
ครม.จ๊ากหมูแพง-ไข่ไก่ราคาเริ่มลด
พาณิชย์รายงานสถานการณ์ราคาสินค้าให้ ครม.รับทราบ เผยเนื้อหมูยังแพง ขณะที่ปัญหาไข่ไก่เริ่มคลี่คลาย หลังมีผลผลิตไข่ไก่จากการเปิดเสรีนำเข้าแม่พันธุ์เริ่มออกสู่ตลาด เตรียมถก กกร.วันที่ 29 มิ.ย.นี้ ห้ามส่งออกหมู
นพ.มารุต มัสยวาณิช รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้รับทราบรายงานการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าแพงจากกระทรวงพาณิชย์ โดยจากการติดตามสถานการณ์ไข่ไก่ พบว่าแม้ปัญหาด้านปริมาณจะคลี่คลายเนื่องจากผลผลิตไข่ไก่ออกสู่ตลาดมากขึ้น แต่ผลผลิตส่วนใหญ่ หรือราว 60% มีขนาดกลางและเล็ก ซึ่งเป็นผลผลิตของแม่ไก่ไข่ยืนกรงรุ่นใหม่ที่มาจากพ่อแม่พันธุ์นำเข้าตามมาตรการนำเข้าพันธุ์ไก่ไข่เสรี เกษตรกรจึงจำหน่ายได้ในราคาที่ต่ำกว่าราคาแนะนำฟองละ 2.90 บาท
นอกจากนี้ ยังได้ประสานองค์กรผู้เลี้ยงไก่ไข่และบริษัทผู้เลี้ยงไข่ไก่รายใหญ่ เพื่อขอความร่วมมือปรับลดราคาไข่ไก่ลง ซึ่งในเบื้องต้นได้รับความร่วมมือปรับลดราคาไข่ไก่คละที่เกษตรกรขายได้หน้าฟาร์มในแต่ละขนาด
ส่วนสุกรมีชีวิตนั้นพบว่าราคายังเคลื่อนไหวอยู่ในระดับค่อนข้างสูง ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้สอบถามว่าเหตุใดราคายังแพง และบางตลาดพบว่าขายเกินกว่าราคาแนะนำ ทางกระทรวงพาณิชย์ชี้แจงว่า เพราะหมูมีราคาดี และก่อนหน้านี้กระทรวงพาณิชย์ได้ขอร้องจากผู้เลี้ยงหมูให้ยุติการส่งออกเป็นการชั่วคราว แต่ยังไม่ได้ห้าม ทำให้ปริมาณเนื้อหมูในประเทศลดลง ราคาเนื้อหมูจึงยังสูง
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังระบุด้วยว่าจะเรียกประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยสินค้าและบริการ (กกร.) ในวันที่ 29 มิถุนายนนี้ เพื่อพิจารณาสั่งห้ามส่งออกเนื้อหมู เป็นการแก้ไขปัญหาหมูมีราคาแพงต่อไป
ด้านนางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า จากการตรวจสอบสถานการณ์ราคาไก่ พบข้อเท็จจริงที่ว่าไก่สดที่ผู้ค้าปลีกรับมาจากโรงงานผู้ผลิตชนิดบรรจุถุงใส่น้ำหนักไม่ครบ เช่นชนิดถึง 10 กิโลกรัม แต่มีน้ำหนักเพียง 9.50-9.70 กิโลกรัม ทำให้ผู้จำหน่ายปลีกต้องรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ราคาจำหน่ายปลีกสูงกว่าราคาแนะนำ
"จากการเชิญผู้ประกอบการมาหารือมี 5 ราย ได้แก่ ซีพีเอฟเทรดดิ้ง, เบรทาโกรฟู้ดส์, แหลมทองผลิตภัณฑ์อาหาร, คาร์กิลล์มีทส์ (ไทยแลนด์) และจีเอฟพีที ยินดีให้ความร่วมมือในการกำหนดแนวทางแก้ไขให้ราคาไก่ลดลงตามราคาแนะนำ" นางวัชรีกล่าว



