
ผอ.ยูเนสโกส่งจม.จี้ไทยทบทวนถอนตัว
อภิสิทธิ์ เผย ผอ.ยูเนสโกร่อนจดหมายถึงจี้ให้ทบทวนถอนตัวมรดกโลก เหน็บ ฮุนเซ็น โวได้รับชัยชนะหลอกชาวโลกไม่ได้ ยันไม่นำอธิปไตยไทยแลกแค่การขึ้นทะเบียนมรดกโลก สุวิทย์อัดผอ.ยูเนสโกหมกเม็ดอ้างไม่พิจารณาแผน "ฮุน เซน"สั่งทหารเตรียมพร้อมอ้างไทยจ้องสร้างสงคราม
เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรีว่า วันนี้นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้แทนไทยในคณะกรรมการมรดกโลก ได้รายงานในที่ประชุม ว่าเมื่อวันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา นางอิรินา โบโกวา ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ได้ทำหนังสือมาถึงตน พร้อมทั้งยืนยันว่ามติของคณะกรรมการมรดกโลกมีความชัดเจนว่าไม่ได้พิจารณาแผนการบริหารจัดการของกัมพูชา และขอให้ไทยทบทวนกรณีที่ได้แสดงเจตนารมณ์ถอนตัวออกจากภาคีอนุสัญญามรดกโลก
“ผมไม่แปลกใจ และไม่ถือสาสมเด็จฯฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่ออกมาพูดว่าเป็นชัยชนะ เพราะหลอกชาวโลกไม่ได้ ซึ่งทางยูเนสโกก็ได้ออกมายืนยันแล้วว่าไม่มีการพิจารณาแผนบริหารจัดการของกัมพูชาแต่อย่างใด คิดว่าสมเด็จฯฮุน เซน คงจะรู้สึกเสียหน้า จึงต้องออกอาการเป็นเรื่องธรรมดา” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
เมื่อถามว่าจะมีการทบทวนในเรื่องการถอนตัวออกจากภาคีมรดกโลกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ เพราะการแสดงเจตนาถอนตัวนั้นได้ถอนไปแล้ว หลังจากนี้เป็นขั้นตอนการดำเนินตามขั้นตอน ซึ่งระหว่างนี้ ได้มอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงวัฒนธรรม ศึกษาในข้อมติที่ผ่านออกมาจากยูเนสโก แม้ว่าจะไม่มีการพิจารณาแผนการบริหารจัดการของกัมพูชา แต่อยากให้ดูให้รอบคอบว่าจะมีผลกระทบอย่างไรต่อไป
ส่วนกรณีที่ระบุว่านายสุวิทย์ มีปัญหากับทางยูเนสโกจริงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา ส่วนการตัดสินใจของนายสุวิทย์นั้น เป็นเพราะไม่อยากให้เกิดความสุ่มเสี่ยง ซึ่งแท้จริงแล้วคณะกรรมการควรที่จะรอ เนื่องจากขณะนั้นนางอิรินา นัดคุยโทรศัพท์กับตน ซึ่งสามารถที่จะเลื่อนวาระได้ แต่ก็ไม่ได้เลื่อน ดังนั้นนายสุวิทย์ ไม่อยากเสี่ยงในเรื่องนี้จึงถอนตัวออกมา ส่วนที่นักวิชาการหลายคนออกมาระบุว่าการถอนตัวครั้งนี้ไม่เป็นประโยชน์กับประเทศไทย คิดว่าคงไม่เป็นเช่นนั้น หากคิดว่าเราพร้อมที่จะเสี่ยงที่จะสูญเสียอธิปไตยเพื่อที่จะไปแลกกับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกนั้น คงไม่คุ้ม ส่วนที่ขึ้นทะเบียนไปแล้วก็ไม่มีผลกระทบแต่อย่างใด สิ่งสำคัญขณะนี้คือเราสามารถที่จะยับยั้งแผนบริหารจัดการของกัมพูชาได้ ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างเราและยูเนสโกในอนาคตก็ต้องมาหารือเจรจากันอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม การที่นางอิรินา มีจดหมายถึงตน เพราะเขาอยากให้เราทบทวนเจตนารมณ์อีกครั้ง ซึ่งแสดงเจตนารมณ์ชัดว่าต้องการร่วมงานกับไทยต่อไปซึ่ง ถือเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าไทยไม่ได้สูญเสียแต่อย่างใด
