ข่าว

"มาร์ค"ยังอุบไต๋ไม้เด็ดเวทีสุดท้าย

"มาร์ค"ยังอุบไต๋ไม้เด็ดเวทีสุดท้าย

29 มิ.ย. 2554

"อภิสิทธิ์" อิดโรยลมจับหาเสียงบ้านแพ้วสมุทรสาคร ชวนประชาชนใช้สิทธิ "ก้าวข้ามทักษิณ" อุบไต๋ไม้เด็ดเวทีสุดท้าย “ชวน” เชื่อประตูปฏิวัติปิดสนิทแม้เพื่อไทยนั่งเป็นรัฐบาล "บิ๊กจิ๋ว" จวก 2 พรรคใหญ่แข่งหาเสียงในด้านนโยบายประชานิยม ไม่มองการแก้ไขปัญหาวิกฤตชาต

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 29 มิ.ย.ที่ตลาดพลาซ่า อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เดินช่วยนายนิติรัฐ สุนทรวร ผู้สมัครเขต 3 และปราศรัยย่อยหาเสียง ทั้งนี้หลังเสร็จสิ้นเวทีปราศรัยย่อยที่ตลาดบ้านแพวพลาซ่า ซึ่งมีอากาศร้อนอบอ้าว นายอภิสิทธิ์ได้ลงมารับดอกไม้และรอยจูบจากบรรดากองเชียร์ที่มีจำนวนมาก ทำให้นายอภิสิทธิ์มีอาการคล้ายจะเป็นลม หน้าซีด เหงื่อแตกเต็มใบหน้า ซึ่งเมื่อขึ้นรถได้รีบดื่มน้ำ และอมลูกอมรสหวานทันที

อย่างไรก็ตามนายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกลยุทธ์หาเสียงโค้งสุดท้ายว่า พรรคประชาธิปัตย์ก็สื่อสารอย่างต่อเนื่องถึงทางเลือกที่ชัดเจน คิดว่าสิ่งที่พรรคเพื่อไทยพยามปฏิเสธ กับข้อสัมภาษณ์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตายกรัฐมนตรี ที่ยังยืนยันชัดเจนถึงความพยายามในเรื่องนิรโทษกรรมมันเป็นตัวที่บ่งบอกว่าเจตนาที่แท้จริงคืออะไร พรรคประชาธิปัตย์เดินหน้าว่าประเทศไทยจะต้องเดินไปด้วยนโยบายเพื่อประชาชนเท่านั้นไม่ใช่เอาเรื่องของประเทศไปผูกติดกับคนคนหนึ่งทำให้เกิดความขัดแย้งไม่รู้จบสิ้น วันนี้จะเดินหน้าสื่อสารเรื่องนี้ และเห็นชัดว่าเราได้หยิบยกเรื่องเหล่านี้มาอธิบายพี่น้องประชาชนก็เข้าใจสนับสนุนตอบรับดีขึ้น

 นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า จากการตอบรับที่เราไปทุกที่มีพี่น้องประชาชนที่เดิมอาจจะอยู่ในความเกรงกลัวอยู่บ้าง หลังจากที่เราพิสูจน์ให้เห็นว่าพื้นที่ทุกพื้นที่ในประเทศไทยรวมทั้งราชประสงค์เป็นของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน และทางเลือกที่แท้จริงของประเทศคืออะไรได้มีการกล้าแสดงออกมากขึ้น และตนมั่นใจว่าวันที่ 3 ก.ค.จะเลือกเดินประเทศไทยไปข้างหน้า ตนยืนยันว่าคะแนนที่ลงให้พรรคประชาธิปัตย์จะเป็นคะแนนที่บ่งบอกปฏิเสธความรุนแรง การแบ่งแยกประชาชนซึ่งคู่แข่งของเราเป็นผู้ดำเนินการมาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ดังนั้นคะแนนเสียงนี้จะเป็นเสียงที่ประชาชนทั่วประเทศจะเคารพและชาวโลกจับตาดูอยู่

 ผู้สื่อข่าวถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ยังให้สัมภาษณ์พาดพิงขบวนการยุติธรรมของไทยแต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กลับออกมาปฏิเสธแทนพี่ชายไม่ได้มีความคิดใลักษณะอย่างนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "ผมว่าดูของจริงกันเลยก็แล้วกัน ดูได้อยู่แล้วเดี๋ยวนี้หาดูไม่ยาก คุณทักษิณพาดพิงถึงระบบยุติธรรมอย่างเสียหาย ยังยืนยันว่าเงินที่ถูกยึดนั้นรัฐบาลขโมยมาและป้ายก็บอกว่า"ทักษิณคิดเพื่อไทยทำ"คงปฏิเสธกันไม่ได้"

