ข่าว

มาร์คโชว์เสต็ปเซิ้งเรียกคะแนนคนอีสาน

มาร์คโชว์เสต็ปเซิ้งเรียกคะแนนคนอีสาน

27 มิ.ย. 2554

"อภิสิทธิ์"ทิ้งทวนปิดทริปอีสานขึ้นเวทีจ.อุบลวันเดียว 9 เวที ทำเอาจนเสียงแห้ง ลั่น"ถอนพิษทักษิณ"ด้วยวัดซีนเบอร์ 10 ปราศัยแถมโชว์เสต็ปเซิ้งสุดมันเรียกคะแนน "อภิรักษ์-องอาจ-เจิมมาศ"เจาะคะแนนเสียงแยกคอกวัว "ยิ่งลักษณ์"ชูนโยบายแก้ปัญหาให้ปชช.อยู่ดี ประกาศพร้อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตั้งแต่เวลา 11.00 - 19.00 น. ของวันที่ 27 มิ.ย. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินสายปราศัยในจังหวัดอุบลราชธานีทั้งหมด 5 เวที ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนจะถึงวันเลือกตั้ง โดยเวทีแรกเริ่มที่โรงเรียนโพธิ์ไทรพิทยาคาร อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลธราชานี เวทีที่สองที่ด้านหน้าที่ว่าการอำเภอตาลสุม อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี เวทีที่สามที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอพิบูลย์มังสาหาร เวทีที่สี่ที่สนามโรงเรียนเดชอุดม อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี

 โดยที่อำเภอเดชอุดมมีความคึกคักกว่าจุดอื่นเล็กน้อย ซึ่งมีชาวบ้านนับหมื่นคนมารอฟัง โดยเมื่อขึ้นเวทีนายอภิสิทธิ์ได้นำธงรูปของผู้สมัครปักลงบนเวที เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าจะได้เป็นส.ส.ในครั้งนี้ ก่อนจะมีอารมณ์ร่วมสนุกกับบรรดาผู้สนับสนุน โดยเมื่อบนเวทีเปิดเพลงรณรงค์เลือกเบอร์ 10 ของพรรคปชป.ดังขึ้นด้วยจังหวะเร้าใจ “สิ๊บ สิ๊บ สิ๊บ สิ๊บ” ซึ่งแปลงมาจากท่อนฮิตติดปากของเพลง “กินตับ” ของ "เท่ง เถิดเทิง" ที่ร้องว่า “ตับ ตับ ตับ ตับ” ซึ่งนายอภิสิทธิ์ถึงกับทนไม่ไหวออกสเต็ปเต้นเข้าจังหวะเซิ้งอย่างเมามัน พร้อมโชว์มือ 10 นิ้วประกอบท่าทาง พร้อมนำมือไปประกบกับบรรดาแม่ยกด้านล่างเวที และกล่าวทักทายด้วยภาษาอีสานเรียกเสียงกรีดจากบรรดาแม่ยกดังลั่น   ทั้งนี้มีผู้หญิงคนหนึ่งได้มอบแหวนทองเหลืองโดยสวมที่นิ้วนางข้างขวาให้นายอภิสิทธิ์เป็นที่ระลึกด้วย

 และปรากฏว่าระหว่างที่นายอภิสิทธิ์ปราศรัยอยู่นั้นปรากฎว่าบริเวณกลางสนามมีผู้ชายอายุประมาณ 30 ปี สวมเสื้อแจกเก็ตทหารลายพรางตะโกนต่อว่านายอภิสิทธิ์ว่า “ดีแต่พูด” และชูนิ้วเบอร์ 1 ตลอดเวลาใส่นายอภิสิทธิ์ ที่กำลังพูดถึงการสร้างความปรองดองและการสร้างความสงบในประเทศ ซึ่งนายอภิสิทธิ์ได้มองลงไปและบอกกับผู้มาฟังการปราศรัยว่าตลอดเวลาที่ตนทำงานมักมีอุปสรรค มีคนมาขัดขวาง ซึ่งที่นี่ก็มีเพียง 1 คน แต่ไม่ว่าอะไรกัน จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ 2 นายได้เข้าไปนำตัวชายคนดังกล่าวออกไปสงบสติอารมณ์

