ข่าว

 ผู้แทนของเรา

ผู้แทนของเรา

28 มิ.ย. 2554

สัปดาห์นี้ขออนุญาตใช้พื้นที่รณรงค์ให้คนไทยไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งกันหน่อยคงไม่ว่ากันนะครับ และจะไม่เขียนในเชิงให้คุณให้โทษแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ยกเว้นแต่คนที่มีเจตนาไม่บริสุทธิ์กับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเท่านั้น

 ประชาธิปไตยในประเทศไทยเรานั้น ล้มลุกคลุกคลานมาตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงทุกวันนี้ เหตุผลที่ประชาธิปไตยของเราไม่ก้าวหน้าไปเหมือนนานาอารยประเทศนั้น ถ้าจะหาสาเหตุกันอย่างจริงจังคงต้องย้อนไปถึงวันเริ่มต้นเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ.2475

 เพราะครั้งนั้นนอกจากคณะผู้ก่อการและประชาชนที่มีการศึกษาสูงในประเทศไทยไม่กี่หมื่นคน ที่พอจะรู้จักว่าประชาธิปไตยคืออะไรและต้องใช้มันอย่างไรจึงจะได้ผลดี แต่ประชาชนชาวไทยทั้งประเทศอีกหลายสิบล้านคนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าประชาธิปไตยกับสมบูรณาญาสิทธิราชต่างกันอย่างไร

 สิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่รับรู้ก็คือ มีการหย่อนบัตรเพื่อเลือกตั้งคนไปเป็นผู้แทนราษฎร หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ส.ส.หรือผู้แทนเท่านั้น ด้านตัว ส.ส. ตั้งแต่ยุคแรกจนถึงปัจจุบันก็ไม่เคยรู้หน้าที่ของตัวเองว่าต้องทำอย่างไรบ้างหลังจากได้รับตำแหน่งแล้ว รู้กันแต่เพียงคำท่องจำแบบนกแก้วนกขุนทองว่า ประชาธิปไตยในประเทศไทยแบ่งอำนาจออกเป็นสามส่วนคือ นิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ เท่านั้น

 แต่เราพบว่า ส.ส. หรือผู้แทนที่ได้รับการเลือกตั้งไปแล้วจำนวนมาก แทนที่จะไปทำหน้าที่นิติบัญญัติในสภา กลับออกมารวมกลุ่มกับผู้ชุมนุมประท้วงข้างถนน แล้วก็อ้างว่าไม่สามารถทำหน้าที่ในสภาได้ แต่ก็ไม่ยอมลาออกจากตำแหน่ง เพราะต้องการเพียงแค่เอกสิทธิ์คุ้มครองไม่ต้องโดนจับกุมในสมัยประชุมสภาเท่านั้น

 หลายคนใช้เอกสิทธิ์ดังกล่าวคุ้มครองเมื่อตนเองไปทำผิดในเรื่องส่วนตัว เช่น ออกเช็คที่ไม่มีเงิน หรือเช็คเด้ง บางคนชกต่อยกับคนอื่นในบ่อนไก่ก็ขอใช้เอกสิทธิ์คุ้มครอง บางคนโดนกล่าวหาประพฤติผิดทางเพศก็ใช้เอกสิทธิ์ ทั้งที่เจตนารมณ์ของเอกสิทธิ์ดังกล่าว ต้องการให้ความคุ้มครองต่อ ส.ส.ในกรณีที่ทำเรื่องเพื่อประโยชน์ของประชาชนแล้วพลั้งพลาดไปเท่านั้น

 หลายคนแสดงให้เห็นชัดว่าไม่เชื่อถือการปกครองแบบประชาธิปไตย เพราะพาผู้คนออกไปชุมนุมประท้วงในสถานที่ซึ่งไม่ควรกระทำ หรือมีบ้างบางคนที่ถึงขั้นกล้าประกาศให้ประชาชนนออกมาเผาบ้านเผาเมือง เพื่อให้ฝ่ายตนได้รับในสิ่งตนเองและพรรคพวกต้องการ โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นตามมา

 เราเคยได้ยินได้ฟังเรื่องราวของ ส.ส.หรือผู้แทนของไทยจำนวนมากที่ขาดประชุมสภาบ่อยครั้งมาก หรือไปที่สภาแต่ไม่ยอมเสียบบัตรแสดงตนว่าอยู่ในที่ประชุม หรือเสียบบัตรแสดงตนแล้วไม่อยู่ในห้องประชุม หรืออยู่ในห้องประชุมแต่นั่งหลับ นั่งโทรศัพท์ในห้องประชุมอย่างไม่มีมารยาท

 หลายคนที่อยู่ในห้องประชุมแต่ใช้วาจาและกิริยา ถ่อยเถื่อนยิ่งกว่าขี้เมาตามร้านเหล้าหรือแมงดาคุมซ่อง หลายคนเอาแต่ประท้วง นับองค์ประชุม ตะโกนโหวกเหวกด่าทอท้าตีท้าต่อย หรือถึงขั้นลงไม้ลงมือถีบถองกันโดยไม่ละอาย หลายคนแสดงอำนาจบาทใหญ่ข่มขู่ข้าราชการประจำที่มาให้ข้อมูลต่อคณะทำงานชุดต่างๆ หลายคนแต่งตั้งลูกน้อง คนขับรถ คนหิ้วกระเป๋าหรือคนใกล้ชิด เข้าไปเป็นกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการตามโควตาที่ได้มา โดยไม่คำนึงถึงความรู้ความสามารถ

 ผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส.เหล่านี้ มีค่าเพียงแค่ได้ชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งของประชาธิปไตยแบบไทยๆ เท่านั้น แต่ไม่ได้ทำให้ประชาธิปไตยของไทยดีขึ้นไปกว่าการปกครองในระบอบอื่นที่เราเกลียดชังกันแม้แต่น้อย แล้ววันที่ 3 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ เราจะเลือกคนที่มีพฤติกรรมเช่นนั้นเข้าไปให้เกะกะสภากันอีกหรือครับ