 ผู้สื่อข่าวถามว่า  คำพูดของ น.ส. ยิ่งลักษณ์สามารถเป็นคำมั่นให้ประชาชนได้หรือไม่ว่า จะไม่มีการนิรโทษกรรมไม่มีการคืนเงินให้ พ.ต.ท.ทักษิณ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์เคยพูดถึงแผนปรองดอง และพ.ต.ท.ทักษิณให้สัมภาษณ์ชัดว่ากลับมาได้โดยไม่มีความผิดได้ด้วยแผนปรองดอง ถ้าตรงนี้มาปฏิเสธบอกว่าเชื่อได้ ดังนั้นนโยบายทุกเรื่องก็เชื่อไม่ได้เลย แต่ตนมั่นใจว่าจากการเดินเกมการเมืองของพรรคพลังประชาชนมาจนถึงพรรคเพื่อไทยบ่งบอกว่าเป้าหมายนี้ไม่เคยเปลี่ยนและพยายามทุกวิถีทางให้บรรลุเป้าหมายนี้ได้ คนที่จะหยุดยั้งเป้าหมายนี้ได้คือประชาชนในวันที่ 3 ก.ค.ประชาชนลงคะแนนให้ก้าวข้ามพ.ต.ท.ทักษิณด้วยการเลือกพรรคประชาธิปัตย์

 ผู้สื่อข่าวถามถึง การปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายที่ลานพระบรมรูปทรงม้าวันที่ 1 ก.ค.มีไฮไลต์คืออะไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "รอวันที่ 1 ก.ค.ขณะนี้เราเตรียมการอยู่และเราพยายามเชื่อมโยงไปยังเวทีอื่นๆทั่วประเทศอีก 10 เวที"

 เมื่อถามว่า วันที่ 1 ก.ค.จะเป็นหมัดเด็ดที่จะทำให้คนที่ยังไม่ตัดสินใจให้คะแนนประชาธิปัตย์กลับมาเลือกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คิดว่าขณะนี้คนเริ่มตัดสินใจชัดเจนขึ้นแล้ว ตนเชื่อว่าประชาชนต้องการเดินไปข้างหน้า และเอารัฐบาลทีมาทำงานให้กับเขา

 เมื่อถามถึง โพลล์ของนายเนวิน ชิดชอบ แกนำพรรคภูมิใจ ระบุว่าประชาธิปัตย์ได้ 180 และภูมิใจไทยได้ 70 เสียงนายกฯพร้อมตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "รวมกันแล้วก็ได้250"

เอาใจพนักงานกฟผ.เตรียมเพิ่มเงินเดือนให้

 นายอภิสิทธ์ พร้อมด้วยนายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.กระทรวงพาณิชย์และผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาช่วยลูกพรรคหาเสียงที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) บางกรวย จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นช่วงพักรับประทานอาหารของพนักงานและเจ้าหน้าที่ของ กฟผ. ทำให้ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว และกว่าที่นายอภิสิทธิ์จะแหวกวงล้อมผู้คนไปถึงรถปราศัยต้องใช้เวลานานกว่าสิบนาที  ดักคอ “เสื้อแดง” ไม่ได้ดั่งใจอย่าออกป่วน ยกคนใต้ไม่เคยแตะ “ยิ่งลักษณ์” แม้ถูกทักษิณปฏิบัติการโจรกระจอกทำสถานการณ์ทรุด

 ระหว่างที่นายอภิสิทธิ์เดินหาเสียงที่บริเวณกฟผ.อยู่นั้น บริเวณหน้าตึก ที 102 ได้มีชายวัยกลางคนสวมเสื้อเชิร์ตลายสก็อตสีแดง แจกใบปลิวโจมตีนโยบายของพรรค ปชป.  สวนเสียงกองเชียร์ที่ตะโกนเบอร์เบอร์ 10 และเมื่อพนักงานหญิงวัยกลางคน กฟผ.จำนวนหนึ่งเห็นจึงแสดงความไม่พอใจเข้าไปต่อว่าและด่าอย่างรุนแรง จนหวิดที่จะปะทะกัน ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้าไปกันและพาชายคนดังกล่าวออกไปจากบริเวณดังกล่าว เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับอันตราย เพราะพนักงาน กฟผ.ที่ไม่ชอบคนเสื้อแดงเริ่มรวมกลุ่มมากขึ้นและส่งเสียงโห่ไล่ ขณะที่ บริเวณด้านข้างตึก ที 101 ได้มีกลุ่มพนักงานกฟผ.ประมาณ 5-7 ได้มาถือป้ายโหวตโน (VOTE NO) สีเหลือง และป้ายยกเลิก MOU 43 พยายามชูป้ายใส่นายอภิสิทธิ์ที่กำลังปราศรัยอยู่บนรถหาเสียง ทำให้กลุ่มพนักงานที่สนับสนุน ปชป.แสดงอาการไม่พอใจ และพยายามยกป้ายสนับสนุนบังป้ายดังกล่าว ทำให้กลุ่มพนักงานโหวตโน พยายามเปลี่ยนที่ยืนเพื่อชูป้ายดังกล่าวอีกหลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้มีเหตุวุ่นวายใดๆ

 อย่างไรก็ตาม ก่อนที่คณะของนายอภิสิทธิ์จะเดินทางมาถึงนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) เปิดเผยว่า ได้มีคนเสื้อแดง 2 คนมายืนทวงถามเรื่อง 91 ศพ แต่ถูกกลุ่มพนักงาน กฟผ.ต่อต้านและขับไล่ ทางเจ้าหน้าทีตำรวจจึงได้พาตัวออกไปก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์รุนแรง ซึ่งพนักงานของกฟผ.จำนวนหนึ่ง ได้แสดงความไม่พอใจ พร้อมส่งเสียงขับไล่พร้อมบอกว่าจะมาก่อกวนทำไม