 จากนั้นเวทีที่ห้าของจังหวัดอุบลราชธานี ที่ สนามลานเพลินบิ๊กซี อ.เมือง จ.อุบลฯ และเป็นเวทีที่ 9 ของการปราศัย 2 วัน 26 - 27 มิ.ย. ในสามจังหวัดอีสานได้แก่ อุบลราชธานี ยโสธร และอำนาจเจริญ ซึ่งเวทีดังกล่าวเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (อีโอดี) ได้ตรวจตราอย่างละเอียด รวมถึงได้ใช้สุนัขตำรวจดมกลิ่นเพื่อป้องกันผู้ไม่หวังดีก่อความไม่สงบด้วย

 ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ ได้ทิ้งทวนเวทีสุดท้ายด้วยการเซิ้งเบอร์ 10 ประกอบเพลงหาเสียงทำนอง “กินตับ” อีกครั้ง   ก่อนกล่าวตอนหนึ่ง ว่า 2 ปีที่ผ่านมาทำงานมีอุปสรรคมากมาย แต่ตนและปชป.ไม่เคยถอย เพราะมีเรื่องต้องเดินหน้าทำให้ประชาชนทุกคน เราจะเดินหน้าต่อไป เพราะอีกไม่กี่ปี อาเซียน 10 ประเทศจะเป็นหนึ่งเดียวกัน อุบลฯ จะต้องไปเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นประตูสำคัญของชาวไทยและอาเซียน เราต้องเดินหน้าโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่มาจากกทม.ถึงอุบลฯ นโยบายระดับชาติจะต้องมีการเดินหน้า   

 “ผมเล่าเรื่องปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดแล้วที่ราชประสงค์ถึงความเป็นมาของกลุ่มคนเสื้อแดง อยากเตือนว่าพรรคเพื่อไทย( พท.) กำลังเอาคนเสื้อแดง 20 กว่าคนลงสมัครส.ส. ถ้าเขาได้เป็นรัฐบาลก็จะมีคนเหล่านี้ในกระทรวงต่างๆ อย่าลืมว่า 2 ปีที่ทำมาเขาทำเรื่องเสียหายมามากมาย อุบลฯ ต้องสูญเสียศาลากลางไปแล้วจากการเผา เราจะยอมให้คนที่เคยขึ้นเวทีและตะโกนว่าเผา เข้ามาบริหารบ้านเมืองหรือ หมดเวลาของการเมืองที่ยุยงให้คนแตกแยก หมดเวลาขอการเมืองที่เอาความรุนแรงมาข่ขู่คุกคาม หมดเวลาของการมาแบ่งแยกประเทศไทย แบ่งสี แบ่งกลุ่ม ที่ปชป.ต้องไปราชประสงค์ก็เพื่อต้องการบอกว่าพื้นที่ประเทศไทยทุกตารางนิ้วเป็นของประเทศไทยทุกคน ที่ต้องพูดความจริงเรื่องนี้เพราะต้องการบอกว่าทุกคนอึดอัดมานานแล้วว่าทำไมคนบางกลุ่มถึงมีอำนาจแสดงบทบาทเกินเลยขอบเขตที่ควรจะเป็น และที่มาที่จ.อุบลฯแม้จะมีคนมายกป้าย แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะเราสามารถจัดการพิษทักษิณได้เ พราะมีวัคซีนมาร์ค เบอร์ 10 ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดการหาเสียงในวันที่ 27 มิ.ย.นายอภิสิทธิ์ได้ขึ้นเวทีปราศรัยมาราธอน 7 เวที โดยตระเวนหาเสียงที่จังหวัดอำนาจเจริญ 2 จุดและอุบลราชธานี 5 จุด ใช้เวลาตลอดทั้งวันประมาณ 10 ชั่วโมง โดยรับประทานข้าวกล่องในรถ จนทำให้เวทีสุดท้ายที่สนามลานเพลินบิ๊กซีนายอภิสิทธิ์เริ่มมีน้ำเสียงแหบแห้งลงอย่างชัดเจน โดยเสร็จสิ้นการปราศรัยก่อนจะเดินทางไปขคึ้นเครื่องบินเมื่อเวลา    19.50น.

