
ห้างอัดแคมเปญโกยเงินเลือกตั้ง
ห้างเตรียมแคมเปญรับเม็ดเงินสะพัดจากเลือกตั้ง "เดอะมอลล์" อัด 2 งานหวังโกยรายได้กว่าพันล้านบาท โชว์ครึ่งปีแรกยอดโต 17% ครั้งแรกรอบ 5-6 ปี
นายชำนาญ เมธปรีชากุล ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ผู้บริหารห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ ดิ เอ็มโพเรี่ยม และพารากอน ดีพาร์ตเมนต์สโตร์ เปิดเผยว่า ตัวแปรสำคัญของธุรกิจในครึ่งปีหลังคือ สถานการณ์ทางการเมือง ซึ่งหากไม่มีปัญหามากระทบต่อการทำตลาดยอดขายของกลุ่มเดอะมอลล์น่าจะเติบโตมากกว่า 10% หรือมียอดขายกว่า 4.4 หมื่นล้านบาท สูงกว่าที่คาดการณ์ในช่วงแรกที่ตั้งเป้าหมายยอดขาย 4.2 หมื่นล้านบาท โดยกลยุทธ์ในครึ่งปีหลังจะเน้นการทำตลาดแคมเปญกับลูกค้าสมาชิก หรือรอยัลตี้โปรแกรม และเรื่องของภาพลักษณ์
"หากการเมืองเกิดความวุ่นวายขึ้น คาดการณ์ว่ายอดขายเติบโตประมาณ 7% หรืออย่างเลวร้ายที่สุดน่าจะเติบโต 5-7%" นายชำนาญกล่าวและว่า ในครึ่งปีแรกผลประกอบการของเดอะมอลล์ กรุ๊ป เติบโตสูงถึง 17% เป็นครั้งแรกในรอบ 5-6 ปี โดยมียอดขายรวม 2.2 หมื่นล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 50% ของเป้าหมายยอดขายรวม ซึ่งปกติในแต่ละปีสัดส่วนยอดขายของครึ่งปีแรกจะไม่เกิน 45%
ทั้งนี้ ในช่วงปิดท้ายไตรมาส 2 นี้ เดอะมอลล์ได้เตรียม 2 แคมเปญใหญ่ รองรับปัจจัยบวกจากการเลือกตั้ง ได้แก่ มิดไนท์เซล ซูเปอร์ ฮีโร่ ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน-3 กรกฎาคมนี้ เป็นช่วงก่อนการเลือกตั้ง คาดจะมียอดขาย 950 ล้านบาท และช่วงหลังเลือกตั้งยังมีแคมเปญ “มหกรรมลดทะลุพิกัด ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี” ระหว่างวันที่ 6-10 กรกฎาคมนี้ คาดช่วง 5 วันสร้างยอดขายไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท
นายชำนาญกล่าวด้วยว่า วาระเร่งด่วนที่รัฐบาลใหม่ต้องเร่งดำเนินการเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยเดินหน้าอย่างมั่นคง คือ มุ่งการพัฒนาและลงทุนในระบบพื้นฐานของการใช้ชีวิตทั้งด้านสาธารณูปโภค สาธารณูปการ คมนาคม การศึกษา ซึ่งปัจจุบันต่างชูแต่นโยบาย “ประชานิยม” นอกจากนี้ในการพัฒนาหรือขับเคลื่อนโครงการต่างๆ ต้องมีการ “วิจัย” เพื่อผลักดันโครงการเดินหน้าอย่างไม่ติดขัด