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ที่มาถึงกฝผ.ได้รับร้องเรียนถึงเรื่องการปรับอัตราเพิ่มค่าเงินเดือน ซึ่งขณะนี้กระทรวงแรงงานและการคลังได้ไปพิจารณาและได้ข้อยุติแล้วว่า จะนำเสนอกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดต่อไปให้อนุมัติเพิ่มเงินเดือนสำหรับพนักงานที่เงินเดือนเกิน 50,000 โดยจะให้เพิ่มอีก 2,500 บาท ซึ่งตอนนี้เรื่องได้ยุติแล้ว ส่วนผู้ที่ฝากให้ดูแลเรื่องความมั่นคงทางพลังงานนั้น โดยเฉพาะปัญหาการก่อตั้งโรงไฟฟ้าต่างๆ มักจะมีเสียงคัดค้าน ขอยืนยันว่า แนวทางของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และตนได้ทำอยู่ ซึ่งเป็นแนวทางที่ได้ปรึกษาหารือกับประชาชนในพื้นที่ เพราะเราต้องการให้การประกอบการของการไฟฟ้าเป็นมิตรกับประชาชนและชุมชน อยู่ด้วยกันด้วยดีไม่มีความขัดแย้งและเราจะผลักดันเรื่องนี้ในลักษณะนี้ต่อไป เพื่อความมั่นใจของประชาชนและพี่น้องชาวกฟผ. การตัดสินใจเลือกในวันที่ 3 นี้ ไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคเพื่อไทย จะเป็นการกำหนดเส้นทางที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ระหว่างการที่มีรัฐบาลที่มาทำงานทุ่มเททำงานประชาชนกับการที่เอาบ้านเมืองไปพัวพันปัญหาของคนๆ หนึ่ง ไม่รู้จบไม่รู้สิ้น วันนี้ประเทศไทยและองค์กรการไฟฟ้าต้องเดินไปข้างหน้าด้วยความเข็มแข็ง ด้วยความมั่นใจกับประชาชน และความมั่นใจกับนักลงทุนต่างชาติ เราเดินหน้าทำงานมาเป็นระยะเวลานาน ตนไม่อยากให้สิ่งเรานี้สูญเสียไป ขอให้ประชาชนเดินหน้าอย่างเดียวกับเบอร์ 10

 จากนั้นเวลา 13.00 น. นายอภิสิทธิ์ เดินทางมายังท่าน้ำอ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เพื่อเดินช่วยผู้สมัครส.ส. จังหวัดนนทบุรี ทั้ง 6 คน โดยมีประชาชนมอบดอกไม้และขอถ่ายรูปกับนายอภิสิทธิ์ตลอดทาง พร้อมกันนี้นายอภิสิทธิ์ได้ร่วมประเพณีหล่อเทียนพรรษาประจำปี 2554 ของเทศบาลนครปากเกร็ด ซึ่งจัดงานอยู่บริเวณท่าน้ำปากเกร็ดด้วย อย่างไรก็ตาม ในบริเวณดังกล่าวได้มีรถจักรยานยนต์สีแดงคันหนึ่ง ติดธงขนาดใหญ่สีแดง โดยในธงเป็นรูปภาพเสธแดงหรือพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล และที่รถจักรยานยนต์ดังกล่าว ยังมีการติดสติกเกอร์รอบตัวถังรถ อาทิ สติกเกอร์รูปการ์ตูนของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่ออันดับ 1 พรรคเพื่อไทย ที่ชูหมายเลข 1 และสติกเกอร์สีขาวตัวหนังสือสีน้ำเงิน พิมพ์ข้อความว่า “ใครเอ่ย? …ดีแต่พูด” และ สติกเกอร์โลโก้พรรคเพื่อไทย ขณะเดียวกันที่หมวกกันน็อคก็มีสติกเกอร์ ที่ระบุข้อความว่า “หยุดใช้น้ำลายแก้ปัญหา หยุดใช้ปาฐกถา สร้างชาติ” และ “คืนความสุขให้คนไทย คืนประชาธิปไตยให้ประชาชน” นอกจากนี้ในร้านหนังสือนายอินทร์ ยังมีพนักงานชูนิ้วเบอร์ 1 ให้นายอภิสิทธิ์ ส่วนแม่ค้าขายข้าวสวย รายหนึ่งเปิดเผยว่าคนที่นี่เขาไม่เลือกเบอร์ 10 กันหลอกเพราะเขาฉลาดหมดแล้ว ส่วนที่มากันเยอะๆอย่าที่เห็นนั้นส่วนใหญ่ก็เกณฑ์กันมาทั้งนั้น

