
บีบลดราคาเนื้อไก่ลงกิโลละ10บาทพาณิชย์รอ1สัปดาห์ก่อนออกประกาศราคาแนะนำ
พาณิชย์บีบลดราคาเนื้อไก่ตามราคาไก่หน้าฟาร์ม ชี้ลงได้มากถึงกิโลละ 10 บาท ขอเกาะติดอีก 1 สัปดาห์ หากยังไม่ลดเตรียมออกประกาศราคาแนะนำขายส่งและขายปลีก พร้อมประชุมออกมาตรการดูแลราคาเนื้อหมู
นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์ราคาไก่เป็นหน้าฟาร์มได้ปรับลดลงต่อเนื่องเหลือเพียงกิโลกรัมละ 44-45 บาท จากราคาแนะนำก่อนหน้านี้ที่กิโลกรัมละ 55 บาท แต่ราคาขายปลีกเนื้อไก่กลับลดลงมาเพียงกิโลกรัมละ 2-5 บาทเท่านั้น หรืออยู่ที่กิโลกรัมละ 85-92 บาท ซึ่งในความเป็นจริงแล้วราคาขายปลีกเนื้อไก่จะต้องปรับลดลงได้อีกกิโลกรัม 5-8 บาท หรือจะต้องปรับลดลงถึงกิโลกรัมละ 10 บาทตามราคาไก่เป็นที่ปรับตัวลดลง
อย่างไรก็ตาม กรมจะติดตามราคาไก่ในสัปดาห์นี้อีกครั้ง หากราคายังไม่ปรับลดลงภายในสัปดาห์นี้จะออกประกาศราคาแนะนำขายส่งและขายปลีกไก่ทั่วประเทศ หากพบการฝ่าฝืนขายเกินราคาจะใช้มาตรการทางกฎหมายดำเนินคดีทันที
นางวัชรีกล่าวอีกว่า ในสัปดาห์นี้คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) จะมีการประชุมเพื่อพิจารณาออกมาตรการดูแลราคาหมู โดยหากจะมีการขนย้ายหมูเข้าจังหวัดตามแนวชายแดนจะต้องมีการขออนุญาตก่อนการขนย้าย ซึ่งจะมีการกำหนดปริมาณที่จะต้องขออนุญาตขนย้ายอีกครั้ง พร้อมย้ำว่า มาตรการนี้ไม่ได้ออกควบคุมการขนย้ายหมูทั่วประเทศแต่จะครอบคลุมเฉพาะจังหวัดที่ติดชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สระแก้ว จันทบุรี เป็นต้น
ทั้งนี้ จากราคาหมูเป็นในประเทศบางแห่งยังสูงถึงกิโลกรัมละ 72-73 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาแนะนำที่ 70 บาท ขณะที่ต้นทุนการเลี้ยงหมูอยู่ที่กิโลกรัมละ 58-59 บาท จึงถือว่าราคาแนะนำปัจจุบันเป็นราคาที่เหมาะสมแล้ว อย่างไรก็ตาม หากพบว่ามาตรการดังกล่าวไม่ได้ผลและราคาขายปลีกเนื้อหมูในประเทศยังไม่ปรับตัวลดลงก็จะออกมาตรการห้ามส่งออกหมูเพิ่มเติมอีก
ส่วนการแก้ปัญหาราคาอาหารสำเร็จรูปราคาแพง จะมีการเรียกผู้ประกอบการร้านอาหารทั่วประเทศมาหารือในวันที่ 29 มิถุนายนนี้ เพื่อกำหนดมาตรการดูแล และสนับสนุนให้ร้านค้าสามารถขายอาหารได้ในราคาถูก เพื่อแบ่งการช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพแก่ประชาชน หลังจากที่ผ่านมาได้รับร้องเรียนถึงปัญหาราคาอาหารแพงอย่างต่อเนื่อง
นายณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2554 เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันแพง โดยเห็นชอบให้ปรับเพิ่มอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็วขึ้น 0.60 บาทต่อลิตร จากปัจจุบันส่งเข้ากองทุนน้ำมัน 1.80 บาทต่อลิตร เป็น 2.40 บาทต่อลิตร เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกมีการปรับตัวลดลง
ขณะเดียวกัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัท บางจาก ปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศปรับลดราคาน้ำมันในกลุ่มเบนซินลงอีกลิตรละ 40 สตางค์ มีผลตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2554