"อภิรักษ์-องอาจ-เจิมมาศ"เจาะคะแนนเสียงแยกคอกวัว

 นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน กรรมการอำนวยการเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ผู้สมัครส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อ พร้อมด้วยส.ก. เอก จึงเลิศศิริ ลงพื้นที่หาเสียงบริเวณสี่แยกคอกวัวและถนนราชดำเนินกลาง ตามยุทธศาสตร์การหาเสียงโค้งสุดท้ายในเขต กทม. ของพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมกับหน่วยหาเสียงเคลื่อนที่ (Mobile Unit) จำนวนกว่า 20 คน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิรักษ์พร้อมคณะได้เริ่มเดินหาเสียงจากบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เรื่อยมายังถนนราชดำเนินกลาง ผ่านแผงค้าย่านกองสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยกล่าวทักทายและขอคะเแนนเสียงประชาชนที่สัญจรไปมาตลอดทาง พร้อมกันนี้ได้เชิญชวนประชาชนให้มาร่วมฟังการปราศรัยใหญ่ กทม. ที่ลานคนเมืองในเวลา 17.00 น. วันพรุ่งนี้ (28มิ.ย.54) ด้วย

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเดินมาถึงอนุสรณ์สถาน 14 ตุลาฯ นายอภิรักษ์และคณะได้ขึ้นรถแห่หาเสียงไปยังถนนข้าวสาร และถนนสายการค้าย่านบางลำภู และเดินหาเสียงต่อทีละตรอกซอกซอยเพื่อพบปะกับประชาชนอย่างใกล้ชิดทั่วทุกร้านค้าและบ้านเรือนในบริเวณนี้ ซึ่งได้รับกระแสตอบที่ดีโดยมีประชาชนมาให้กำลังใจจำนวนมาก โดยเฉพาะบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่ได้รับผลกระทบในช่วงเกิดการชุมนุมทางการเมือง ต่างเข้ามาขอจับมือ โอบกอด และมอบดอกไม้ให้กำลังใจแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ให้เดินหน้าต่อไป

 นายอภิรักษ์ กล่าวว่า การออกมารณรงค์หาเสียงในวันนี้ เป็นการนำเสนอนโยบายกทม. ที่พรรคประชาธิปัตย์ขับเคลื่อนมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็น การป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วม การพัฒนาสภาพแวดล้อม การเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ชาวกทม. นโยบายการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง กล้องวงจรปิด และโครงการที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับระบบขนส่งมวลชนของชาวกรุงเทพและปริมณทล นอกจากนี้ ยังอยากเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนมาลงคะแนนใช้สิทธิ์ลงคะแนน รวมถึงประชาชนในกลุ่มที่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกเบอร์ใดก็จะได้พิจารณาพรรคประชาธิปัตย์ด้วย

 “อยากให้พี่น้องชาวกทม. ออกมาใช้สิทธิตัดสินอนาคตประเทศ ขอให้เลือกหมายเลข 10 ทั้งสองใบเพื่อแสดงพลังในการร่วมเดินหน้าประเทศไทยให้เกิดความสงบสุข เดินหน้าต่อไป และในวันพรุ่งนี้ (28 มิ.ย. 54) พรรคประชาธิปัตย์จะเปิดเวทีปราศรัยที่ลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพฯ จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาร่วมฟังการปราศรัยในวันพรุ่งนี้ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป” นายอภิรักษ์กล่าวในตอนท้าย

