ข่าว

พ.อ.โผล่เยี่ยมหมอมุกโชว์หลักฐานเพิ่ม

พ.อ.โผล่เยี่ยมหมอมุกโชว์หลักฐานเพิ่ม

28 มิ.ย. 2554

พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ พร้อมทนายเดินทางเยี่ยมหมอมุก ที่ รพ.พระมงกุฏ พร้อมโชว์หลักฐานกล้องดิจิตอลที่ถ่ายภาพหมอกมุก

  เมื่อเวลา 11.00 น.สน.พญาไท พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ภู่กลั่น ผู้อำนวยการกองกลาง สำนักงานปลัดบัญชีทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ผู้ต้องหาขับรถชน พ.ต.พญ.หทัยพร หรือ หมอมุก อิ่มวิทยา แพทย์ รพ.พระมงกุฏ พร้อมด้วยนายอนุสรณ์ พสุธาพรหม ทนายความ และนายทหารพระธรรนูญ ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สมาน รอดกำเนิด ผกก.สน.พญาไท และพ.ต.ท.โชติ สุวรรณจุณีย์ รอง ผกก.สส.สน.พญาไท เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมในคดีขับรถชน พ.ต.พญ.หทัยพร พร้อมกับนำหลักฐานเป็นกล้องดิจิตอล ยี่ห้อแคนนอน รุ่น IXUS 75 ที่ใช้ถ่ายภาพ พ.ต.พญ.หทัยพร และเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุของครอบครัวมามอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย

 พ.ต.อ.สมาน เผยว่า ตนได้ทำหนังสือแจ้งไปถึง พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ให้เข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติม พร้อมกับให้นำหลักฐานเป็นกล้องถ่ายภาพ เสื้อผ้าของพ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ , ภรรยา และลูกสาวที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุมามอบให้   เพื่อส่งไปให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบ   แต่เมื่อวาน พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์  บอกว่าขอเดินสายทำบุญก่อน  และขอเดินทางมาในวันนี้แทน  ซึ่งการเดินทางมาของ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ยังอยู่ในฐานะผู้ให้ถ้อยคำเหมือนเดิม  ยังไม่ได้ตกเป็นผู้ต้องหา  ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์จากกองพิสูจน์หลักฐานเสียก่อน  เพื่อชี้ชัดว่าใครเป็นคนขับ  ส่วนลูกสาวของพ.อ.ศักดิ์สิทธิ์  ยังไม่ติดต่อเข้าให้ปากคำ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นลูกสาวเป็นตัวละครที่ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ อ้างถึง ดังนั้นจึงต้องให้ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ พาเข้ามาให้ปากคำ

 พ.ต.อ.สมาน กล่าวอีกว่า หากลูกสาวของ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ยังไม่เดินทางมา  ตนคิดว่าไม่น่าจะต้องออกหมายเรียก  เนื่องจากไม่ได้มีความสำคัญอะไรขนาดนั้น  และไม่ได้รีบร้อนอะไร  ส่วนกรณีที่มีผู้วิพากษ์วิจารณ์กันว่า พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ออกมารับผิดแทนลูกสาวหรือรับผิดแทนผู้มีพระคุณนั้น  ตนยังมองไม่เห็นเหตุผลว่าตัว พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ จะทำอย่างนั้นเพื่ออะไร  ที่สำคัญผลการตรวจพิสูจน์ยังไม่ชัดเจน  ไม่สามารถระบุได้ว่าใครคือคนที่ขับรถตัวจริง

 ส่วนเรื่องที่มีคนโทรศัพท์ข่มขู่ไปที่โรงพยาบาลนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ สำหรับการนำกำลังไปคอยรักษาความปลอดภัยยังไม่มี   มีเพียงสายสืบนอกเครื่องแบบที่คอยแวะเวียนไปหาข่าว  และมีตำรวจคอยไปรับและไปส่งแม่หมอมุกเวลาเดินทาง   เนื่องจากเห็นว่าอายุมากแล้ว  จะเดินทางลำบาก

 อย่างไรก็ตาม ในคดีนี้ทางผู้บังคับบัญชาได้เน้นย้ำให้ปฏิบัติอย่างตรงไปตรงมา ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย  ซึ่งตนและพนักงานสอบสวนไม่ได้รู้สึกหนักใจอะไร  แม้คดีนี้จะอยู่ในกระแสความสนใจของสื่อมวลชนและประชาชน