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากเดินหาเสียงนานกว่า 1 ชั่วโมงเต็มนายอภิสิทธิ์เปิดปราศรัยใต้สะพานพระรามสี่ (ท่าน้ำปากเกร็ด) ตอนหนึ่งว่า ตนทราบวาพี่น้องทราบข่าวตอนลงหาเสียงและทำงานนายกฯมีบางกลุ่มมาต่อต้านก็อาจห่วงว่าจะท้อถอย แต่ตนยืนยันว่าเราเดินหน้าอย่างเดียว อีกทั้งสองปีกว่าตนพยายามทำให้บ้านเมืองผ่านพ้นวิกฤติเศรษฐกิจและการเมือง และเคยลืมว่าที่ได้รับโอกาสเข้าไปทำงานจากประชาชน นโยบายของเราจึงเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั้งสิ้น อาทิ เรียนฟรี15ปี เบี้ยผู้สูงอายุ ค่าตอบแทนอสม. และยังมีเรื่องการไฟฟ้าฟ้าฟรีถาวรการแก้นี้นอกระบบ โครงการประกันรายได้

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ยังมีการตรึงราคาแก๊สหุงต้มถ้าไม่มีทำวันนี้จะราคาแพงกว่านี้ 300 บาท รวมทั้งการตอ่อสู้ไม่ให้ดีเซลเกิน 30 บาท/ลิตร ดังนั้นนโยบายของเรามีเพิ่มรายได้สู้กับของแพงที่จะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 25% ภายในสองปี และจะขยายเงินกองทุนเพื่อการศึกษา เพิ่มกองกำลังในการดูแลปัญหายาเสพติดเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน และจังหวัดปริมณฑลอย่างนนทบุรี ก็มีการดำเนินการเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ รถไฟฟ้า รถลอยฟ้าและรถใต้ดิน ที่จะเป็นประโยชน์ของประชาชน ซึ่จะทำให้เสร็จภายใน4-5 ปี หากกลับไปเป็นรัฐบาล รวมทั้งจะมีการทำระบบตั๋วเพื่อเชื่อมโยงกับรถเมล์และเรือ ซึ่งเป็นนโยบายที่เราจะเดินหน้า

 “วันที่ 3 ก.ค. เป็นวันที่จะตัดสินใจว่าจะสนับสนุนการเมืองแบบใด .ซึ่งพรรคประขาธิปัตย์ทำงานระบบรัฐสภา ยึดกฎหมายและปฏิเสธความรุนแรงและการแบ่งแยกประชาชนทุกรูปแบบ ดังนั้นเราต้องตัดสินใจได้แล้ว หากตัดสสินใจเสี่ยงกับการเปลี่ยนรัฐบาล หลายโคงการจะถูกรื้อและยกเลิก”นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ปชป.บอก"ยิ่งลักษณ์"อย่าพูดเท็จป้องพี่ชาย

 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยปฏิเสธว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่เคยให้สัมภาษณ์ในลักษณะทำลายความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมและได้ประโยชน์จากกระบวนการนิรโทษกรรมหลังการเลือกตั้งว่า ข้อเท็จจริงผ่านการให้สัมภาษณ์ของพ.ต.ท.ทักษิณผ่านสื่อต่างประเทศนั้น ชัดเจนว่าพ.ต.ท.ทักษิณ นั้นพูดอย่างไรต่อกระบวนการยุติธรรม โดยยังบอกว่าสามารถกลับมาประเทศไทยได้โดยไม่ต้องรับโทษหากมีกระบวนการปรองดองหลังการเลือกตั้ง ส่วนประชาชนจะเห็นด้วยหรือไม่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจในการเลือกตั้ง แต่พรรคประชาธิปัตย์ไม่อยากจะให้ผู้ที่อาสาเป็นนายกรัฐมนตรีต้องกล่าวเท็จเพื่อปกป้องพี่ชายของตนเอง

 เมื่อถามถึงแนวทางนิรโทษกรรมผู้กระทำผิดทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ต่อจากนี้ นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า พรรคเปิดกว้างที่จะรับฟังข้อเสนอ ทั้งจากการหารือกับคณะกรรมการที่เป็นกลาง ทั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบ และค้นหาความจริง เพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ที่มีนายคณิต ณ นครเป็นประธาน และคณะกรรมการพิจารณาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปฏิรูปการเมือง ที่มีนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ เป็นประธาน โดยพรรคเห็นว่าหากข้อเสนอที่จะสามารถแก้ไขความขัดแย้งนั้นต้องรับฟังจากคณะกรรมการคนกลางที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับความขัดแย้ง เช่นเดียวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในบางมาตราในรัฐบาลชุดต่อไป แต่การนิรโทษกรรมใดๆต้องตอบโจทย์การแก้ปัญหาของประเทศและรักษาผลประโยชน์ของประชาชน คดีที่เกี่ยวข้องกับการเมืองที่มาจากความขัดแย้งทางการเมืองนั้นก็ถือว่าเป็นสิ่งที่สามารถพิจารณาได้ แตกต่างจากคดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่น ทั้งนี้ยืนยันว่าแนวทางการนิรโทษกรรมทางการเมือง อาทิ การยกเลิกความผิดกับผู้ชุมนุมทางการเมือง การยกเลิกการตัดสิทธิ์ให้กับบ้านเลขที่ 111 และ 109 นั้น เป็นสิ่งที่พรรคยืนยันมาตลอด ไม่ได้เพิ่งจะมีขึ้นเพื่อเอาใจพรรคการเมืองอื่นๆ ในการจับขั้วรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง

 เมื่อถามว่า หากพรรคเพื่อไทยมีการตั้งคณะกรรมการที่เป็นคนกลางมาดำเนินการเรื่องความปรองดองเช่นกัน พรรคประชาธิปัตย์จะรับได้หรือไม่ นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา ถ้าเป็นคนกลางที่สามารถวางแนวทางเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวมได้ก็ไม่มีปัญหา แต่ที่ไม่เห็นด้วยคือการอ้างกระบวนการปรองดองแต่เพื่อสานต่อบุคคลเพียงคนเดียว

 จี้“ยิ่งลักษณ์”ตอบเบื้องหลังคุยปฏิวัติทูตอเมริกา

 นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ได้มีโอกาสพบกับคณะทูตานุทูตและกลุ่มสังเกตการณ์เลือกตั้ง เพราะพรรคสนับสนุนทุกกระบวนการรวมถึงองค์กรระหว่างประเทศที่จะสร้างคำมั่นใจในการเลือกตั้ง รวมถึงเคารพผลการเลือกตั้งครั้งนี้

 อย่างไรก็ตามเมื่อเร็วๆนี้ได้ปรากฎข่าวน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทยเข้าพบนางคริสตี้ เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย โดยมีรายงานข่าวระบุว่าหลังจากพูดคุยแล้วน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่าเอกอัครราชทูตสหรัฐได้แสดงความเป็นห่วงและไม่สนับสนุนการปฏิวัติในประเทศไทย ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์จึงขอถามย้ำกลับไปยังน.ส.ยิ่งลักษณ์และเอกอัครราชทูตฯ ว่าคำพูดดังกล่าวเกิดขึ้นในระหว่างการสนทนาจริงหรือไม่ เพราะเรื่องนี้คือเรื่องใหญ่ เนื่องจากอยู่ในช่วงใกล้เลือกตั้งและยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นต่อมิตรประเทศ

ฉะ“ฮุน เซน”อย่าจุ้นการเมืองไทย

 นพ. บุรณัชย์ ยังกล่าวกรณีสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาให้สัมภาษณ์ในลักษณะที่ว่าขณะนี้ในประเทศไทยมีกระบวนการทำลายการเลือกตั้งโดยวิธีสร้างปัญหากับประเทศกัมพูชาว่า เป็นการดูถูกกระบวนการประชาธิปไตยในประเทศไทย และระบุชัดเจนถึงพรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้นพรรคจึงต้องชี้แจงว่ารัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์นั้นไม่เคยรุกรานประเทศใดแต่ยืนยันในการรักษาอธิปไตยของประเทศ ทั้งนี้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่าง 2 ประเทศนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น แต่เป็นเพราะมีสาเหตุมาจากกัมพูชา และผลพวงจากการทำงานของรัฐบาลไทยในอดีตที่ให้สิทธิ์กัมพูชาขึ้นทะเบียนมรดกโลกเพียงฝ่ายเดียว จึงเป็นเรื่องน่าเสียดายที่กัมพูชาจะละเลยความสัมพันธ์กับไทยเพราะไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองต้องการ นอกจากนี้สมเด็จฮุนเซ็นไม่ควรที่จะวิพากษ์วิจารณ์ก้าวก่ายประเทศไทย อย่างไรก็ตามประชาชนจะสามารถตัดสินใจได้ที่จะเลือกระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทยที่มีความแตกต่างกันชัดเจนในนโยบายต่างประเทศ

“ชวน”เชื่อประตูปฏิวัติปิดสนิทแม้เพื่อไทยนั่งเป็นรัฐบาล

 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีหากพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งแล้วอาจจะเกิดการปฏิวัติรัฐประหารว่า ปัญหานี้ไม่มีแล้ว มันไม่มีเหตุผล นอกจากจะมีการปลุกระดมเพื่อพูดให้เสียหายต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เช่นต้องการทำให้ทหารเสียหาย หรือคนพูดต้องการให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรับความเสียหายเพื่อส่งเสริมตัวเองขึ้นมาเท่านั้น

 “ผมว่าแม้กระทั่งคำถามเช่นนี้ก็ไม่น่าจะเกิดขึ้นเพราะมีการเดินมาถึงกระบวนการที่จะต้องไปเลือกตั้ง จะไปตั้งคำถามสมมติว่ามันเป็นอย่างนั้นอย่างนี้มันสมมุติได้แต่ในความเป็นจริงไม่ควรที่จะเป็นเรื่องที่จะนำมาพูดกันอีกแล้วเพราะมันมาถึงการเลือกตั้ง ถึงขั้นนี้แล้ว ส่วนใครที่จะได้ที่หนึ่งหรือที่สองก็ให้เป็นไปตามเสียงของประชาชน การตั้งรัฐบาลก็จะเป็นไปตามปกติของกระบวนการ เพราะรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยใช้เสียงข้างมาก ใครรวมเสียงข้างมากไม่ได้ รัฐบาลก็อยู่ไม่ได้ ” นายชวน กล่าว