"ยิ่งลักษณ์"ชูนโยบายแก้ปัญหาให้ปชช.อยู่ดี

 เมื่อเวลา 17.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เดินทางมายังลานกีฬาเอนกประสงค์ชุมนุมอยู่ดี อยู่ซอยดี 10 แยก 3 เพื่อช่วยนายพงษ์ธิสุทธิ์ จิตตโสภณ ผู้สมัคร ส.ส.เขตบางคอแหลม ยานนาวา ปราศรัยหาเสียง โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า จะมาแก้ไขปัญหาให้เหมือนกับชื่อชุมชน  และพรรคเพื่อไทยมีนโยบายรถไฟฟ้า 10 สาย ราคา 20 บาท เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจร และนำนโยบายที่ประสบความสำเร็จกลับมา และ
มั่นใจว่าทำได้จริง เพราะมีผู้ที่เคยทำงานประสบความสำเร็จมาแล้วในอดีต

 บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักมีประชาชนมารอให้การต้อนรับแน่นบริเวณฯลานกีฬา ทั้งคนชรา ผู้ใหญ่ เด็ก ต่างพากันมอบดอกไม้พวงมาลัย นอกจากนี้ยังมีประชาวไทยฮินดูมารอให้การต้อนรับด้วย โดยระบุว่า ไม่เคยมารอต้อนรบนักการเมืองคนไทยมาก่อน จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เดินทางต่อไปยังตลาดนัมเบอร์วัน ราม 2 เพื่อช่วย นายภัทรศักดิ์ โอสถานุเคราะห์ สมัครผู้สมัคร ส.ส.เขตสวนหลวง ดอกไม้ หนองบอน  โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ปราศรัย ตอนหนึ่งว่า ขอให้การลงคะแนนเสียงของประชาชนเหมือนชื่อตลาด เห็นแววตาประชาชนแบบนี้ ไม่ทำงานเต็มที่ได้อย่างไร พรรคเพื่อไทยเข้ามาแก้ปัญหาปากท้องลดค่าใช้จ่าย เราทำได้ ไม่ได้แต่พูด เราทำจริง  จะไม่ทำให้พี่น้องผิดหวัง ขอเสนอตัวมารับใช้ประชาชน

"จาตุรนต์"นำทีมบ้านเลขที่111ปราศัยเพื่อประชาชนหนุน"ทักษิณ" 

 เมื่อเวลา 16.30 น. ที่อาคารยิมเนเซี่ยม 3 สนามกีฬาสมโภช เชียงใหม่ 700 ปี มีการเปิดเวที "บ้านเลขที่ 111 พบประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" มี นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์, นายจาตุรนต์ ฉายแสง, นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา , นาง ลัดดาวัลย์ วงศ์ศรีวงศ์ เดินทางขึ้นเวทีปราศัยท่ามกลางคนเสื้อแดงที่เดินทางฝ่าสาย ฝนมาร่วมรับฟังราว 5,000 คน การขึ้นเวทีปราศัยที่ จ.เชียงใหม่ ครั้งนี้ได้มีนางเยาวภา  วงศ์สวัสดิ์ รวมทั้ง นางสาวชิณชิชา วงศ์สวัสดิ์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 พรรคเพื่อไทย เดิน ทางมาส่งแต่ไม่อยู่ร่วมเวทีและเดินทางกลับทันที