เมื่อถามว่า มีการวางแผนรองรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามแนวชายแดนหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตามชายแดนเราได้คุยกับกระทรวงกลาโหมและทางกองทัพก่อนที่จะมีการแสดงเจตนารมณ์ถอนตัวออกจากภาคีมรดกโลกอยู่แล้ว ซึ่งทางกองทัพและกระทรวงกลาโหมได้รายงานมาโดยตลอดว่ากัมพูชามีการเคลื่อนไหวอยู่ แต่ทางเราได้ระมัดระวังมาโดยตลอด สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงเจตนาของกัมพูชา ซึ่งขณะนี้เราได้แจ้งให้หน่วยงานรับทราบถึงรายละเอียดต่างๆ แต่คณะรัฐมนตรีจะไปกำหนดอะไรที่ไปผูกพันรัฐบาลหน้าคงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ขอให้กระทรวงการต่างประเทศนำข้อมติของคณะกรรมการมรดกโลกมาศึกษาและสอบถามให้ชัดเจน และอยากให้ยูเนสโกยืนยันว่าข้อมติจะมีการดำเนินการอย่างไรบ้าง ซึ่งรัฐบาลนี้คงไม่ทำจดหมายส่งไปแน่นอน เนื่องจากจะไปขัดรัฐธรรมนูญ คงต้องเป็นรัฐบาลหน้า
"นายกฯ-ครม."ระบุสุวิทย์ทำหน้าที่ดีที่สุด
นายปณิธาน วัฒนายากร รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมครม.ว่า เรื่องที่ครม.ใช้เวลาพิจารณานานพอสมควร คือ รับทราบและพิจารณารายงานผลที่นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทยในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก โดยนายสุวิทย์รายงานมติการประชุมสมาชิกภาคีอนุสัญญามรดกโลกที่ออกมา โดยครม.แสดงความเห็นหลากหลายและสรุปว่า มติในที่ประชุมมีความสุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะการเสนอข้อมติของกัมพูชาที่เข้าสู่ที่ประชุมว่า จะมีผลกระทบต่ออธิปไตยและดินแดนไทย ข้อมติที่เสนอขึ้นมานั้นไม่มีความชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับสถานการณ์ สถานภาพ แนวทางการจัดการในพื้นที่ที่ยังมีปัญหา ฉะนั้นมีความจำเป็นที่ไทยต้องแสดงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนต่อที่ประชุมคือถอนตัวจากการเป็นรัฐภาคีจากการเป็นภาคีอนุสัญญามรดกโลก และกรรมการมรดกโลกและเป็นไปตามขั้นตอน คือ ถอนตัวแล้วมีการพิจารณาข้อมูลจากหลายฝ่าย จากนั้นเป็นเรื่องของรัฐบาลชุดหน้าที่จะเดินหน้าต่อ เพราะตอนนี้ครม.ไม่สามารถที่จะมีมติผูกพันต่อรัฐบาลชุดหน้าได้ แต่ขั้นตอนต่างๆจะเป็นไปตามกฎหมาย
