
ยกคำร้องจตุพรขอออกนอกคุกเลือกตั้ง
ศาลยกคำร้อง ตู่ ขอออกนอกคุก ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 3 ก.ค. ขณะที่ทนายความเตรียมยื่นเรื่องแจง กกต. เหตุไม่ไปใช้สิทธิ์ ส่วนเรื่องประกันย้ำเดินหน้ายื่นต่อ "ธาริต"ยันไม่กลั่นแกล้ง"จตุพร"แจงยื่นขอฝากขังตามกฎหมาย
ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 28 มิ.ย.54 เวลา 16.00 น. ศาลมีคำสั่งยกคำร้องนายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 8 พรรคเพื่อไทย และ แกนนำ นปช. จำเลยคดีร่วมกันก่อการร้าย ซึ่งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ฯ ขออนุญาตศาลให้ปล่อยตัวชั่วคราวเพื่อออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ส.ส. ในวันที่ 3 ก.ค.นี้
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ก่อนหน้านี้ทั้งศาลอาญา และศาลอุทธรณ์เคยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ระบุเหตุผลไว้ชัดแจ้งแล้ว และกรณีตามคำร้องก็เป็นเพียงความเห็น จึงยังไม่เป็นเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
ด้านนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายจตุพร กล่าวว่า ในการยื่นคำร้องวันนี้ ตนได้นำบทสัมภาษณ์ของนางสดศรี สัตยธรรม กกต.เกี่ยวกับความเห็นสิทธิการลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ของนายจตุพร ให้ศาลพิจารณาด้วย อย่างไรก็ตามแม้ศาลจะยกคำร้องว่ามองแค่เป็นความเห็นของนางสดศรีแต่ตนจำเป็นต้องยื่นให้ศาลเห็นว่า กกต. มีความเห็นอย่างไรบ้าง ทั้งนี้ตนจะยื่นคำร้องชี้แจงเหตุให้ กกต.ทราบว่าการเลือกตั้งในวันที่ 3 ก.ค. นายจตุพรไม่สามารถไปใช้สิทธิได้ เพราะเหตุใด เพื่อป้องกันการกระทบสิทธิรับสมัคร ส.ส.ในภายหลังของนายจตุพร ซึ่งตามกฎหมายก็ให้สิทธิไว้ว่า สามารถยื่นแจ้งเหตุให้ กกต.ทราบก่อนและหลังวันเลือกตั้ง 7 วัน ส่วนเรื่องการขอปล่อยชั่วคราว ทนายความก็ยังจะเดินหน้ายื่นเรื่องต่อไป
"ธาริต"ยันไม่กลั่นแกล้ง"จตุพร"แจงยื่นขอฝากขังตามกฎหมาย
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงการฝากขังนายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้สมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในคดีความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งรัฐ กรณีปราศรัยจาบจ้วงสถาบันเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า การยื่นคำร้องขอฝากขังนายจตุพรเป็นไปตามกฎหมาย ดีเอสไม่ได้กลั่นแกล้ง ในส่วนของผู้ต้องหารายอื่นๆอีก 15 รายนั้น ดีเอสไออนุญาตให้เลื่อนนัดเข้ารับทราบข้อกล่าวหาไปหลังการเลือกตั้ง โดยนัดให้เข้าพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 7 ก.ค. นี้ ตามคำร้องของฝ่ายผู้ต้องหาที่อ้างเหตุว่าจะต้องหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งดีเอสไอได้พิจารณาแล้วเห็นว่า การเลือกตั้งไม่ใช่กิจกรรมซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือน แต่เป็นกิจกรรมสำคัญที่ 4 ปี จะมี 1 ครั้ง นอกจากนี้เป็นการขอเลื่อนนัดครั้งแรกซึ่ง ในทางปฏิบัติพนักงานสอบสวนมักจะอนุญาตให้เลื่อนนัดได้
นายธาริต เปิดเผยถึงการสอบสวนคดีล้มเจ้าซึ่งถูกวิจารณ์ว่าไม่มีความคืบหน้าว่า จากการสอบสวนคดีล้มเจ้าตามผังรายชื่อของศูนย์อำนวยแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) ดีเอสไอได้ขยายการสอบสวนและแตกย่อยตามพฤติการณ์ความผิดเป็น 20 สำนวนคดี แม้ว่าขณะนี้การสอบสวนจะยังไม่พบหลักฐานความเชื่อมโยงระหว่างตัวบุคคลที่ชัดเจน แต่ในห้องปฏิบัติการ (วอร์รูมคดีล้มเจ้า) จะมีแผนผังโดยละเอียดแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างบุคคลซึ่งมีการติดต่อทางโทรศัพท์ เดินทางไปพบในต่างประเทศ และข้อมูลการสนับสนุนทางการเงิน แต่เนื่องจากคดีดังกล่าวดีเอสไอได้หารือกับอัยการและทำความตกลงกันว่าจะไม่เปิดเผยรายละเอียดรายวัน เนื่องจากเนื้อหาในสำนวนคดีเป็นประเด็นที่มีความละเอียดอ่อน โดยการแยกการสอบสวน และขออนุมัติหมายจับคดีย่อยทั้ง 20 คดี จะเพิ่มน้ำหนักให้กับคดีล้มเจ้าตามผัง ศอฉ. โดยจะเป็นการแสดงให้เห็นถึงเครือข่ายของขบวนการล้มเจ้า
“ก่อนหน้านี้ดีเอสไอได้ประสานไปยังหน่วยงานความมั่นคงทั้งตำรวจและทหาร เพื่อขอให้ส่งหัวหน้าชุด หรือหัวหน้าผู้รับผิดชอบสั่งการเรื่องการแฝงตัวเข้าสืบสวนขบวนการล้มเจ้า โดยขณะนี้ได้รับความร่วมมือ จากพล.ท.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองเสนาธิการทหารบก ได้ทยอยส่งเจ้าหน้าที่เข้าให้การเป็นพยานกับดีเอสไออย่างต่อเนื่อง ” อธิบดีดีเอสไอกล่าว