 เวทีปราศัยครั้งนี้นางลัดดาวัลย์ วงศ์ศรีวงศ์ ได้ขึ้นปราศัยเป็นคนแรกโดยมี การโจมตีนโยบายการทำงานของรัฐบาล พร้อมย้ำให้เลือกพรรคเดียวเพื่อชัยชนะเด็ดขาด โดยหลีกเลี่ยงการเอ่ยชื่อพรรคการเมือง เพื่อหลีกเลี่ยงเข้าข่ายเคลื่อนไหวทางการเมือง พร้อมขอให้ประชาชนเลือกพรรคเดียวแทนเพราะตนเองไม่มีสิทธิ์เลือกตั้ง พร้อมอวยพรให้คนเชียงใหม่โชคดีได้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้หญิง

 "สมชาย" เย้ย ปชป.ได้เสียงเกินครึ่งเชิญจัดตั้งรัฐบาล

 นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวบนเวทีปราศัยบ้านเลขที่  111+109 พบประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ จ.เชียงใหม่ ระบุว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เสนอตัวมาทำงานเพื่อชาติ ไม่ต้องไปมองว่าเป็นพี่ใครน้องใคร ครอบครัวนี้ เขาเก่งและก็อยากทำงานเพื่อบ้านเมือง  

 " การเมืองไทยวันนี้เข้าสู่ยุคใหม่ของประชาธิปไตย เราต้องยึดมติของ ประชาชน ถ้าพรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคอื่นได้ที่หนึ่งพรรคเพื่อไทยก็ไม่ยุ่ง ให้ไปจัด ตั้งรัฐบาล แต่ถ้าพรรคเพื่อไทยชนะก็ขอให้พรรคอื่นอยู่เฉย ๆ "

 เลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนต้องไปใช้สิทธิ์กันอย่างพร้อมเพรียงเพราะเป็นการ เลือกอนาคต เป็นการเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง เราได้ลองถูกลองผิดมามากแล้ว เรารู้แล้วว่าใครดีหรือไม่ดี แต่ผมรู้ว่า พ.ต.ท.ทักษิน เป็นคนดีมีความสามารถ วันก่อน ได้เห็นป้ายหาเสียงในกรุงเทพที่รณรงค์ให้ล้มระบอบทักษิณ ความจริงแล้วไม่เคยมี ระบอบทักษิณ มีแต่สิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ทำไว้ โดยเฉพาะนโยบายต่าง ๆ ที่คนไทยได้ รับประโยชน์ ใครคิดล้มล้างเรื่องพวกนี้ก็โง่

 ก่อนลงเวทีนายสมชายยังวาดบัตรเลือกตั้งแบบระบบบัญชีรายชื่อบน บอร์ดบนเวที พร้อมแนะนำวิธีกาเบอร์ให้กับประชาชนพร้อมกาเลือกพรรคเพื่อไทยโชว์  โดยยืนยันว่าไม่ได้หาเสียงให้กับพรรคใด แต่ทำเป็นตัวอย่างเพราะกลัวประชาชน สับสนกาผิดจะทำให้บัตรเสีย 

“พายัพ"บุกถิ่น "เนวิน"เชื่อ ภท.ไม่ได้ส.ส.บุรีรัมย์แม้แต่เก้าอี้เดียว

 เมื่อเวลา 15.30 น. ที่บริเวณสนามกีฬากลาง อำเภอห้วยราช จ.บุรีรัมย์ นายพายัพ ชินวัตร  น้องชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พี่ชาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย ประธานผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)ภาคอีสาน พร้อมด้วย พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี นายสมบัติ เมทะนี นายยศวริต ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก  ได้เดินทางมาปราศรัยช่วย พ.ต.อ.อุดร ชาญนุวงศ์ ผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 5 พรรคเพื่อไทย โดยมีประชาชนมาร่วมฟังการปราศรัยกว่า 1,000 คน