นายปณิธาน กล่าวต่อว่า นายกฯยืนยันว่ารัฐบาลไทยต้องดูแลปกป้องอธิปไตย ดินแดน ความมั่นคงและปลอดภัยของประชาชนตามแนวชายแดน นายกฯให้ความเห็นว่า สิ่งที่สมเด็จฮุน เซน นายกฯกัมพูชากล่าวหาไทยนั้นไม่เป็นความจริง และสะท้อนให้เห็นการคาดการณ์ที่ผิดพลาดของกัมพูชาที่คิดว่าคณะกรรมการมรดกโลกจะรับแผนบริหารจัดการพื้นที่ของกัมพูชา เพราะตอนนี้ไม่เป็นอย่างนั้น เนื่องจากอิริน่า โบโคว่า ผอ.ยูเนสโกส่งจดหมายมายังรัฐบาลไทยว่าไม่มีการรับแผนบริหารจัดการของกัมพูชาและยืนยันเจตนารมณ์ของคณะกรรมการมรดกโลกที่จะดูแลพื้นที่ตรงนั้น และขอให้ไทยพิจารณาแนวทางที่จะดำเนินการเรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการมรดกโลกให้ดี โดยนายกฯนำจดหมายฉบับนี้มาหารือกับครม.ว่าคณะกรรมการมรดกโลกต้องการให้ไทยพิจารณาเรื่องสำคัญตรงนี้ และสะท้อนยืนยันว่าสิ่งที่กัมพูชาพูดนั้นไม่เป็นความจริง
นายปณิธาน ยังกล่าวต่แว่า นายกฯยังขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯที่จะเป็นหน่วยงานหลักที่จะติดต่อคณะกรรมการมรดกโลก รวมทั้งกระทรวงอื่นๆที่ร่วมงาน เช่น ต่างประเทศและวัฒนธรรม ที่จะขอให้ยูเนสโกยืนยันมติที่ออกมาว่าไม่มีการพิจารณาแผนบริการจัดการพื้นที่ และยืนยันว่าการมีมติที่จะเข้าไปดำเนินการตามเจตนารมณ์ยูเนสโกครั้งนี้มีรายละเอียดเช่นใดที่จะเข้ามาตามแผนปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับตัวปราสาท และกระทบพื้นที่ของไทย โดยต้องขอคำยืนยันที่ชัดเจน โดยเฉพาะมติข้อที่ห้า ก่อนที่จะส่งต่อให้ครม.ชุดต่อไปพิจารณา
นายปณิธาน กล่าวอีกว่า ครม.หลายคนตั้งข้อสังเกตและสนับสนุนว่านายสุวิทย์ทำดีที่สุดแล้ว เพราะดำเนินการตามความเหมาะสมในช่วงประชุม โดยเฉพาะช่วงเวลาที่มีแนวโน้มว่าจะลงมติในเรื่องที่ไทยไม่เห็นด้วยเพราะไม่มีทางเลือกและมีการยืนยันว่ามีการทำงานร่วมกับกระทรวงต่างประเทศอย่างใกล้ชิด แม้จะมีความเห็นที่หลากหลาย แต่เป็นเรื่องปกติที่จะมีการเสนอความเห็นหลากหลาย เพื่อที่จะให้เกิดความรอบคอบ แต่ในที่สุดนั้นการตัดสินใจเป็นเอกภาพที่เป็นไปตามกรอบที่ครม.วางไว้
นายปณิธาน กล่าวต่อว่า ทั้งนี้นายกฯเปิดเผยว่า พยายามที่จะพูดคุยและหารือกับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยได้รับการยืนยันว่ามีสัญญาณที่ดีจากผอ.ยูเนสโกว่ามีการนัดหมายคุยกันทางโทรศัพท์ แต่ประธานและรองประธานในที่ประชุมกลับไม่ได้รับสัญญาณนี้ ตอนนี้จึงมีการคุยกันว่ามีปัญหาเกิดขึ้นในที่ประชุมเพราะความพยายามประสานงานของยูเนสโกกับไทยเพื่อที่จะให้เกิดแนวทางที่สอดคล้องและออกมาอย่างที่ทุกฝ่ายยอมรับนั้น จริงๆแล้วได้รับการตอบรับ และนายกฯระบุว่าได้หารือกับนายกฯบาห์เรนในเรื่องนี้และได้รับการตอบรับที่ดี แต่เมื่อการประชุมดำเนินการไปนั้นสถานการณ์ผกผัน ทำให้เห็นว่าเกิดปัญหาขึ้นในการประชุมคือแปรปรวน เป็นอันตราย สุ่มเสี่ยงต่ออธิปไตย ดินแดนและบูรณาภาพของไทย โดยมีการเปลี่ยนแปลงหลายข้อความจากกัมพูชาจนเกิดความสุ่มเสี่ยงดังกล่าวขึ้น ทำให้เกิดการดำเนินการตามที่ทราบ โดยครม.หารือและสรุปเรื่องนี้ตามที่ตนได้แจ้งไว้
"ชวนนท์"จวกกลับ"นพดล"ไล่กลับไปทบทวนตัวเอง