 เมื่อถามย้ำว่า หากพรรคเพื่อไทยได้เสียงข้างมากแล้วรวมเสียงพรรคร่วมไม่ได้ แต่พรรคประชาธิปัตย์สามารถรวมเสียงข้างมากได้ ในฐานะที่เป็นพรรคลำดับที่สอง เกรงกันว่าจะเกิดความวุ่นวายเกิดขึ้น นายชวน กล่าวว่า ในหลักก็เป็นหลักของมันอยู่วันยังค่ำ คือหลักที่ว่าใครได้เสียงข้างมากก็ควรได้จัดตั้งรัฐบาล แม้ไม่ได้เป็นกฎหมายแต่ก็เป็นธรรมเนียมปฏิบัติ
 
ดักคอ“เสื้อแดง”ไม่ได้ดั่งใจอย่าออกมาป่วน

 เมื่อถามย้ำอีกว่า พรรคเพื่อไทยพยายามปลุกคนเสื้อแดงว่า ถ้าเกิดถึงวันนั้น ให้สวมเสื้อแดงออกมาแสดงพลังกันเพื่อให้เกิดความวุ่นวาย นายชวน กล่าวว่า ถ้ามีเช่นนี้ก็ควรจะห้ามปราม นอกจากไม่ควรจะปลุกระดมให้ออกมาแล้วก็ควรจะห้ามไม่ให้ออกมาในช่วงการหาเสียง ไม่ควรไปรบกวนฝ่ายอื่น เช่นการทำลายป้าย โห่ร้องขับไล่ฝ่ายอื่น

 “ผมอยู่ที่นราธิวาส ยังชมชาวบ้านคนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้เลย ตอนที่คุณยิ่งลักษณ์ไปนราธิวาส ทั้งๆที่พี่ชายคุณยิ่งลักษณ์คือสาเหตุของการนองเลือดในพื้นที่ภาคใต้ แต่ชาวบ้านเองไม่ได้แสดงออกต่อต้านในลักษณะที่รุนแรง ไม่มีการปาสิ่งของ ไม่ด่าหรือออกมาประท้วงใดๆ เป็นรื่องที่น่าชื่นชม ผมไปปราศัยก็กล่าวชมคนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เพราะพี่น้องเหล่านั้นเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายโจรกระจอกของคุณทักษิณ ที่วันนี้เขาเองออกมารับสารภาพเมื่อสองสัปดห์ที่แล้วว่า เป็นความพลาดของเขาที่ไปใช้กำปั้นเหล็กกับพี่น้องมุสลิม แต่คนในพื้นที่กลับไม่ได้ออกมาตอบโต้คุณยิ่งลักษณ์ที่เป็นโคลนนิ่งตัวแทนของคุณทักษิณ ซึ่งผมก็บอกชาวบ้านว่า เราจะพอใจหรือไม่ก็ให้เก็บเอาไว้แล้วไปแสดงออกตอนเลือกตั้งดีกว่าไปใช้วิธีรุนแรง เพราะถ้าใช้วิธีรุนแรงแล้วที่สุดก็จะไม่จบ มันก็จะมีการโต้ตอบอย่างที่คนเสื้อแดงใช้กันทุกวันนี้ ซึ่งคิดว่าเรื่องนี้พรรคเพื่อไทยเองควรจะห้าม ไม่ควรปล่อย ” นายชวน กล่าวย้ำ

 นายชวน กล่าวอีกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีจะบอกว่าไม่เกี่ยวข้องกับคนเสื้อแดงไม่ได้ เพราะในอดีตพ.ต.ท.ทักษิณเคยมีคำให้สัมภาษณ์ที่บอกว่าสามารถเชื่อมโยงกันได้ชัดเจน อาทิ เคยบอกส.ส.ไปดูแลคนเสื้อแดง ตนยังจำได้เพราะคุณทักษิณเขาพูดชัดเจน วันนั้นเป็นเรื่องที่ทุกคนยอมรับว่าเขาเลี้ยงคนเสื้อแดงอยู่ มีการพูดติดตลกว่า ถ้าส.ส.ไปกินก๋วยเตี๋ยวแล้วต้องจ่ายเงินเอง แต่ถ้าคนเสื้อแดงพ.ต.ท.ทักษิณจะดูแล ดังนั้นตนมองว่า พ.ต.ท.ทักษิณ สามารถห้ามคนเสื้อแดงได้ ไม่ให้ใช้วิธีการทำลายแผ่นป้ายหาเสียงได้ อย่างในภาคอีสานนั้นกว่า 90 % ที่ป้ายหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ถูกทำลาย แต่ในภาคใต้ที่กลับไม่พบการทำลายป้ายหาเสียงของพรรคอื่นๆ

 เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าในการตั้งรัฐบาลมีการใช้หลักเสียงข้างมาก แต่ก็เป็นไปได้ที่จะเปิดโอกาสให้ฝ่ายอื่นเข้ามาช่วยจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายชวน ถามกลับว่า ฝ่ายอื่นหมายถึงใคร ผู้สื่อข่าวตอบว่า หมายถึงใครก็ได้ หรือคนที่มีบารมี มีปืน ก็ได้ นายชวน ตอบว่า “ โอ้โฮ มันหมดไปแล้วเพราะเดี๋ยวนี้การเลือกนายกรัฐมนตรี เขาเลือกกันในสภา มีการขานชื่อ ใครจะมาจี้ให้ลงชื่อเหมือนสมัยก่อนไม่มีแล้ว สมัยก่อนอาจจะจี้หัวหน้าพรรคให้ลงชื่อเลือกพรรคนั้น พรรคนี้ แต่เดี๋ยวนี้ ทำไม่ได้แล้ว แม้กระทั่งครั้งหลังสุดที่ผ่านมาก็ทำไม่ได้ อย่างกรณีนายสมัคร สนุทรเวช นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่เป็นนายกรัฐมนตรีก็แข่งขันกันมา ในสภาเดียวกับนายอภิสิทธิ์

ยันปชป.ไม่จำเป็นต้องคุยทหารก่อนตั้งรัฐบาล

 เมื่อถามย้ำว่า เมื่อปี 2551 มีการเกณฑ์แกนนำพรรคร่วมขึ้นรถตู้ไปหารือที่หนึ่งก่อนตั้งรัฐบาล นายชวน ตอบว่า “ผมไม่ทราบว่าไปขึ้นรถตู้หรือรถอะไร แต่ความจริงแล้ว ผมว่าทำไม่ได้ ถ้านักการเมืองเป็นตัวของตัวเอง หรือจะไปบังคับให้เขาเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ ไม่ได้ เมื่อถามว่า ก่อนมีการจัดตั้งรัฐบาลจะมีการไปขอคำแนะนำจากเหล่าทัพหรือกองทัพ หรือไม่ นายชวน ตอบว่า ไม่ทราบต้องไปถามพรรคการเมืองนั้นๆ แต่ถ้าเป็นพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ต้องไปปรึกษาใคร ขอให้ไปถามพรรคอื่น และมีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปถาม เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า เมื่อปี 51 มีการไปขอคำแนะนำจากทหาร นายชวนถามกลับว่า นั่นสิ เมื่อปี 51เหตุผลมีทหารมาลงคะแนนด้วยไหม อันนี้ต้องไปดูเหตุผลความเป็นจริง และต้องเข้าใจเจตนาคำถามว่าถามเพื่ออะไร แต่ตนคงไม่เป็นเหยื่อไปด่าพรรคการเมืองอื่น เพราะจริงๆ ตนเห็นว่าเมื่อเลือกตั้งปี50 เสร็จลง นายสมัคร สุนทรเวช ก็เป็นนายกฯ ก็ไม่มีใครว่าอะไร หรือจากนั้นท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์มาเป็นนายกฯก็ไม่มีใครว่าอะไร แต่พอนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาเป็นนายกฯ ก็มีปัญหาเลย อันนี้ก็ต้องให้ความเป็นธรรมว่ามีความต่างกันอย่างไร

อ้างพรรคร่วมฯบอกมีเรื่องหนึ่งรับ“ทักษิณ”ไม่ได้เลยขอแยกวง

 “ผมก็เคยคุยว่าทำไมเขาถึงเปลี่ยนไป เขาก็เล่าให้ฟังว่าทำไมเขาถึงเปลี่ยนความคิดจึงได้ออกจากคุณทักษิณ เขาก็พูดตรงๆว่า มันขาดสะบั้น ในวันที่คุณทักษิณไปพูดถึงเรื่องหนึ่ง แล้วก็พังกันไปในวันนั้น ที่ผมถามเพราะแปลกใจและไม่ชอบนักการเมืองที่ย้ายพรรคสังกัด เปลี่ยนอุดมการณ์ ซึ่งเขาก็บอกว่าเขาเองไม่เคยคิดที่จะเปลี่ยน แต่วันหนึ่งคุณทักษิณ พูดเรื่องๆหนึ่ง มันก็ขาดสะบั้นไป อุดมการณ์ไปกันคนละทิศ เรื่องอื่นไปได้ แต่เรื่องนี้ไปไม่ได้ อันนี้คือ ข้อเท็จจริงที่พูดคุยกัน ” นายชวน กล่าว

บอกสื่อรู้ดีคืออะไรแต่ทำดัดจริตถาม

 ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า เรื่องหนึ่งที่ยอมรับไม่ได้คือเรื่องอะไร นายชวน กล่าวว่า ตนว่าสื่อรู้กันอยู่แล้ว แต่ดัดจริตทำเป็นไม่รู้ ทำเป็นตั้งคำถามและให้คนอื่นเขาตอบ แต่ความจริงพวกคุณรู้คำตอบและตอบได้มากกว่าตน เพราะอยู่ใกล้ชิดกกว่า เมื่อถามต่อว่า นายชวนน่าจะรู้มากกว่า นายชวน กล่าวย้อนว่า ตนไม่รู้อะไรมาก ถ้าได้ฟังด้วยหูตัวเองก็จะไม่กล้าพูด แต่เมื่อได้ฟังกับหูตัวเองก็เลยเข้าใจว่า ความจริงก็อยากรู้เช่นกันว่า อยู่ร่วมกันมาดีๆ แล้วมาขาดสะบั้นกันตอนไหน ซึ่งเขามาเล่าให้ฟังว่า ความจริงไม่มีเรื่องขัดแย้งอย่างอื่นเลย แต่พอถึงเรื่องนี้พูดปั๊บ ก็ขาดเลยแต่ตนขอไม่พูด ไม่อยากเป็นเหยื่อเหตุการณ์อะไรทั้งนั้น เพียงแต่จะเล่าให้ฟังว่าเหตุของการเปลี่ยนแปลงว่า ได้ยินมาอย่างไรบ้าง

