
แก้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คงจะเห็นแล้วว่า การเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน ที่ผ่านมา มีอุปสรรค ปัญหามากน้อยแค่ไหน และสมควรจะแก้ไขอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเตรียมความพร้อมรับมือกับประชาชนผู้เป็นเจ้าของสิทธิที่ลงทะเบียนเลือกตั้งล่ว
ที่ กกต.จัดให้มีการเลือกตั้งล่วงหน้าเพียงวันเดียว จากเดิมที่ผ่านมามีการเลือกตั้งล่วงหน้าถึง 2 วัน ทำให้คนไปกระจุกตัวอยู่เพียงวันเดียว ประเด็นสำคัญเรื่องทำให้คนเสียสิทธิจากการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าไว้เมื่อครั้งก่อน และผูกพันการเลือกตั้งล่วงหน้าครั้งใหม่ ซึ่ง กกต.อ่อนประชาสัมพันธ์ ทำให้เจ้าของสิทธิไม่รู้ จึงไม่ได้เดินทางไปลงคะแนนเสียงล่วงหน้าในวันที่ 26 มิถุนายน ที่ผ่านมา
ประชาชนจำนวนมากต้องเสียสิทธิจากการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตไปเมื่อครั้งก่อน และไม่ได้แจ้งยกเลิกการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า และต้องการเดินทางไปลงคะแนนเสียงในวันที่ 3 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งจริง แต่การไม่แจ้งยกเลิกการเลือกตั้งล่วงหน้า และไม่ได้ไปใช้สิทธิเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน ที่ผ่านมา ทำให้เขาเสียสิทธิไปโดยปริยาย และ กกต.ก็รู้ว่า การที่ประชาชนไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งนั้น เขาต้องเสียสิทธิอย่างอื่นตามมาอีกถึง 8 ประการ ที่สำคัญเขาหมดสิทธิที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง หรือเสียสิทธิที่จะลงชื่อถอดถอนนักการเมืองด้วย ซึ่งถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
ข้อบกพร่องเหล่านี้ กกต.ก็รับรู้ และเห็นกับตามาแล้ว เพราะในวันนั้น นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต.ก็ไปสังเกตการณ์ด้วยตัวเอง และได้เห็นว่าอุปสรรคปัญหาที่เกิดขึ้นจากการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าโดยไม่พร้อมในการรับมือนั้นคืออะไร และสมควรจะได้รับการแก้ไขอย่างไร เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งต่อไป ไม่เกิดปัญหาแบบนี้อีก และปัญหาที่สำคัญที่สุดน่าจะอยู่ที่เรื่องของการเสียสิทธิจากการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าครั้งก่อน แต่มาผูกพันกับการเลือกตั้งครั้งใหม่ ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพราะประชาชนผู้เป็นเจ้าของสิทธิอาจจะย้ายที่อยู่ ย้ายที่ทำงานไปแล้ว แต่ กกต. ยังคงระเบียบเดิม และไม่ได้ประชาสัมพันธ์ในประเด็นนี้ให้กระจ่างชัด ทำให้คนเสียสิทธิไปจำนวนมาก
ยังพอมีเวลาในการแก้ไขระเบียบนี้ สำหรับรองรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป โดยทำตามคำแนะนำของผู้สังเกตการณ์ทางการเมือง ที่ให้มีการแก้ไขระเบียบว่าด้วยการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า โดยให้การลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าให้มีผลผูกพันครั้งต่อครั้ง ไม่ใช่ผูกพันไปตลอด ถ้าไม่แจ้งยกเลิกการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า ก็ถือว่ายังคงเป็นไปตามที่แจ้งลงทะเบียนไว้ ซึ่งประชาชนคงไม่มีเวลามากนักที่จะต้องเดินทางไปแจ้งยกเลิกการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า ซึ่งถ้ามีการแก้ไขระเบียนให้การลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า มีผลผูกพันครั้งต่อครั้งไป ปัญหาต่างๆเหล่านี้ก็จะไม่เกิดขึ้น ประชาชนก็จะไม่เสียสิทธิไปด้วย