 ด้าน พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ กล่าวว่า ก่อนที่ตนจะเดินทางเข้ามาที่ สน.พญาไท ตนและมารดาพร้อมทนายความได้เดินทางไปเยี่ยมหมอมุกที่ รพ.พระมงกุฏมาด้วย  แต่ตนไม่ได้ขึ้นไป  เพราะกลัวว่าคนจะมองไม่ดี  มีแต่แม่ที่เข้าไปเยี่ยมและพูดคุยกับแม่ของหมอมุก  ในวันนี้ตนได้นำหลักฐานเป็นกล้องถ่ายภาพดิจิตอล  พร้อมด้วยเสื้อผ้าของตน ภรรยา และลูกสาวที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุมามอบให้พนักงานสอบสวนเพื่อนำไปประกอบหลักฐาน

 ผู้สื่อข่าวถามว่ายืนยันหรือไม่ว่าไม่ได้รับผิดแทนใคร  และถามถึงกรณีของลูกสาวว่าเหตุใดจึงยังไม่มาให้ปากคำ  พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ส่ายหน้าและตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉยเพียงสั้น ๆ ว่า  เป็นคนขับรถเอง ส่วนลูกสาวยังไม่พร้อมที่จะพามาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน  และไม่รู้สึกกดดันเพราะทุกอย่างก็ดำเนินไปตามที่เป็น

 นายอนุสรณ์ ทนายความ กล่าวว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมา พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ และมารดาได้เดินทางไปเยี่ยมหมอมุกเพื่อให้กำลังใจ ขอให้หายเร็วๆ โดยแม่ของ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ได้เดินทางมาจาก จ.ลำพูน เพราะเห็นข่าวจากสื่อมวลชนแล้วรู้สึกไม่สบายใจ  โดยมารดาของพ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ อยากเดินทางมาเยี่ยมตั้งนานแล้ว  แต่เห็นว่ายังอยู่ห้องไอซียูกลัวว่าจะมารบกวน  จึงเดินทางมาในช่วงที่หมอมุกอาการดีขึ้นแล้ว   นอกจากนี้มารดาของพ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ยังได้มอบพระประธานซึ่งเป็นพระแก้วมรกตให้กับหมอกมุกด้วย  อีกทั้งยินดีที่จะรับผิดชอบและบรรเทาทุกข์ของครอบครัวหมอมุกอย่างเต็มที่  เนื่องจากเข้าใจหัวอกของคนที่เป็นแม่ดี

 พ.ต.อ.วีรวิทย์ จันทร์จำเริญ รอง ผบก.น.1 กล่าวว่า วันนี้เท่าที่ทราบ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ได้ติดต่อเข้ามาเพื่อนำหลักฐานมามอบให้เพิ่มเติม  ส่วนกรณีของลูกสาวและเพื่อนยังไม่ได้ติดต่อกับทางตำรวจว่าจะมาให้ปากคำวันไหน  เนื่องจากกลัวกองทัพสื่อมวลชนที่มารอทำข่าว  ส่วนกรณีการสอบปากคำของหมอมุกต้องรอให้แข็งแรงก่อน  และจะต้องสอบถามกับทีมแพทย์ด้วยว่าสามารถเข้าสอบปากคำได้หรือไม่  เนื่องจากเป็นพยานปากสำคัญ เบื้องต้นผลการตรวจจากกองพิสูจน์หลักฐานจะออกในช่วงบ่ายของวันนี้

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเดินทางมาของพ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ในวันนี้มีสีหน้าเรียบเฉย  ก่อนจะเข้าไปให้ปากคำและโชว์กล้องดิจิตอลที่ใช้ถ่ายรูปหมอมุก  โดยยืนยันว่าถ่ายไว้เพียงใบเดียว

 ผู้สื่อข่าวถาม พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ถึงกรณีลูกสาวและการออกรับผิดแทนบุคคลอื่น พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ได้แต่อ้ำอึ้ง ไม่ยอมตอบคำถาม ปล่อยให้พ.ต.อ.สมาน เป็นคนตอบคำถามเกือบทุกประเด็นแต่เพียงผู้เดียว