
โรงเรียนกับการล้างสมองทางการเมือง (2)
ด้านประธานคณะกรรมการพิเศษว่าด้วยการศึกษาและจริยธรรมภายใต้การกำกับดูแลของสภาพัฒนาหลักสูตรการศึกษาของฮ่องกงที่ตั้งขึ้นมาเพื่อติดตามและประเมินผลให้ความเห็นว่าหลักสูตร "รักชาติจีน ชูชาติจีน ทะนุบำรุงให้รุ่งเรือง
สมเป็นเมืองของจีน" นี้จะเน้นไปที่การพัฒนาทัศนคติและคุณค่าในเชิงบวกชาวฮ่องกงตั้งแต่ยังเล็กๆ เพื่อยกระดับคุณภาพของประชาชนและประเทศชาติ นอกจากนี้ยังเพื่อสร้างความเข้าใจในอัตลักษณ์ของนักเรียนในสถาบันต่างๆ ทั้งอัตลักษณ์ของตัวเอง ของครอบครัว สังคม ประเทศชาติและโลก ตลอดจนส่งเสริมจิตสำนึกในพันธกิจและการพร้อมอุทิศตนเพื่อสถาบันเหล่านี้
ในส่วนของปัญหาละเอียดอ่อนอย่างเช่นจลาจลเรียกร้องประชาธิปไตยที่เทียนอันเหมินนั้น ประธานคณะกรรมการพิเศษย้ำว่าจะให้สิทธิ์ขาดแก่ครูว่าจะสอนปัญหาละเอียดอ่อนนี้หรือไม่และด้วยวิธีการใด ทุกอย่างขึ้นอยู่กับดุลพินิจของครูผู้นั้น
อย่างไรก็ดี ส.ส.ลี เช็กเอียน ซึ่งเป็นนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนชื่อดังทักท้วงว่าวิชานี้คงจะไม่มีประโยชน์ต่อการพัฒนาของนักเรียนซึ่งควรจะเห็นภาพของจีนแบบองค์รวมมากกว่า เพื่อจะได้เข้าใจคุณค่าระดับสากลอย่างเช่นสิทธิมนุษยชน แทนที่จะสอนให้ก้าวเดินตามแนวทางที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนกำหนดไว้ นายลียังถากถางในตอนท้ายว่าข้อเสนอทั้งหมดนี้เป็นเรื่องตลกสิ้นดี
ขณะเดียวกัน ส.ส.พรรคประชาธิปไตยซึ่งดูแลด้านการศึกษาได้แสดงความกังวลเช่นกันว่าจะกลายเป็นการล้างสมองนักเรียนตั้งแต่เด็กมากกว่า
ข้อทักท้วงนี้มีขึ้นหลังผลการสำรวจทั่วเกาะฮ่องกงก่อนหน้านี้ สะท้อนให้เห็นว่านับวันความสัมพันธ์ทางการเมืองและทางสังคมระหว่างจีนกับฮ่องกงยิ่งกระชับแน่นขึ้น โดยขณะนี้มีคนฮ่องกง 46 เปอร์เซ็นต์มองว่าตัวเองเป็นคนจีนฮ่องกง เพิ่มขึ้น 9 เปอร์เซ็นต์จากการสำรวจเมื่อปี 2552 ขณะที่ 28 เปอร์เซ็นต์บอกว่าตัวเองเป็นคนจีนเทียบกับ 24 เปอร์เซ็นต์เมื่อ 2 ปีที่แล้ว
ตอนนี้รัฐบาลปักกิ่งซึ่งนั่งตีขิมอยู่บนภูอย่างสบายใจเฉิบ ยังไม่แสดงท่าทีใดๆ ว่าเห็นด้วยกับหลักสูตรรักชาตินี้หรือไม่ หรือไม่แสดงความกังวลว่าอาจจะไปแหย่รังแตนให้คนฮ่องกงลุกขึ้นมาต่อต้านจีน หากคนฮ่องกงเกิดมองในมุมกลับว่าปักกิ่งกำลังกลืนน้ำลายในเรื่องของนโยบาย "หนึ่งจีน สองระบบ" ที่ยึดมั่นมาตลอดนับตั้งแต่ได้ฮ่องกงคืนมาเป็นของจีนดังเดิมเมื่อปี 2543
ดูเหมือนว่าคนที่กำลังจับตามองปัญหานี้อย่างใกล้ชิดก็คือผู้นำไต้หวัน ที่ยืนกรานคัดค้านนโยบาย "หนึ่งจีน สองระบบ" และ "หนึ่งจีน สามระบบ" หากรวมไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนตามที่คนโตตัวเล็กเติ้ง เสี่ยวผิงกรุยทางไว้



