ข่าว

"ผู้ฝากเงิน" เตรียมรับมือ   
วงเงินคุ้มครองจากแบงก์ลดลง

"ผู้ฝากเงิน" เตรียมรับมือ วงเงินคุ้มครองจากแบงก์ลดลง

29 มิ.ย. 2554

กทม. - ประชาชนมีเงินฝากในบัญชีมากต้องหมั่นตรวจสอบ ติดตามข่าวสารจากธนาคารต่อเนื่อง สคฝ.เผย ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2555 เป็นต้นไป วงเงินคุ้มครองเหลือเพียง 1 ล้านบาทต่อหนึ่งรายผู้ฝากต่อหนึ่งสถาบันการเงิน จากที่ก่อนหน้านั้นเคยให้ความคุ้มครอง 50 ล้านบาท

 นายสิงหะ นิกรพันธุ์ ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันประชาชนที่ฝากเงินมีความตื่นตัวต่อการรับรู้ข่าวสารเกี่ยวกับสถาบันการเงินเพิ่มมากขึ้น โดยสนใจเรื่องต่างๆ ทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวันไหนจะเริ่มลดวงเงินคุ้มครอง เงินฝากหรือตราสารใดบ้างที่ได้รับความคุ้มครอง รายชื่อสถาบันการเงินใดบ้างที่ได้รับความคุ้มครอง เพราะที่ผ่านมาประชาชนอาจฟังผ่านๆ เพราะการคุ้มครองยังเป็นการคุ้มครองเต็มจำนวนอยู่ 

 แต่ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแล้ว จึงต้องการทำความเข้ากับผู้ฝากเงินทั่วประเทศ เพื่อให้เตรียมความพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในระบบการเงินไทย รวมไปถึงสถาบันการเงินด้วย ที่ต้องปรับระบบภายใน เพื่อเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น และผู้ฝากเงินที่มีเงินฝากสูงเกิน 50 ล้านบาท อาจต้องปรับตัวเช่นกัน

 โดยขอย้ำว่า วงเงินคุ้มครองจะถูกกำหนดไว้ในกฎหมาย ซึ่ง ณ ขณะนี้คุ้มครองเต็มจำนวน และระหว่าง 11 สิงหาคม 2554-10 สิงหาคม 2555 คุ้มครองวงเงิน 50 ล้านบาท และตั้งแต่ 11 สิงหาคม 2555 เป็นต้นไป คุ้มครองวงเงิน 1 ล้านบาทต่อหนึ่งรายผู้ฝากต่อหนึ่งสถาบันการเงิน

 ในทีนี้ คือ เมื่อสำนักงานแห่งหนึ่งล้ม สถาบันคุ้มครองเงินฝากจะรวมเงินฝากทุกบัญชีของผู้ฝากรายหนึ่งๆ ในธนาคารนั้นก่อน ทั้งดอกเบี้ยและเงินต้น แล้วจ่ายคืนให้ตามจริง แต่ไม่เกินวงเงินที่กำหนดตามช่วงที่สถาบันการเงินปิดกิจการดังที่กล่าวข้างต้น

 สำหรับการปรับตัวครั้งนี้ เบื้องต้นอยากให้ผู้ฝากเงินเข้าใจก่อนว่า ธุรกิจสถาบันการเงินเป็นธุรกิจที่ถูกควบคุม ดูแลตั้งแต่เริ่มจัดตั้ง ไม่ใช่ว่าใครมีเงินแล้วอยากเข้ามาเปิดแบงก์ก็เปิดได้ ต้องมีการขออนุญาต ซึ่งภาครัฐจะต้องพิจารณาปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน และเมื่อเข้ามาทำธุรกิจแล้วก็จะถูกกำกับดูแลใกล้ชิดจากธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งเกณฑ์กำกับดูแลทุกวันนี้เป็นมาตรฐาน ดังนั้นโอกาสที่ธนาคารจะล้มเป็นไปได้ยากมาก 

 อย่างไรก็ตาม หากเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นจริงๆ แล้วผู้ฝากก็มั่นใจได้ว่ายังมีสถาบันคุ้มครองเงินฝากที่พร้อมจ่ายเงินในวงเงินที่กำหนด และในเวลาที่กำหนด

 ผู้ฝากเงินจึงเชื่อมั่นในระบบสถาบันการเงินของไทยได้ สามารถใช้ชีวิตโดยรวมได้ตามปกติดังที่เป็นมา แต่อย่างหนึ่งที่ผู้ฝากจะต้องการติดตามข่าวสาร พิจารณาข้อมูลต่างๆ และไม่ฝากเงินโดยดูอัตราดอกเบี้ยสูงๆ อย่างเดียว ต้องดูปัจจัยอื่นๆ ประกอบด้วย

 ที่ผ่านมาแม้จะมีการติดตามข่าวสารที่มีขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็อยากจะให้ประชาชนติดตามข่าวสารนี้เพิ่มมากขึ้นให้มากกว่าที่เป็นอยู่ เพื่อให้เกิดการต่อเนื่องและได้รู้ว่า ขณะนี้มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องไหนบ้างแล้ว จะได้ปรับตัวได้ทันท่วงที