ปัดตอบกกต.เฉื่อยคุมเลือกตั้ง

 เมื่อถามถึงกรณีการร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตเลือกตั้งที่มีร้องเข้ามามาก แต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่สามารถแจกใบแดง ใบเหลืองเพื่อเป็นตัวอย่างและป้องปรามการทุจริตได้ นายชวน กล่าวว่า ตนไม่มีโอกาสที่ได้ติดตามการทำงานของ กกต. จึงยังไม่ทราบเรื่องเหล่านี้ และไม่ทราบว่า กกต.มีหลักฐานที่ไหนบ้าง อย่างไร

ชาญวิทย์อิงเกมส์ดังไอโฟนดึงคนรุ่นใหม่ไปเลือกตั้ง

นายชาญวิทย์ วิภูศิริ  ผู้สมัคร ส.ส. 17 มีนบุรี คันนายาว พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงได้พยายามกระตุ้นคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะนิสิตนักศึกษาให้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งโดยจัดทำป้ายรณรงค์เรียกร้องให้เยาวชนซึ่งนิยมเกมส์ Angry Birds และเกมส์ปลูกผักหรือ Farm Ville ผ่านโทรศัพท์มือถือว่า“อย่ายิงนกเพลิน  จนเมินเลือกตั้ง”  และ “น้อง ๆ ปลูกผัก  แล้วอย่าลืม  ปลูกรักประชาธิปไตย”โดยจะรณรงค์ตามสถานศึกษาในพื้นที่อาทิ เทคนิคมีนบุรี  วิทยทลัยเทคนิคกาญจนา วิทยาลัยเจริญพัฒนาบริหารธุรกิจ  โรงเรียนพณิชย์มีนบุรี/ วิทยาลัยทักษินาบริหารธุรกิจ และเทคโนดุสิต เป็นต้น

 "บิ๊กจิ๋ว"จวก2พรรคใหญ่ไม่ชูนโยบายแก้ปัญหาวิกฤตชาติ

 พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวในการแสดงปาฐกถาพิเศษในหัวข้อเรื่อง "ทางออกแก้วิกฤตการณ์การเมืองไทยอย่างยั่งยืน" ที่ห้องบุษยรัตน์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ว่า ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทางการเมือง ขณะนี้เกิดจากการปกครองที่ไม่เป็นธรรม ความเหลื่อมล้ำของชนชั้น อำนาจอธิปไตยไม่ได้อยู่ในมือของประชาชน แนวทางแก้ไขนั้น ต้องสร้างความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย โดยสันติวิธี  

 ขณะที่การหาเสียงของพรรคการเมืองใหญ่เน้นไปที่นโยบายประชานิยม  ยังไม่เห็นพรรคการเมืองไหนเลยที่ชี้ให้เห็นว่าประเทศชาติมีปัญหาตรงนี้ต้องแก้อย่างนั้นอย่างนี้ซึ่งพรรคการเมืองยังไม่เข้าไปดูแลตรงนี้  ซึ่งพรรคการเมืองยังไม่รู้เลยว่าหลังเลือกตั้งจะต้องทำอะไร   ซึ่งถ้าทำอย่างนี้ก็คือตอบโจทย์และไปแก้ไขปัญหาบ้านเมืองไม่ได้  

 พล.อ.ชวลิต กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาของชาติว่าต้องให้ประชาชนมีอำนาจ  ต้องกระจายอำนาจให้กับประชาชนอย่างเก็บอำนาจไว้ในทำเนียบ การแก้ไขปัญหาให้กับสังคมไทย ต้องคืนอำนาจประชาธิปไตยให้กับคนไทย อย่างแท้จริง ให้ความเสมอภาคในสังคมไทย อย่าใช้สองมาตรฐาน หากหลังเลือกตั้งในครั้งนี้อำนาจยังไปอยู่กับผู้บริหารประเทศไม่ได้อยู่กับประชาชน ยากที่จะแก้ไขปัญหาให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุขได้  ความปองดองของคนในประเทศยังไม่เกิดขึ้น  เพราะพรรคการเมืองยังไม่รู้ตัวเองเลยว่าหลังเลือกตั้งจะต้องทำอะไร  ถ้าพรรคการเมืองยังชิงการได้เปรียบเสียเปรียบด้ายการหาเสียงในการนำนโยบายของพรรคซึ่งเป็นนโยบายประชานิยมมาเป็นตัวในการชิงคะแนนเสียงกันอย่างนี้จะตอบโจทย์ในการแก้ปัญหาของบ้านเมืองไม่ได้ ซึ่งมันเป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองที่จะต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาของประเทศร่วมกัน มีแต่ความแตกแยก มันน่าเศร้า