 นายพายัพ กล่าวว่า ทางพรรคเพื่อไทยคาดหวังได้ ส.ส.ภาคอีสาน เลข 3 ตัว ส่วนในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ คงได้ลุ้น เพราะกระแสของพรรคเพื่อไทยเราชนะทุกเขต  ทำให้เรามีลุ้น ส.ส.ทุกเขตเช่นกัน ทั้งนี้ นายพายัพ ยังได้ตอบข้อสักถามที่ว่าทางพรรคภูมิใจไทยตั้งเป้ากวาด ส.ส.บุรีรัมย์ ทั้ง 9 เขต นายพายัพ กล่าวว่า อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น พรรคภูมิใจไทยอาจจะได้ ส.ส.ทั้ง  9 เขต  และไม่ได้ ส.ส.สักเขต ก็เป็นไปได้ "ผมไม่เคยทำงานมีเป้า แต่ตั้งใจทำงานเต็มที่ และเชื่อมั่นตามลำดับ จนกระทั่ง ส.ส.ของพรรค เข้าสภาเป็นผู้แทนเรียบร้อยแล้วถึงจะเบาใจว่าใช่ จะให้ผมตอบวันนี้ว่าเท่าไร มวยมันยังไม่ถึงยก 5 ตัดสินกันยังไม่ได้" น้องชาย อดีตนายก ทักษิณ กล่าว และว่า กรณี ผู้สมัครพรรคเพื่อไทยร้องมีการจับซื้อเสียงที่ จ.บุรีรัมย์นั้น  ทราบว่าจะมีการพิจารณาตัดสินเร็วๆ นี้ ก่อนการเลือกตั้ง ตนไม่เห็นหลักฐาน  แต่หลายคนบอกว่าชัดเจน ส่วนการพิจารณาของ กกต. จะล่าช้าหรือไม่ อันนั้นเราไม่กล้าวิจารณ์

 นายพายัพ ยังกล่าวถึงการแข่งขันในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ระหว่างพรรคภูมิใจไทย และเพื่อไทย ว่า ดูแล้วเหมือนกับมวยคู่เอก สนุกดี มีความตื่นเต้น เป็นการชิงถ้วย  และคิดว่าอาจจะมีอำนาจมืด หรืออำนาจเงินเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง  แต่เชื่อว่าประชาชนคนบุรีรัมย์ ไม่ใช่ว่าไม่เข้าใจการเมือง คิดว่าเขารู้และตัดสินใจไว้ก่อนแล้ว

 ส่วนการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ผ่านมา การทำงานของเจ้าหน้าที่ กกต.มีความโปร่งใสหรือไม่ นายพายัพ มองว่า นานาจิตตัง พวกใครก็เชียร์ ใครพอเชียร์ใคร เราก็มองดูมุมนั้นเหมือนกับว่าเขาเอาเปรียบเรา แต่พอเขามามองมุมเราก็ว่าเราเอาเปรียบเขา มันเป็น นานาจิตตัง ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละฝ่าย  ทั้งนี้ขอให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ได้แพ้ชนะ มันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าประชาชนเป็นผู้ตัดสินแล้ว หากเราพ่ายแพ้ เราก็ภูมิใจ แต่ถ้าเราชนะก็ถือว่าเป็นพระคุณ

 ทั้งนี้ นายพายัพ ยังกล่าวถึงการที่พรรคประชาธิปัตย์จะมีการปราศรัยใหญ่อีกครั้งใน กทม.ช่วงโค้งสุดท้าย อาจจะมีการโจมตีพรรคและกลุ่มคนเสื้อแดงว่า คงเป็นวิธีการหาเสียงของเขา แต่ว่าทางพรรคเพื่อไทยเราจะเอาคุณงามความดี และประโยชน์มาให้กับประชาชน เราจะไม่ไปกล่าวหาใคร แต่ไม่ใช่เรามองไม่เห็น เรามองเห็นชัดเจน รู้ทุกอย่าง แต่ว่าเราไม่กล่าวหาใคร  ถึงวันนี้มั่นใจว่า พรรคเพื่อไทย จะได้รับเลือกตั้งเป็นอันดับ 1 ส่วน  น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี นั้น ผมมั่นใจได้ระดับหนึ่ง