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ออกมากล่าวโต้ นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กรณีที่นายนพดลได้โพสต์ข้อความในเฟสบุ๊กส์ล่าสุด รัฐบาลทำให้เสียดินแดน ว่า นายนพดลต้องทบทวนตัวเอง กรณีเป็นต้นเหตุของปัญหาไทย-กัมพูชา กรณีปราสาทพระวิหาร จากที่เคยได้ออกแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา วันที่ 18 มิถุนายน 2551 มีเนื้อหาสนับสนุนให้กัมพูชา ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกแต่เพียงฝ่ายเดียว
ส่วนการที่โฆษกรัฐบาลออก มาระบุว่าไทยจะกลับเป็นภาคีคณะกรรมการมรดกโลกก็ต่อเมื่อมีข้อเสนอที่น่าสนใจ นายชวนนท์ ระบุว่า ข้อเสนอที่น่าสนใจ คือการเลื่อนแผนบริหารจัดการปราสาทพระวิหารออกไปอย่างไม่มีกำหนด แก้ปัญหาปักปันเขตแดนบริเวณปราสาทพระวิหารให้เสร็จสิ้นก่อน โดยยืนยันไม่มีความขัดแย้งในการทำงานระหว่างกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมเชื่อว่าบรรยากาศตึงเครียดระหว่างไทย-กัมพูชาจะไม่ส่งผลต่อการช่วยเหลือนายวีระ สมความคิด และนางสาวราตรี พิพัฒนาไพบูลย์ หากหลังเลือกตั้งได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้งจะดำเนินการช่วยเหลือกรณีนี้เป็นเรื่องแรก
“สุวิทย์”อัดผอ.ยูเนสโกหมกเม็ดอ้างไม่พิจารณาแผน
นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (กส.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า หนังสือจากผู้อำนวยการใหญ่ของยูเนสโกที่มาถึงนายกรัฐมนตรี ระบุว่าที่ประชุมไม่ได้มีการพิจารณาร่างแผนบริหารจัดการของกัมพูชา เป็นการยืนยันในส่วนที่กัมพูชาไปอ้างว่ามีการพิจารณาแผนบริหารจัดการไปแล้ว ที่สำคัญในขณะที่มีการพูดจาก่อนที่ร่างมติดังกล่าวจะเข้าที่ประชุม เราก็ถามเพื่อขอคำยืนยัน แต่เขาก็ไม่เคยยืนยันกับเรา ซึ่งเหมือนกับหมกเม็ดสอดไส้ และเมื่อเราถอนตัวแล้วถึงมาปฏิเสธว่าไม่มีการพิจารณาแผนบริหารจัดการ ตนถามว่าหากเราไม่ถอนตัวข้อมติที่ออกมาไม่มีเรื่องของแผนบริหารจัดการคนไทยจะเข้าอย่างไร รวมทั้งยูเนสโกจะทำหนังสือมาอย่างนี้หรือไม่
นายสุวิทย์กล่าวว่า ในมติข้อ 5 ของวาระเขาพระวิหาร เขียนเปิดช่องให้ทางกัมพูชาทำอย่างไรก็ได้กับตัวปราสาทเขาพระวิหาร ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมแซม การบูรณะ การขอรับเงินช่วยเหลือจากทางยูเนสโก จากทางศูนย์มรดกโลก ซึ่งประเทศไทยเองก็ปฏิเสธมาตลอดว่าเราไม่ยินยอมจนกว่าการปักปันเขตแดนจะแล้วเสร็จ และได้รับอนุญาตจากประเทศไทยให้เข้าไปดำเนินการได้ อย่างไรตาม ในส่วนนี้จะเป็นประเด็นปัญหาและสาระสำคัญ ซึ่งที่ประชุม ครม.มีได้มีมติให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปตรวจสอบดูมติในข้อ 5 อีกครั้ง ซึ่งตนได้ดูอย่างรอบครอบแล้วว่ามติข้อ 5 เป็นประเด็นปัญหาและจะเป็นข้อความที่ทางกัมพูชาสามารถนำมาอ้างได้ในการของเงินและความช่วยเหลือเพื่อส่งคนขึ้นไปบนพื้นที่ปราสาทเขาพระวิหาร
