ข่าว

ก.แรงงานแจงของบ 300 ล. ชะลอเลิกจ้างไม่เกี่ยวต้นกล้า

ก.แรงงานแจงของบ 300 ล. ชะลอเลิกจ้างไม่เกี่ยวต้นกล้า

23 เม.ย. 2552

กระทรวงแรงงานแจง งบ 300 ล้านบาท ไม่ซ้ำซ้อนโครงการต้นกล้าอาชีพ เล็งของบก้อนใหญ่ชะลอเลิกจ้างกับ ครม.เศรษฐกิจหลังผิดหวังจากงบต้นกล้าอาชีพ

นายพรชัย อยู่ประยงค์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า  แนวทางที่กระทรวงแรงงานได้จัดงบ 300 ล้านบาท เพื่อบรรเทาปัญหากรณีมีผู้ว่างงานหลังช่วงสงกรานต์ ถือเป็นการใช้งบกลางตามปกติของกระทรวงแรงงานอยู่แล้ว แต่มีการเพิ่มเติมรายละเอียดจากเดิมที่มีไว้ช่วยผู้ประสบปัญหาภัยแล้งเพียงอย่างเดียว ให้เพิ่มเป็นการช่วยเหลือที่รายได้และมีอาชีพ ก็จะเพิ่มให้กับผู้ว่างงาน ที่ว่างงานในภูมิลำเนาต่างๆ ได้มีรายได้ วันละ 150 บาท เป็นเวลา 20 วัน  ซึ่งในขณะนี้ร่างรายละเอียดของการใช้เงินงบประมาณในโครงการคาดว่าใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว
   “ได้มีการโอนงบให้จังหวัดเป็นผู้ดำเนินการ เพื่อให้ไปประสานกับทาง อบต. ในโครงการที่จะช่วยสร้างงานในท้องถิ่นได้ ประชาชนที่ตกงานหลังสงกรานต์   แต่เชื่อว่าจะไม่มีความซ้ำซ้อนกับโครงการต้นกล้าอาชีพ เพราะจะมีการตรวจเลขบัตรประชาชน 13 หลักทุกคน” นายพรชัยกล่าว
   รองปลัดฯ คนเดิม กล่าวอีกว่า ขณะนี้การแก้ปัญหาของกระทรวงแรงงานมีทั้งแผนเฉพาะหน้า และแผนงานตามปกติ ปัญหาแรงงานมีการเปลี่ยนแปลงเร็วมากไม่ว่าจะเป็นแรงงานที่กลับจากต่าางประเทศที่มีมากขึ้น การตกงานหลังสงกรานต์  ทั้งหมดนี้ยังไม่แน่ใจว่าจะมีตัวเลขที่ชัดเจนเท่าไหร่ คงต้องรอการสำรวจให้แน่ชัดก่อน
 ด้านนายพงษ์ศักดิ เปล่งแสง โฆษกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า งบ 300 ล้านบาท เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ได้ดำเนินการไปแล้ว แต่ขณะนี้ทางกระทรวงแรงงานจะได้นำเรื่องเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ในวันที่ 22 เมษายน  เพื่อของบในการชะลอการเลิกจ้าง ผู้ที่ทำงานในสถานประกอบการที่มีแนวโน้มจะว่างงาน โดยตั้งเป้าหมายว่าจะช่วยแรงงานได้อีก 50,000 คน ไม่ให้ว่างงานพร้อมกันในช่วงปีนี้ 
 สำหรับราละเอียดของงบประมาณที่จะเสนอนั้น เบื้องต้นแรงงานจะได้รับการฝึกงานโดยได้รายได้วันละ 160 บาท ไม่เกิน 30 วัน เฉลี่ยคนละไม่เกิน 4,800 บาท และไม่รวมค่าวิทยากรที่จะตั้งค่าใช้จ่ายไว้  ทั้งนี้จะไม่รวมเงินเดือนประจำที่แรงงานได้รับอยู่แล้ว
  สำหรับหลักเกณฑ์ในการพิจารณาว่าสถานประกอบการใดควรได้สิทธิ์เข้าโครงการ จะเป็นหน้าที่ของสภาอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน  (กกร.) จะเป็นผู้คัดเลือกสถานประกอบการ  เนื่องจากมีการเกรงกันว่า หากให้ส่วนราชการดำเนินการสรุป อาจมีตัวเลขแรงงานผีที่ไม่ได้เข้าอบรมจริงในโครงการแฝงเข้ามารับเงินงบประมาณได้