ข่าว

เปิดฉากไต่สวนเขมรแดงฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

เปิดฉากไต่สวนเขมรแดงฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

28 มิ.ย. 2554

พนมเปญ-ศาลพิเศษเปิดไต่สวนขั้นต้น 4 บิ๊กเขมรแดงฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เพื่อนร่วมชาติเกือบ 2 ล้านคนยุคทุ่งสังหาร เหยื่อเขมรแดงหลายร้อยแห่ร่วมฟังเต็มห้องพิจารณาคดี "นวน เจีย" วอล์กเอาท์ไม่สบอารมณ์การทำงานของศาล หวั่นจำเลยอยู่ไม่ถึงวันพิพากษา

      เมื่อวันจันทร์ (27 มิ.ย.) ศาลอาชญากรรมสงครามที่ได้รับการอุปถัมภ์จากสหประชาชาติ ในกรุงพนมเปญ เมืองหลวงกัมพูชา ได้เปิดการไต่สวนอดีตผู้นำเขมรแดงที่ยังมีชีวิตอยู่ 4 คน ในข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ในยุคเขมรแดงปกครองกัมพูชาช่วงปี 2518-2522
 
      จำเลยทั้ง 4 ได้แก่ นายนวน เจีย เจ้าอุดมการณ์ระบอบเขมรแดงและเป็นผู้นำหมายเลขสอง รองจากนายพล พต, นายเขียว สัมพัน อดีตประธานาธิบดี, นายเอียง ซารี  รัฐมนตรีต่างประเทศเขมรแดง และภรรยา นางเอียง ธิริด อดีตรัฐมนตรีกิจการสังคม ทั้งหมดถูกแจ้งข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และก่ออาชญากรรมสงครามอันเป็นเหตุให้เพื่อนร่วมชาติล้มตายเกือบ 2 ล้านคน จากความอดอยาก ทำงานหนัก ทารุณกรรมหรือถูกประหารชีวิต ในช่วงที่เขมรแดงพยายามสร้างสังคมอุดมคติ
 
       นายนวน เจีย วัย 84 ปี ซึ่งสวมหมวกขนสัตว์และแว่นตาสีดำสัญลักษณ์ประจำตัว กล่าวว่า ไม่พอใจการพิจารณาคดีครั้งนี้ และให้ทนายชี้แจงก่อนออกจากห้องพิจารณาคดีอย่างกะทันหัน กลับไปยังสถานที่กักขังหลังศาลอนุญาต
 
  จากนั้นทนายของนายนวน เจีย ได้ชี้แจงว่า การสอบสวนคดีนี้ขาดความโปร่งใส ถูกรัฐบาลแทรกแซง และยืนกรานให้ศาลเบิกพยานฝ่ายตน 300 คนเข้าให้การ   
        นางเอียง ธิริด ขอตัวออกจากศาลเช่นกันในการไต่สวนช่วงเช้า โดยอ้างว่าไม่ค่อยสบาย

        ชาวกัมพูชาหลายร้อยคนเดินทางไปที่ศาล เพื่อร่วมรับฟังการไต่สวนในห้องพิจารณาคดี และสถานีโทรทัศน์ได้ถ่ายทอดบางช่วงเวลา
 
 คดีผู้นำเขมรแดง ถือกันว่าเป็นการพิจารณาคดีอันซับซ้อนที่สุดนับจากการพิจารณาคดีอาชญากรสงครามนาซีหลังสงครามโลกครั้งที่ 2  และยังถูกมองว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งในการเยียวยาบาดแผลฝังลึกของกัมพูชา
  
     นายเข็ม นเรศ วัย 56 ปี ที่สูญเสียมารดาและพี่ชายในยุคเขมรแดง กล่าวว่า การพิจารณาคดีมีความสำคัญมากในการคืนความยุติธรรมให้แก่เหยื่อและผู้รอดชีวิตจากความโหดเหี้ยมที่พวกเขาเฝ้ารอมานาน และอยากเห็นศาลจำคุกตลอดชีวิตทั้ง 4 คน 

       การไต่สวนขั้นต้นมีกำหนดใช้เวลาแค่ 4 วัน มุ่งเน้นไต่สวนเฉพาะผู้เชี่ยวชาญและรายชื่อพยาน ตลอดจนข้อโต้แย้งทางกฎหมายจากสองฝ่าย ส่วนการไต่สวนอย่างเต็มรูปแบบกับผู้ต้องสงสัยซึ่งถูกคุมขังมาตั้งแต่ถูกจับกุมเมื่อปี 2550 จะเริ่มขึ้นราวปลายเดือนสิงหาคมเป็นอย่างเร็วที่สุด       
 
      ศาลพิเศษเพื่อพิจารณาคดีเขมรแดงตั้งขึ้นเมื่อปี 2549 หลังการเจรจาระหว่างกัมพูชากับสหประชาชาตินานเกือบ 10 ปี  ศาลได้พิพากษาเขมรแดงคนแรกเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว โดยลงโทษจำคุกสหายดุจ ผู้คุมเรือนจำตวล สเลง เป็นเวลา 30 ปี ฐานกำกับการประหารประชาชน 1.5 หมื่นคน

       แต่คดีที่สองนี้ มีความยุ่งยากซับซ้อนกว่ามาก เพราะพัวพันกับเหล่าสมาชิกระดับสูงของเขมรแดงที่ต่างปฏิเสธให้ความร่วมมือ ตลอดจนเกี่ยวข้องกับผู้รอดชีวิต และสถานที่เกิดเหตุจำนวนมาก

       นอกจากนี้ ยังมีความวิตกเรื่องสุขภาพและวัยของจำเลย ซึ่งอายุอ่อนสุดคือ 79 สูงสุดคือ 85 ปี ทั้ง 4 คนมีโรคภัยไข้เจ็บประจำตัวแตกต่างกันไปและเกรงว่าอาจมีชีวิตอยู่ไม่ถึงวันพิพากษา 

       การเปิดฉากไต่สวนคดีเขมรแดงมีขึ้นท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากนักสังเกตการณ์และผู้ตกเป็นเหยื่อว่า มีการเมืองแทรกแซง มีการจำกัดจำนวนพยานที่ให้เข้าเบิกความ จนทำให้มองกันว่า รัฐบาลกัมพูชาเกรงจะสาวไปถึงตัว ขณะที่สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นอดีตเขมรแดงคนหนึ่ง คัดค้านหนักแน่นว่าจะไม่มีการพิจารณาคดีมากกว่าผู้ต้องสงสัยชุดที่สอง เพราะอาจทำลายเสถียรภาพประเทศได้