“ผมบอกและยืนยันกับยูเนสโกกับศูนย์มรดกโลกอยู่ตลอดเวลาว่าการปกป้องคุ้มครองตัวปราสาทนั้นทำได้ง่ายนิดเดียวคือกัมพูชาต้องถอนทหารออกจากตัวปราสาทและบริเวณตัวปราสาท และไม่ใช้เป็นฐานปืนใหญ่มายิงถล่มประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ผมพูดกับยูเนสโกมา 3 ปีแล้ว โดยได้นำรูปไปให้ยูเนสโกได้ดูด้วยว่ามีการตั้งปืนใหญ่อยู่ในตัวปราสาทเลย ทั้งนี้ ยูเนสโกทราบดี แต่ทางยูเนสโกเองไม่มีความพยายามที่จะดำเนินการในเรื่องนี้อย่างชัดเจนประการใด” นายสุวิทย์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่าการอนุมัติตามมติข้อ 5 จะมีผลต่อการเสียดินแดนของไทยใช่หรือไม่ นายสุวิทย์ กล่าวว่า การดำเนินการใดๆหากอยู่ในเขตอำนาจอธิปไตยของกัมพูชานั้นสามารถทำได้ แต่หากการดำเนินการใดๆที่ต้องเข้ามาดำเนินการในเขตแดนไทย ถือเป็นการรุกล้ำอำนาจอธิปไตยของไทยนั้นทำไม่ได้ อย่างไรก็ตาม มีหลายวิธีในการเจรจาบนเวทีระหว่างประเทศ ซึ่งตนทำมาหมดแล้ว ทั้งพูดคุย ล็อบบี้ พยายามทำความเข้าใจ และทุกวิถีทางที่จะให้ยูเนสโกมองเห็นถึงความอ่อนไหวในเรื่องนี้
“องค์กรยูเนสโกไม่ควรจะให้เงินช่วยเหลือกัมพูชา เพราะจะกระทบต่ออำนาจอธิปไตยของไทย และเราได้ทำหนังสือคัดค้านไปแล้ว เนื่องจากกระบวนการอย่างนี้เรารับไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ในมติข้อ 5 เป็นเรื่องที่จะต้องรายงานต่อนายกรัฐมนตรี เนื่องจากต้องตรวจสอบว่าใจความของมันมีความหมายที่กว้างขวางมากแค่ไหน และจะเกิดผลกระทบอะไรบ้าง เพราะเปิดกว้างให้กัมพูชาทำอะไรก็ได้ และเราจะไปยินยอมให้เขาทำได้อย่างไร”นายสุวิทย์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า จดหมายที่ผู้อำนวยการยูเนสโกส่งมาถึงนายกรัฐมนตรีจะมีผลต่อการที่ได้มีมติไปแล้วหรือไม่ นายสุวิทย์ กล่าวว่า ในร่างมติที่ออกมาอยู่ดีๆก็ไม่พูดถึงเรื่องแผนบริหารจัดการเลย ซึ่งมันหายไป และการประชุมครั้งต่อไปจะมีการหยิบยกขึ้นมาอีกหรือไม่ หรือจะเลยตามเลย ถึงแม้ว่าตอนหลังผู้อำนวยการยูเนสโกจะมีหนังสือมาถึงไทย หลังจากลงมติแล้ว ที่เป็นการยืนยันว่าที่ประชุมคณะกรรมการไม่ได้พิจารณา โดยเขาบอกว่าไม่ได้หารือเรื่องนี้ แต่ถามว่าในเมื่อไม่ได้หารือแล้วทำไมไม่เขียนอยู่ในข้อมติ เพราะอะไรถึงไม่เขียนอยู่ในข้อมติอย่างที่ไทยเสนอว่าควรจะต้องเขียน เพราะถ้าเขียนอยู่ในข้อมติมันก็เป็นการยืนยันว่าไม่ได้มีการหารือกันจริง ซึ่งถ้าไม่เขียนแบบนี้ตนเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าไม่มีการหารือหมายความว่าไม่มีการพิจารณาหรืออภิปรายแล้วคุณให้ความเห็นชอบแผนการบริหารจัดการไปแล้วหรือยัง หรือว่าคุณทำอะไรกับแผนหรือไม่ ซึ่งการมาเขียนอธิบายในภายหลังตนคิดว่ามันก็เหมือนการแก้ตัว
งงท่าทีกต.กลับลำไม่เห็นด้วยอ้างระหว่างประชุมไม่มีการทักท้วง
