
บทเรียนจากศรีลังกา
รัฐบาลศรีลังกากำลังเจอศึกหนัก เพราะถูกประจานเรื่องการเข่นฆ่าประชาชนตัวเอง ชาวทมิฬถูกฆ่าตายกว่าสองหมื่นคนในต้นปี 2009 หลังประธานาธิบดีราชาปักษาตัดสินใจใช้กำลังทุกชนิดเพื่อพิชิตกลุ่มพยัคฆ์ทมิฬ ซึ่งทำได้อย่างราบคาบ
ตอนนี้กำลังเป็นข่าวใหญ่ เพราะสถานีทีวีช่องสี่ของอังกฤษได้นำคลิปวิดีโอถ่ายโดยทหารศรีลังกาออกมาฉาย เพื่อนนักข่าวอังกฤษคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ทหารศรีลังกามีคลิปเหล่านี้ถ่ายเก็บไว้เยอะ ตัดสินใจนำมาขายเพื่อเลือกกับเงินประทังชีวิต ทางทหารผู้ใหญ่ศรีลังกาไม่ให้ความสนใจในสวัสดิการทั่วๆ ไปของพวกเขา หลังจากที่ได้รับชัยชนะมาแล้ว ทหารเหล่านี้เลยอยากแก้เผ็ด โดยเอาคลิปเหล่านี้มาขายให้นักข่าว
ด้วยหลักฐานชัดเจนเหล่านี้ ผู้นำของรัฐบาลศรีลังกา โดยเฉพาะตัวประธานาธิบดีราชาปักษาอาจจะนำตัวขึ้นศาลอาชญากรรมระหว่างประเทศอย่างแน่นอนที่สุด แน่นอนต้องใช้เวลาในการทำคดี แต่หลักฐานที่ถูกปล่อยออกมานั้น ผูกมัดการกระทำของตัวผู้นำและทหารศรีลังกาอย่างดิ้นหลุดไม่ได้
ผู้นำไทยควรเรียนรู้จากบทเรียนกรณีศรีลังกาว่า การกระทำใดๆ ที่เข่นฆ่าประชาชนตาดำๆ ไม่มีทางรอดจากสายตาของประชาคมโลกได้ เพราะมันจะถูกเปิดเผยออกมาในเวลาต่อมา ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ทีแรกรัฐบาลศรีลังกาภูมิใจมากที่ได้ปราบกลุ่มพยัคฆค์ทมิฬได้สำเร็จ
ทางองค์การสหประชาชาติได้สรุปผลการสอบสวนข้อเท็จจริงในสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างการสู้รบกับกลุ่มพยัคฆ์ทมิฬและสรุปว่า มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนจริงและมีการจงใจฆ่าประชาชนไม่ติดอาวุธจริง
ตอนนี้ทั้งองค์การสหประชาชาติและองค์กรสิทธิมนุษยชนกำลังตั้งถามว่า ทั้งหลายทั้งปวงที่ทำไปคุ้มค่าไหม? รัฐบาลในกรุงโคลัมโบได้เสียโอกาสที่จะอธิบายตัวเองและเริ่มนโยบายการปรองดองระหว่างชาวสิงหลกับทมิฬอย่างจริงๆ จังๆ ตอนนี้ต้องใช้เวลาต่อสู้กับผลกระทบจากรายงานและการเปิดโปงทางทีวี ศรีลังกาเป็นประเทศที่เคยได้รับการเคารพนับถือสูงในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ ในฐานะที่เป็นประเทศมีประชาธิปไตยสูง หลังได้รับเอกราชจากอังกฤษมีทนายความระหว่างประเทศเก่งกาจเป็นจำนวนมาก และยังเป็นประเทศที่เป็นเกาะที่มีทิวทัศน์สวยงาม
ความขัดแย้งในไทยในปี 2009 ซึ่งมีทนายความต่างประเทศพยายามนำมาใช้ เพื่อทำเรื่องสู่ศาลอาชญากรรมระหว่างประเทศนั้น เป็นเรื่องยาก เพราะในช่วงนั้นประเทศไม่ได้ห้ามนักข่าวต่างประเทศเข้าทำข่าว ตามจริงฝ่ายไทยกลับเปิดกว้างให้ทำข่าวได้ตามใจ การเปิดกว้างอย่างนี้ ทำให้การเข้าถึงข้อมูลมีมากขึ้น การบิดเบือนข้อมมูลทำได้ยากขึ้น มีแหล่งข้อมูลมากมายมายันและเช็กกันเองได้มากกว่าเดิม คงจำกันได้ว่า ในช่วงมีเรื่องการเมืองยุ่งๆ ในเดือนเมษายน ช่วงสงกรานต์ปี 2009 แถวพญาไท มีการประโคมข่าวทางทีวีอัลจาซีราว่ามีการฆ่าประชาชนโดยกลุ่มสนับสนุนทักษิณ ปรากฏว่าภายในไม่กี่นาที มีนักข่าวต่างประเทศในพื้นออกมายืนยันว่าไม่เป็นความจริง ทำให้ข้อกล่าวหาดังกล่าวตกไป นี่คือข้อดีของการมีนักข่างต่างประเทศในพื้นที่ พวกเขาเหล่านี้สามารถเป็นพยานบังเอิญเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้
ครั้งนี้ก็เช่นกัน ในการเลือกตั้งวันอาทิตย์หน้า ผู้สังเกตการณ์ระหว่างประเทศมีความสำคัญยิ่ง พวกเขาเป็นกรรมการที่เป็นกลางได้ ในวันเลือกตั้ง ช่วงนับคะแนน จะมีการกล่าวหาว่ามีการโกงการเลือกตั้งจากหลายๆ ฝ่าย ผู้สังเกตการณ์ต่างประเทศเหล่านี้สามารถรายงานความจริงในภาคสนามได้เปิดให้กว้างไม่ต้องกลัว



