ขณะนี้ชาวบ้านต่างหวาดระแวงขวัญเสีย ได้ยินเสียงฟ้าร้องก็นึกว่าได้ยินเสียงปืนใหญ่ จะเร่งหอบเสื้อผ้า จูงลูกหลานเข้าหาที่หลบภัย โดยเฉพาะระยะนี้มีข่าวลือว่าทหารกัมพูชา ขนปืนใหญ่ตั้งหันกระบอกปืน และปืน BM21 ที่เคยยิงมาตกใส่บ้านเรือนราษฎรที่บ้านภูมิชรอลเมื่อกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาสร้างความเสียหาย ยิ่งสร้างความหวาดระแวงเพิ่มมากขึ้น จนไม่ได้ทำมาหากิน
นอกจากนี้เด็กเริ่มไม่กล้าที่ไปโรงเรียนเพิ่มมากขึ้น ผู้ปกครองเองต้องการดูแลลูกหลานอย่างใกล้ชิด ในช่วงเย็นหลังเลิกเรียน ผู้ปกครองจะพาลูกหลาน คนชราไปตรวจสอบดูหลุมหลบภัย พร้อมกับกำชับกันหากเกิดเหตุยิงหรือได้ยิงเสียงปืนใหญ่ดัง ให้รีบวิ่งเข้ามาที่หลุมหลบภัยที่ใกล้ที่สุด แข็งแรงที่สุด จนกว่าจะได้ยินเสียงผู้ใหญ่บ้านประกาศว่าปลอดภัย หรือมีทหารนำรถยนต์มารับไปยังศูนย์อพยพ
บ่ายวันนี้ได้ทราบข่าวว่า พลโทธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่2 ได้เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังแก่ทหารทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ตามแนวชายแดน โดยไม่ได้แจ้งกำหนดการล่วงหน้า และหลังจากที่เดินทางขึ้นไปเยี่ยมให้กำลังทหาร ก็ได้เดินทางลงมาขึ้นเฮลิคอปเตอร์เดินทางกองกำลังสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา ทันที