นายสุวิทย์ กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยภายหลังตัดสินถอนตัวจากภาคีมรดกโลก ว่า ก่อนจะตัดสินใจถอนตัวออกจากภาคีมรดกโลกตนได้ถามที่ประชุมแล้วว่าใครมีความเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ ก็ไม่มีใครแสดงความคิดเห็นเป็นอื่น ทั้งนี้ ตนได้ถามทางกระทรวงการต่างประเทศว่าเห็นด้วยหรือไม่โดยย้ำหลายครั้ง ซึ่งนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อธิบดีกรมสนธิสัญญา และเจ้าที่อีกหลาย ก็ไม่มีใครเห็นเป็นอื่น ตนก็บอกตรงๆว่าตนเปิดกว้างเพราะเป็นเรื่องสำคัญของบ้านเมือง ซึ่งก็มีความเห็นต่างๆนานาว่าเรื่องนี้รับได้ เรื่องนี้รับไม่ได้ แต่ในที่สุดตนก็ได้ดูว่าอะไรที่จะต้องดำเนินการ เนื่องจากมาตรการดังกล่าวตนก็พยายามดูว่าถ้าเราจะหลีกเลี่ยงในการถอนตัวจากการเป็นภาคีสมาชิกได้ เราพยายามที่จะทำอยู่แล้ว
“ผมไม่เข้าใจว่าตอนนั้นทำไมถึงไม่ทักท้วง ทั้งที่ประชุมด้วยกัน โดยนายชวนนท์ อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ทั้งคู่ก็เห็นด้วย แต่มาตอนหลังกระทรวงการต่างประเทศมีมาบอกว่าไม่เห็นด้วยเพราะอะไร”นายสุวิทย์ กล่าว
นายสุวิทย์ กล่าวอีกว่า ตนได้ทำงานนี้มาตลอดระยะเวลา 3 ปี และไม่ได้อยู่บนหอคอยงาช้างเหมือนกับคนอื่น ซึ่งเมื่อลงไปทำเองได้เห็นปัญหาก็พยายามแก้ไขปัญหาตลอดมา และตนเชื่อมั่นว่าสิ่งที่ตนทำเป็นการรักษาเกียรติภูมิของคนไทย รักษาดินแดนและอำนาจอธิปไตยของไทย โดยที่ตนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆนอกจากการรักษาผลประโยชน์ของประเทศ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ไทยตัดสินใจถอนตัวออกจากภาคีมรดกโลกไม่ได้เร็วเกินไป เพราะ 3 ปี เราดำเนินการมามันนาน และในที่ประชุมหากเราไม่ตัดสินใจและอยู่ร่วมในการกระบวนการพิจารณา เมื่อมีการลงมติออกมา เราก็ต้องรับผิดชอบด้วย เมื่อเรารับผิดชอบด้วย กัมพูชาก็จะสามารถนำประเด็นนี้ไปอ้างในศาลโลกได้ ประเทศไทยก็จะเสียหาย
"ฮุน เซน"สั่งทหารเตรียมพร้อมอ้างไทยจ้องสร้างสงคราม
เว็บไซต์ เรดิโอฟรีเอเชีย ของกัมพูชา เผยแพร่ข่าวระบุว่า เมื่อวันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้สั่งให้ทหารที่อยู่แนวหน้าเตรียมพร้อมปกป้องอธิปไตยของกัมพูชา เนื่องจากมีข่าวว่าไทยได้เพิ่มกำลังทหารตลอดแนวชายแดน และพร้อมที่จะโจมตีกัมพูชาในเดือนกรกฎาคมนี้ หลังจากที่ไทยได้ประกาศถอนตัวจากคณะกรรมการมรดกโลก เพื่อประท้วงการพิจารณาแผนบริหารจัดการของคณะกรรมการมรดกโลก ในการประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ กับทหารแนวชายแดนพระวิหาร
สมเด็จฮุน เซน กล่าวว่า ทหารกัมพูชาต้องเตรียมพร้อม และต้องปกป้องเขตแดนของกัมพูชา "ดังนั้น ผมขอสั่งให้ทหารติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเวลาหลังเที่ยงคืน เขา(ฝ่ายไทย)สามารถถ่วงเวลาการเลือกตั้ง ด้วยการทำสงครามตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โปรดอย่าเอากัมพูชาเป็นตัวประกันของการเมืองไทย โปรดดำเนินการเลือกตั้ง และโปรดเคารพต่อผลการเลือกตั้งด้วย



