
หอฯจี้ธุรกิจท้องถิ่นเร่งพัฒนาตัวเอง
ประธานสภาหอการค้าไทยชี้กลุ่มอาเซียนจะมีบทบาทมากขึ้น หลังรวมตัวเป็นกลุ่มประชาคมฯ แนะผู้ประกอบการท้องถิ่น และบุคลากรในสายงานต่างๆ ต้องสร้างทักษะทางด้านภาษาควบคู่กับการพัฒนาในตัวสินค้า เพื่อเพิ่มขีดแข่งขัน สร้างโอกาสใหม่ให้แก่ตัวเอง
นายดุสิต นนทะนาคร ประธานสภาหอการค้าไทย ปาฐกถาหัวข้อ "อนาคตผู้ประกอบการไทยในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน" จัดโดยวิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ณ กรุงเทพ และกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ที่ จ.ขอนแก่น ว่ารูปแบบของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ไม่ได้หยุดแค่ในกลุ่มอาเซียนเท่านั้น แต่จะรวมถึงประเทศคู่ค้ากับอาเซียนด้วย ทั้งจีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอินเดีย คิดเป็นประชากรรวมกันกว่า 3,284 ล้านคน หรือ 50% ของประชากรโลก โดยเออีซีจะก่อให้เกิดการเคลื่อนย้ายเสรี และการแข่งขันกันรุนแรง
ดังนั้น ผู้ประกอบการและบุคลากรในวิชาชีพต่างๆ ของไทย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนาทักษะ ฝีมือ เพื่อรับมือกับการแข่งขัน เช่น ทักษะด้านภาษาอังกฤษ ภาษาของประเทศในกลุ่มอาเซียน
"การเข้าไปตีตลาดในต่างประเทศนั้น ควรที่จะศึกษา เรียนรู้ ทำความเข้าใจ ความต้องการของแต่ละประเทศซึ่งไม่เหมือนกัน ดังนั้นจึงต้องเตรียมพร้อมทางด้านนี้ด้วย นอกจากนี้การปรับมาตรฐานสินค้าให้อยู่ในระดับสากล เป็นเรื่องที่มีความจำเป็นอย่างมาก หากไม่มีการพัฒนา สุดท้ายแล้วก็จะกลายเป็นโอกาสของคู่แข่งจากต่างประเทศที่มีสินค้าที่ได้มาตรฐานและราคาถูกกว่า เข้ามาตีตลาดที่ประเทศไทยมีบทบาท" นายดุสิต กล่าว
ด้านนางบุญเจือ วงษ์เกษม ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาผู้ประกอบการ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนนั้นมีเป้าหมายหลักที่จะไปสู่การมีตลาดและฐานการผลิตร่วมกัน ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศอาเซียน ทั้งทางด้านสินค้า บริการ การลงทุน การเคลื่อนย้ายเงินทุนและแรงงานฝีมืออย่างเสรี การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวย่อมมีผลกระทบต่อประเทศในกลุ่มอาเซียนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะประเทศไทย เนื่องจากการเปิดการค้าเสรีต้องเผชิญกับคู่แข่งจากต่างประเทศที่เคลื่อนย้ายเข้ามาในประเทศได้สะดวกมากขึ้น



